Category: Uncategorized

คล็อปป์ รับยังเป็นไปได้ที่จะกลับมาคุม ลิเวอร์พูล

เจอร์เกน คล็อปป์ เทรนเนอร์ชาวเยอรมัน ออกมาเปิดเผยว่า มีความเป็นไปได้ที่เขาจะกลับไปคุมทีมลิเวอร์พูล สโมสรดังแห่งพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ อีกครั้งในอนาคต

ก่อนหน้านี้ เจอร์เกน คล็อปป์ นั่งแท่นกุนซือของทัพหงส์แดงมาอย่างยาวนานกว่า 9 ปี ก่อนจะประกาศอำลาถิ่นแอนฟิลด์ไปหลังจบฤดูกาล 2023-24

โดยเขาได้ประกาศไว้ในเวลานั้นว่าจะไม่กลับมารับงานเป็นผู้จัดการทีมกับสโมสรไหนในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ อีกแน่นอน

หลังจากนั้นทางสโมสรลิเวอร์พูล ได้แต่งตั้ง อาร์เนอ ชล็อต เฮดโค้ชชาวดัตช์ เข้ามาคุมทีมแทนเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ก่อนที่อาร์เนอจะสามารถพาลิเวอร์พูล คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ มาครองได้สำเร็จทันทีในซีซันแรกของเขากับสโมสรดังแห่งเมอร์ซีไซด์

ขณะที่ล่าสุดได้มีการเผยบทสัมภาษณ์ของ เจอร์เกน คล็อปป์ กับทาง ไดอารี ออฟ ซีอีโอ พอดแคสต์ โดยคล็อปป์ได้ตอบเรื่องโอกาสในการกลับไปร่วมงานกับ ลิเวอร์พูล ว่า

“ผมเคยบอกว่า ผมจะไม่มีวันโค้ชทีมอื่นนอกอังกฤษ ซึ่งมันหมายความว่า หากผมได้กลับไป มันหมายถึงลิเวอร์พูล ดังนั้น ใช่ ตามทฤษฏีแล้วมันเป็นไปได้”

เมื่อถามว่าจะมีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เขาอยากกลับไปที่ลิเวอร์พูล ทาง เจอร์เกน คล็อปป์ ตอบ ว่า “ผมก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ผมรักในสิ่งที่ผมทำในตอนนี้ ผมไม่ได้คิดถึงการเป็นโค้ช ผมไม่ได้เป็นแบบนั้น ผมทำงานโค้ช แต่มันแตกต่างออกไป ไม่ใช่เรื่องการทำงานกับนักเตะ”

“ผมไม่ได้คิดถึงมันเลย ผมไม่ได้คิดถึงการยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ถึง 3 ชั่วโมง ผมไม่ได้คิดถึงการที่ต้องไปงานแถลงข่าว 3 ครั้งต่อสัปดาห์”

“การที่ต้องมีสัมภาษณ์ 10 หรือ 12 ครั้ง ในหนึ่งสัปดาห์ ผมไม่ได้คิดถึงสิ่งเหล่านั้น ผมไม่ได้คิดถึงเลย ผมไม่ได้คิดถึงการอยู่ในห้องแต่งตัว ผมเคยเป็นโค้ชมาประมาณ 1,080 เกม ดังนั้น ผมเคยอยู่ในห้องแต่งตัวมาบ่อยมาก มาก ๆ แล้วล่ะ”

คล็อปป์ รับยังเป็นไปได้ที่จะกลับมาคุม ลิเวอร์พูล

“ผมไม่ได้อยากตายในห้องแต่งตัว มันเป็นเรื่องของสิ่งเหล่านี้ ผมอายุ 58 ปี จากมุมมมองของคุณอาจจะมองว่าแก่แล้ว แต่จากมุมมองอื่น ๆ นั้น มันยังไม่ได้แก่ขนาดนั้นนนะ”

“ซึ่งมันหมายความว่า ผมสามารถตัดสินใจได้ในช่วงอีก 2-3 ปีข้างหน้า ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมจำเป็นต้องตัดสินใจวันนี้ไหม? ว่าจะไม่รับงานโค้ชอีก แต่ก็ขอบคุณพระเจ้าที่ผมไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น”

“I don’t want to die in the dressing room. It’s these kind of things. I’m 58. From your perspective that might be old, but from other perspectives, it’s not that old.

“That means I could make a decision in a few years. I don’t know. Do I have to make a decision today? I will not coach again, but thank God I do not have to do that, I can just see what the future brings.”

Klopp: I turned down Man Utd in 2013

Klopp also revealed he turned down the Manchester United job in 2013 having decided the project was “not for me” after he was told things during discussions that he “didn’t like”.

“Yes, I spoke to them [Manchester United],” he explained.

“In the year when Sir Alex Ferguson retired they spoke to me. Of course they were interested.

“At one point. At that time I would have been interested. I was young, I had a sensational team at Dortmund, my God. They probably thought ‘what is he doing there?’

Loading

คล็อปป์ รับยังเป็นไปได้ที่จะกลับมาคุม ลิเวอร์พูล

เจอร์เกน คล็อปป์ เทรนเนอร์ชาวเยอรมัน ออกมาเปิดเผยว่า มีความเป็นไปได้ที่เขาจะกลับไปคุมทีมลิเวอร์พูล สโมสรดังแห่งพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ อีกครั้งในอนาคต

ก่อนหน้านี้ เจอร์เกน คล็อปป์ นั่งแท่นกุนซือของทัพหงส์แดงมาอย่างยาวนานกว่า 9 ปี ก่อนจะประกาศอำลาถิ่นแอนฟิลด์ไปหลังจบฤดูกาล 2023-24

โดยเขาได้ประกาศไว้ในเวลานั้นว่าจะไม่กลับมารับงานเป็นผู้จัดการทีมกับสโมสรไหนในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ อีกแน่นอน

หลังจากนั้นทางสโมสรลิเวอร์พูล ได้แต่งตั้ง อาร์เนอ ชล็อต เฮดโค้ชชาวดัตช์ เข้ามาคุมทีมแทนเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ก่อนที่อาร์เนอจะสามารถพาลิเวอร์พูล คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ มาครองได้สำเร็จทันทีในซีซันแรกของเขากับสโมสรดังแห่งเมอร์ซีไซด์

ขณะที่ล่าสุดได้มีการเผยบทสัมภาษณ์ของ เจอร์เกน คล็อปป์ กับทาง ไดอารี ออฟ ซีอีโอ พอดแคสต์ โดยคล็อปป์ได้ตอบเรื่องโอกาสในการกลับไปร่วมงานกับ ลิเวอร์พูล ว่า

“ผมเคยบอกว่า ผมจะไม่มีวันโค้ชทีมอื่นนอกอังกฤษ ซึ่งมันหมายความว่า หากผมได้กลับไป มันหมายถึงลิเวอร์พูล ดังนั้น ใช่ ตามทฤษฏีแล้วมันเป็นไปได้”

เมื่อถามว่าจะมีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เขาอยากกลับไปที่ลิเวอร์พูล ทาง เจอร์เกน คล็อปป์ ตอบ ว่า “ผมก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ผมรักในสิ่งที่ผมทำในตอนนี้ ผมไม่ได้คิดถึงการเป็นโค้ช ผมไม่ได้เป็นแบบนั้น ผมทำงานโค้ช แต่มันแตกต่างออกไป ไม่ใช่เรื่องการทำงานกับนักเตะ”

“ผมไม่ได้คิดถึงมันเลย ผมไม่ได้คิดถึงการยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ถึง 3 ชั่วโมง ผมไม่ได้คิดถึงการที่ต้องไปงานแถลงข่าว 3 ครั้งต่อสัปดาห์”

“การที่ต้องมีสัมภาษณ์ 10 หรือ 12 ครั้ง ในหนึ่งสัปดาห์ ผมไม่ได้คิดถึงสิ่งเหล่านั้น ผมไม่ได้คิดถึงเลย ผมไม่ได้คิดถึงการอยู่ในห้องแต่งตัว ผมเคยเป็นโค้ชมาประมาณ 1,080 เกม ดังนั้น ผมเคยอยู่ในห้องแต่งตัวมาบ่อยมาก มาก ๆ แล้วล่ะ”

คล็อปป์ รับยังเป็นไปได้ที่จะกลับมาคุม ลิเวอร์พูล

“ผมไม่ได้อยากตายในห้องแต่งตัว มันเป็นเรื่องของสิ่งเหล่านี้ ผมอายุ 58 ปี จากมุมมมองของคุณอาจจะมองว่าแก่แล้ว แต่จากมุมมองอื่น ๆ นั้น มันยังไม่ได้แก่ขนาดนั้นนนะ”

“ซึ่งมันหมายความว่า ผมสามารถตัดสินใจได้ในช่วงอีก 2-3 ปีข้างหน้า ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมจำเป็นต้องตัดสินใจวันนี้ไหม? ว่าจะไม่รับงานโค้ชอีก แต่ก็ขอบคุณพระเจ้าที่ผมไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น”

“I don’t want to die in the dressing room. It’s these kind of things. I’m 58. From your perspective that might be old, but from other perspectives, it’s not that old.

“That means I could make a decision in a few years. I don’t know. Do I have to make a decision today? I will not coach again, but thank God I do not have to do that, I can just see what the future brings.”

Klopp: I turned down Man Utd in 2013

Klopp also revealed he turned down the Manchester United job in 2013 having decided the project was “not for me” after he was told things during discussions that he “didn’t like”.

“Yes, I spoke to them [Manchester United],” he explained.

“In the year when Sir Alex Ferguson retired they spoke to me. Of course they were interested.

“At one point. At that time I would have been interested. I was young, I had a sensational team at Dortmund, my God. They probably thought ‘what is he doing there?’

Loading

คล็อปป์ รับยังเป็นไปได้ที่จะกลับมาคุม ลิเวอร์พูล

เจอร์เกน คล็อปป์ เทรนเนอร์ชาวเยอรมัน ออกมาเปิดเผยว่า มีความเป็นไปได้ที่เขาจะกลับไปคุมทีมลิเวอร์พูล สโมสรดังแห่งพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ อีกครั้งในอนาคต

ก่อนหน้านี้ เจอร์เกน คล็อปป์ นั่งแท่นกุนซือของทัพหงส์แดงมาอย่างยาวนานกว่า 9 ปี ก่อนจะประกาศอำลาถิ่นแอนฟิลด์ไปหลังจบฤดูกาล 2023-24

โดยเขาได้ประกาศไว้ในเวลานั้นว่าจะไม่กลับมารับงานเป็นผู้จัดการทีมกับสโมสรไหนในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ อีกแน่นอน

หลังจากนั้นทางสโมสรลิเวอร์พูล ได้แต่งตั้ง อาร์เนอ ชล็อต เฮดโค้ชชาวดัตช์ เข้ามาคุมทีมแทนเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ก่อนที่อาร์เนอจะสามารถพาลิเวอร์พูล คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ มาครองได้สำเร็จทันทีในซีซันแรกของเขากับสโมสรดังแห่งเมอร์ซีไซด์

ขณะที่ล่าสุดได้มีการเผยบทสัมภาษณ์ของ เจอร์เกน คล็อปป์ กับทาง ไดอารี ออฟ ซีอีโอ พอดแคสต์ โดยคล็อปป์ได้ตอบเรื่องโอกาสในการกลับไปร่วมงานกับ ลิเวอร์พูล ว่า

“ผมเคยบอกว่า ผมจะไม่มีวันโค้ชทีมอื่นนอกอังกฤษ ซึ่งมันหมายความว่า หากผมได้กลับไป มันหมายถึงลิเวอร์พูล ดังนั้น ใช่ ตามทฤษฏีแล้วมันเป็นไปได้”

เมื่อถามว่าจะมีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เขาอยากกลับไปที่ลิเวอร์พูล ทาง เจอร์เกน คล็อปป์ ตอบ ว่า “ผมก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ผมรักในสิ่งที่ผมทำในตอนนี้ ผมไม่ได้คิดถึงการเป็นโค้ช ผมไม่ได้เป็นแบบนั้น ผมทำงานโค้ช แต่มันแตกต่างออกไป ไม่ใช่เรื่องการทำงานกับนักเตะ”

“ผมไม่ได้คิดถึงมันเลย ผมไม่ได้คิดถึงการยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ถึง 3 ชั่วโมง ผมไม่ได้คิดถึงการที่ต้องไปงานแถลงข่าว 3 ครั้งต่อสัปดาห์”

“การที่ต้องมีสัมภาษณ์ 10 หรือ 12 ครั้ง ในหนึ่งสัปดาห์ ผมไม่ได้คิดถึงสิ่งเหล่านั้น ผมไม่ได้คิดถึงเลย ผมไม่ได้คิดถึงการอยู่ในห้องแต่งตัว ผมเคยเป็นโค้ชมาประมาณ 1,080 เกม ดังนั้น ผมเคยอยู่ในห้องแต่งตัวมาบ่อยมาก มาก ๆ แล้วล่ะ”

คล็อปป์ รับยังเป็นไปได้ที่จะกลับมาคุม ลิเวอร์พูล

“ผมไม่ได้อยากตายในห้องแต่งตัว มันเป็นเรื่องของสิ่งเหล่านี้ ผมอายุ 58 ปี จากมุมมมองของคุณอาจจะมองว่าแก่แล้ว แต่จากมุมมองอื่น ๆ นั้น มันยังไม่ได้แก่ขนาดนั้นนนะ”

“ซึ่งมันหมายความว่า ผมสามารถตัดสินใจได้ในช่วงอีก 2-3 ปีข้างหน้า ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมจำเป็นต้องตัดสินใจวันนี้ไหม? ว่าจะไม่รับงานโค้ชอีก แต่ก็ขอบคุณพระเจ้าที่ผมไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น”

“I don’t want to die in the dressing room. It’s these kind of things. I’m 58. From your perspective that might be old, but from other perspectives, it’s not that old.

“That means I could make a decision in a few years. I don’t know. Do I have to make a decision today? I will not coach again, but thank God I do not have to do that, I can just see what the future brings.”

Klopp: I turned down Man Utd in 2013

Klopp also revealed he turned down the Manchester United job in 2013 having decided the project was “not for me” after he was told things during discussions that he “didn’t like”.

“Yes, I spoke to them [Manchester United],” he explained.

“In the year when Sir Alex Ferguson retired they spoke to me. Of course they were interested.

“At one point. At that time I would have been interested. I was young, I had a sensational team at Dortmund, my God. They probably thought ‘what is he doing there?’

Loading

ฟานไดก์ รับสภาพ ลิเวอร์พูล พ่ายคารัง ต่อผีแดง

เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ปราการหลังกัปตันทีมลิเวอร์พูล ยอมรับความจริง ว่า ทีมหงส์แดง เป็นฝ่ายแพ้ ในเกมศึกแดงเดือด หนล่าสุด เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม

โดยการแข่งขันเกมพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟิลด์ พ่ายต่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปแบบคารัง 1-2

และถือเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกันในพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาลนี้ ที่ ลิเวอร์พูล แพ้ด้วยสกอร์ 1-2 ทั้งสามเกม แถมยังเป็นในรูปแบบเดียวกันทั้งหมด คือ โดนนำก่อน จากนั้นยิงตีเสมอได้ แต่สุดท้ายมาโดนยิงแซงในช่วงท้ายเกม

ขณะที่หลังจบการแข่งขันแมตช์นี้ ทาง เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ปราการหลังกัปตันทีมลิเวอร์พูล ออกมาให้สัมภาษณ์ ว่า

“ผมคิดว่าเราเสียประตูที่สองไปแบบน่าเสียดายมาก”

“เราทำงานหนักมากในการกลับสู่เกม และเราสร้างโอกาสที่ยอดเยี่ยมในการลุ้นประตูชัย แต่เมื่อคุณมาเสียประตูที่สองแบบนั้น มันเป็นอะไรที่น่าผิดหวัง”

ฟานไดก์ รับสภาพ ลิเวอร์พูล พ่ายคารัง ต่อผีแดง

“หากดูจากทั้งเกม เรารีบร้อนเกินไป ผมคิดว่าพวกเขามีความอดทนมากและไม่ได้ไล่กดดันเราสูงเท่าไร แต่พวกเขาไม่ได้ปล่อยให้เราได้บอล เรายังคงสร้างโอกาสทำประตูได้หลายครั้ง แต่ความจริง คือ เราแพ้”

เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ปราการหลังกัปตันทีมลิเวอร์พูล กล่าวหลังหงส์แดง พ่ายต่อ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-2 ในเกมพรีเมียร์ ลีก ที่แอนฟิลด์

ส่วน แฮร์รี แม็กไกวร์ กองหลังของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นคนทำประตูชัยในแมตช์นี้ เผยว่า

“มันมีความหมายมาก, พวกเขาทำได้ดีกว่าเราในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และนั่นไม่ดีพอสำหรับสโมสรของพวกเรา เราไม่ได้ตอบแทนแฟนบอลได้เพียงพออย่างที่ทำได้ในวันนี้ ดังนั้น มันเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานมาก ในการมาที่นี่แล้วคว้า 3 คะแนนได้”

“มันไม่ใช่แค่ 3 คะแนนสำหรับสโมสรหรือนักเตะ ผมมาที่สนามแห่งนี้มาแล้ว 7 ปี และเป็นเรื่องที่ยากลำบาก ที่เราไม่ได้ 3 แต้มเลย, ดังนั้น มันเป็นชัยชนะสำหรับแฟน ๆ และผมหวังว่าพวกเขาจะมีค่ำคืนที่ยอดเยี่ยม”

“เป็นเรื่องดีในการเอาชนะลิเวอร์พูล, ฟุตบอลมันเกี่ยวข้องกับความทรงจำ และการสร้างความทรงจำที่พิเศษ ผมแน่ใจว่าแฟนบอลทุกคนจะกลับบ้านไปด้วยความทรงจำ และเราทุกคนจะกลับบ้านอย่างมีความสุข”

ทั้งนี้จากผลการแข่งขันดังกล่าว ทำให้ตอนนี้ ลิเวอร์พูล แพ้ 4 นัดติดต่อกันรวมทุกรายการแล้ว

Loading

ฟาน ไดก์ หวังเอาฟอร์มเก่งจากทีมชาติ กลับมาปลุกไฟหงส์แดง

เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ปราการหลังกัปตันทีม ลิเวอร์พูล ออกมากระตุ้นให้เพื่อนร่วมทีมกลับมาโชว์ฟอร์มเก่งให้ได้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้พวกเขาฟอร์มสะดุดอย่างมากในช่วงก่อนพักเบรกทีมชาติประจำเดือนตุลาคม

ลิเวอร์พูล มีการเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมในการแข่งขันพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาลนี้ ด้วยการคว้าชัยชนะ 5 แมตช์รวด อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น พวกเขาพ่าย 3 เกมรวด โดยแพ้ คริสตัล พาเลซ กับ เชลซี ในพรีเมียร์ ลีก และ พ่าย กาลาตาซาราย ในเกมฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก

และจากผลงานที่สะดุดไป ทำให้ล่าสุดทาง เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ปราการหลังกัปตันทีมหงส์แดง ออกมาให้สัมภาษณ์เพื่อกระตุ้นเหล่าเพื่อนร่วมทีมลิเวอร์พูล ว่า

“เรารู้ดีว่าเราจำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงปฏิกริยาตอบโต้ที่ดีหลังจากที่เจอกับสัปดาห์ที่ยากลำบากในช่วงก่อนพักเบรกทีมชาติ”

“รูปแบบที่เราแพ้ในเกมกับเชลซี เราทำงานหนักกันมากในการกลับมาสู่เกม มันเป็นอะไรที่น่าผิดหวังอย่างที่สุด โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากผลงานก่อนหน้านั้นอย่างเกมกับ คริสตัล พาเลซ และ กาลาตาซารายไปแล้ว”

ฟาน ไดก์ หวังเอาฟอร์มเก่งจากทีมชาติ กลับมาปลุกไฟหงส์แดง

“แต่นี่คือฟุตบอล และสิ่งเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังทำการแข่งขันในรายการอย่างอย่างพรีเมียร์ ลีก และ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก, ในการที่ต้องเจอกับทีมที่ดีที่สุดและผู้เล่นที่ดีที่สุด มันไม่เคยมีอะไรที่ได้มาง่าย ๆ และมันก็ไม่ควรจะง่ายด้วย”

“แต่สิ่งที่สำคัญ คือ สิ่งที่กำลังจะมาถึงต่อจากนี้ ผมได้พูดไปแล้วหลายครั้งมากกับสิ่งที่จำเป็นในการอยู่กับสโมสรแห่งนี้ นั่นคือ การทำงานหนัก, ความถ่อมตัว, ความเป็นหนึ่งเดียวกัน, ความสม่ำเสมอ และสิ่งนั้นใช้ได้กับทั้งช่วงเวลาที่ไม่ดีและช่วงเวลาที่ดีเช่นกัน”

“แน่นอนว่าเราไม่ได้กังวลหรือวิตกอะไรขนาดนั้น แต่เราเองก็ต้องเปิดใจและซื่อสัตย์กับตัวของพวกเราเองด้วย เรารู้กันดี ในฐานะทีม ว่ามันยังมีอีกหลายอย่างสำหรับการพัฒนาในส่วนของระดับฟอร์มการเล่นของพวกเรา และนั่นคือสิ่งที่เราต้องการจะทำให้ได้”

“แต่เราเองก็รู้ถึงคุณภาพในกลุ่มนักเตะของเรา ความแข็งแกร่ง และคาแรคเตอร์ของกลุ่มนักเตะชุดนี้ มันขึ้นอยู่กับพวกเราแล้วที่จะต้องแสดงมันออกมาให้เห็นในช่วงสัปดาห์ที่กำลังจะมาถึง”

“นักเตะหลายคนของเรา รวมถึงตัวผมด้วย เรามีช่วงเวลาและผลงา่นที่ดีกับทีมชาติของพวกเรรา และตอนนี้เรากำลังกลับมาที่สโมสรพร้อมกับทัศนคติที่ยอดเยยยยยยี่ยม พร้ออมที่จะจู่โจมใส่ความท้าทายที่อยู่เบื้องหน้าของพวกเรา”

Loading

อาร์เนอ รับ ลิเวอร์พูล สร้างโอกาสได้น้อย เมื่อเทียบกับฤดูกาลก่อน

อาร์เนอ ชล็อต ผู้จัดการทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล แชมป์เก่าของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ออกมายอมรับว่าฤดูกาลนี้ ทีมของเขาไม่สามารถสร้างโอกาสได้มากเท่ากับซีซันที่ผ่านมา

ลิเวอร์พูล เปิดฉากการแข่งขันพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ฤดูการนี้ได้อย่างร้อนแรง ด้วยการเอาชนะ 5 นัดรว แต่หลังจากนั้น พวกเขากลับพ่ายใน 2 เกมล่าสุด โดยแพ้ให้กับ คริสตัล พาเลซ และ เชลซี ด้วยสกอร์ 1-2 ทั้งสองแมตช์

อาร์เนอ รับ ลิเวอร์พูล สร้างโอกาสได้น้อย เมื่อเทียบกับฤดูกาลก่อน

และล่าสุดทาง อาร์เนอ ชล็อต ให้สัมภาษณ์ ว่า “ผมคิดว่าสิ่งที่เสามารถพูดได้ คือ หากเราเปรียบเทียบกับตัวเองเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ตอนนี้เราไม่ได้สร้างโอกาสได้มากเหมือนกับที่เราทำได้ต้อนต้นฤดูกาลที่ผ่านมา แต่เรายังเป็นทีมที่มีค่า xG ในเรื่องโอกาสที่สร้างจากการเล่นลูกโอเพนเพลย์มากที่สุด มีโอกาสยิงประตูมากที่สุด แต่เราก็เสียประตูมากเกินไป เรื่องนั้นมันชัดเจน และเราเสียไปแล้ว 9 ประตู ซึ่งจำนวน 4 ประตูนั้นมาจากลูกตั้งเตะ ซึ่งยีงุืิว่าเราทำได้ดี มันอาจจะฟังดูแปลกหากคุณเสีย 4 ประตู แต่มันไม่ได้สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสที่เราเสียไปจากลูกตั้งเตะ, ส่วนอีก 5 ประตูนั้น สองประตูมาจากการโต้กลับ และอีก 3 ประตู มาจากโอเพนเพลย์”

“ผมคิดว่าในโอเพนเพลย์เราเสียการเปิดจากด้านข้างมากเกินไป ดังนั้น นี่คือสิ่งที่เราจำเป็นต้องจัดการ และเราจำเป็นต้องทำให้ดีขึ้น อย่างที่ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ บอก ผมคิดว่าเขาหมายถึงว่าทีมกำลังเจอกับเราด้วยความแตกต่างจากครึ่งฤดูกาลแรกเมื่อปีที่แล้ว แต่นั่นก็อย่างที่ผมบอกไป มันเป็นเรื่องจำนวนของบอลยาวที่เราต้องเจอเมื่อเทียบกับฤดูกาลที่แล้ว เราจำเป็นต้องป้องกันให้ดี ดังนั้น เราจำเป็นต้องหาคำตอบในเรื่องนั้น และคำตอบแรก คือ การไม่เสียประตูมากเกินไป เพราะมันเป็นเรื่องที่ยากขึ้นในการทำประตู สิ่งที่ดีที่สุดที่คุณสามารถทำได้ดี คือ ทำให้มันเป็นเรื่องที่ยากขึ้นของทีมคู่แข่ง”

ส่วนเรื่องการแพ้ติดต่อกัน 3 นัด รวมทุกรายการ ทาง อาร์เนอ กล่าวว่า “ผมคิดว่ามันไม่ควรมีผลกับทีมทีคุณจะต้องเจอในสุดสัปดาห์นี้ แต่เราจะได้เล่นวันอาทิตย์ หากคุณแพ้ 3 เกมติดต่อกัน แล้วคุณสวมเสื้อของลิเวอร์พูล มันไม่ได้สำคัญว่าคู่ต่อสู้ของคุณคือใคร แต่คุณจำเป็นต้องมีปฏิกริยาตอบโต้ ถ้าจะมีอย่างหนึ่งที่ผมไม่สามารถจะโทษลูกทีมได้ คือ พวกเขาทุ่มเทเต็มที่ในทุกเกมแล้ว พวกเขาใส่เต็มตั้งแต่นาทีแรกจนนาทีสุดท้าย”

Loading

เวสต์ บราวน์ ชี้ ฟาน ไดก์ ยังเทียบชั้น ริโอ เฟอร์ดินานด์ ไม่ได้

เวสต์ บราวน์ อดีตกองกลางของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาตอบคำถามเปรียบเทียบระหว่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตเพื่อนร่วมทีมผีแดงในยุคเรือง กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ปราการหลังกัปตันทีมลิเวอร์พูลชุดปัจจุบัน โดยเชื่อว่า เฟอร์ดินานด์ เหนือกว่า ฟาน ไดก์

ชื่อของ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ปราการหลังดีกรีทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ถูกพูดถึงและยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดปราการหลังแถวหน้าของโลก หลังจากที่เขาถือเป็นแนวรับคนสำคัญผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์เก่าของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

และจากความยอดเยี่ยมดังกล่าว ทำให้มีหลายคนมักนำเขาไปเปรียบเทียบกับ ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษ ที่เคยเป็นผู้เล่นของทีมคู่ปรับอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ซึ่งล่าสุดทาง เวสต์ บราวน์ อดีตกองหลังของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาแสดงความเห็นถึงข้อถกเถียงระหว่าง ฟาน ไดก์ กับ เฟอร์ดินานด์ ว่าใครเก่งกว่านั้น ว่า

เวสต์ บราวน์ ชี้ ฟาน ไดก์ ยังเทียบชั้น ริโอ เฟอร์ดินานด์ ไม่ได้

“ผมเลือกอย่างมั่นใจเต็มร้อยเลยว่า ริโอ เหนือกว่า เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ แน่นอนเลย ผมอาจจะมีการลำเอียง แต่หากคุณได้เห็นริโอ คุณก็รู้ว่าเขาอยู่ในระดับที่แตกต่างออกไป”

“โดยส่วนตัวแล้ว เขาสามารถทำได้ทุกอย่าง และเขามีความนิ่งจนแทบไม่เคยจะวิ่งไปวิ่งมาเพื่อเข้าสกัดบอลเลย เขาอ่านเกมได้อย่างเฉียบขาด เขามีความเร็ว และเขามักจะอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องและทำให้งานของเขาง่ายขึ้นเสมอ เขาคว้าแชมป์มามากมายซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขามีความสำคัญมากแค่ไหนกับทีม”

นอกจากนี้ เวสต์ บราวน์ ยังพูดถึงการยืนคู่กันของคู่หูแนวรับที่ได้รับยกย่องว่าสุดแข็งแกร่งตลอดกาลของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์ กับ เนมันยา วิดิช ว่า

“เขาและวิดิชเป็นคู่หูในฝันของทุกคน ซึ่งมันหาไม่ได้บ่อยนักที่คุณจะมีการเล่นประสานกันได้แบบนั้น พวกเขาทั้งสองคนต่างทำงานหนักเพื่อกันและกันและทำให้พวกเขาแสดงศักยภาพที่ดีที่สุดออกมาทั้งคู่ และมันก็ทำให้ริโอนั้นแกร่งขึ้นด้วย”

สำหรับ ลิเวอร์พูล กำลังจะมีเกมสำคัญในศึกวันแดงเดือด โดยทีมหงส์แดงจะเปิดสนามแอนฟิลด์ รังเหย้าของพวกเขา เพื่อรับการมาเยือนของทัพปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวันที่ 19 ตุลาคม นี้

Loading

ซิสเซ ชม เอกีตีเก มีของดี หลังระเบิดฟอร์มกับ ลิเวอร์พูล

ฌีบริล ซิสเซ อดีตกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส และ สโมสรลิเวอร์พูล ออกมาพูดถึงกองหน้ารุ่นน้องอย่าง อูโก เอกีตีเก กองหน้ารุ่นน้องที่ปัจจุบันเล่นให้กับทีมหงส์แดง ว่าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในเวลาอันรวดเร็ว

อูโก เอกีตีเก กองหน้าชาวฝรั่งเศส เพิ่งจะย้ายจากไอน์ทรัก แฟรงก์เฟิร์ต สโมสรในบุนเดสลีกา เยอรมนี มาเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์เก่าของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ในช่วงฤดูร้อนนี้

และแม้ว่าเจ้าตัวจะเพิ่งย้ายมาเป็นสมาชิกใหม่ของถิ่นแอนฟิลด์ได้ไม่นาน แต่เขาก็สามารถระเบิดฟอร์มการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมทันที

และล่าสุดทาง ซิสเซ ซึ่งเคยค้วาแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก กับ ลิเวอร์พูล ได้ออกมาพูดถึงดาวยิงรุ่นน้องรายนี้ ว่า

“เขานำประตูมาได้มากมาย เขาสามารถทำประตูได้เยอะมาก เขาแสดงให้เห็นแล้วตั้งแต่ตอนที่อยู่ในเยอรมนี และเขาได้แสดงให้เห็นแล้วเช่นกันกับลิเวอร์พูล ตั้งแต่ตอนที่เขาย้ายเข้ามา”

“ผมค่อนข้างกลัวนิดหน่อยว่าเขาจะไม่ค่อยได้เล่นมากเท่าไร แต่ผมคิดผิด เขากำลังได้เล่น และเขากำลังทำได้ดี กำลังเดินหน้าทำประตู เขากำลังสร้างตัวเลือกที่แตกต่างจาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ อเล็กซานเดอร์ อิซัก”

ซิสเซ ชม เอกีตีเก มีของดี หลังระเบิดฟอร์มกับ ลิเวอร์พูล

“ผมคิดว่าหากเอกีตีเกยังอยู่ในระดับนี้ได้ และยังสามารถทำประตูได้ต่อเนื่องตอนที่เขาได้รับโอกาสในการเล่น จากนั้น มันจะเป็นเรื่องยากมากสำหรับผู้จัดการทีมในการที่จะเลือกตัวผู้เล่น แต่นั่นคือฟุตบอล นั่นคือความสวยงามของฟุตบอล ฤดูกาลมันยาวนาน”

“คุณต้องการให้กองหน้าทุกคนอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดไปตลอดทั้งฤดูกาล และมันเป็นเรื่องที่ดีในการที่มีกองหน้าหลายคนที่ทำประตูได้”

สำหรับสถานการณ์ของ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้ พวกเขาเปิดฉากพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ได้อย่างร้อนแรงด้วยการเอาชนะรวด 100 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 5 เกมแรกของฤดูกาล

อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นทีมแชมป์เก่าของพรีเมียร์ ลีก กลับเริ่มทำผลงานสะดุดไปบ้าง โดยพวกเขาแพ้รวด 3 นัดติดต่อกันรวมทุกรายการ ในช่วงก่อนเข้าสู่เบรกทีมชาติประจำเดือนตุลาคม

โดยก่อนที่จะเข้าช่วงเบรกทีมชาติไปนั้น พวกเขาแพ้ คริสตัล พาเลซ และ เชลซี ในเกมพรีเมียร์ ลีก รวมถึงพ่ายต่อ กาลาตาซาราย สโมสรในตุรกี ในส่วนของเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ด้วย

ขณะที่สุดสัปดาห์นี้พวกเขามีโปรแกรมนัดสำคัญ ที่จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สนามแอนฟิลด์ ในวันที่ 19 ตุลาคมนี้

Loading

กักโป ย้ำ หงส์ยังมองถึง 4 แชมป์

โคดี กักโป แนวรุกของ ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์เก่าของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่า ทีมหงส์แดง จะหาทางกลับสู่ฟอร์มที่ดีได้อีกครั้ง หลังจากที่ช่วงก่อนพักเบรกทีมชาติรอบนี้ ลิเวอร์พูล แพ้ไป 3 นัดรวด รวมทุกรายการ

ก่อนหน้านี้ ลิเวอร์พูล ชนะ 5 นัดรวด ในช่วงต้นของการแข่งขันพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ แต่หลังจากนั้นพวกเขาแพ้ในลีกสองเกม ในการเจอกับ คริสตัล พาเลซ และ เชลซี รวมถึงแพ้ กาลาตาซาราย จากตุรกี ในเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ด้วย

ทั้งนี้แม้จะแพ้ในลีกไปสองเกมติด แต่ ลิเวอร์พูล ยังรั้งอันดับสองของตารางคะแนนพรีเมียร์ ลีก หลังเก็บไป 15 แต้ม จาก 7 นัด ตามหลัง อาร์เซนอล จ่าฝูงอยู่แค่คะแนนเดียว

และล่าสุด โคดี กักโป ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนักเตะตัวหลักของลิเวอร์พูลในยุคของ อาร์เนอ ชล็อต ออกมาให้สัมภาษณ์ ว่า

“ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ยากเสมอเมื่อนักเตะใหม่เข้ามาแล้วต้องปรับตัวเข้าสู่ทีม แต่ผมคิดว่าตอนนี้ เรามีนักเตะใหม่เลยคนเลย บางครั้ง มันก็เป็นเรื่องยาก เมื่อมีคุณมีการเปลี่ยนแปลงทีม”

“เราเสียผู้เล่นหลายคนที่อยู่ที่นี่มายาวนานออกไป เราอยู่ด้วยกันมาหลายปี ดังนั้น นักเตะบางคนอย่าง ลูโช่, ดาร์วิน นูนเญซ, จาเรลล์ ควอนชาห์ และ ฮาร์วีย์ เอลเลียต ย้ายออกไปด้วย ดังนั้น คุณจำเป็นต้องหาคนเข้ามาทดแทนพวกเขา แล้วนักเตะใหม่ก็เข้ามา และคุณจำเป็นต้องทำให้มันลงตัว ผมคิดว่ามันกำลังไปได้สวยนะ”

“เราพยายามที่จะเรียนรู้กันและกันให้ดีขึ้นในทุกวัน และให้มันดีขึ้นอีก เป็นเรื่องที่น่าเสียดายนิดหน่อยกับ อเล็กซานเดอร์ อิซัก ที่เขาไม่ได้มีช่วงพรีซีซัน แต่ผมคิดว่าเราจะหาทางที่จะก้าวไปข้างหน้าได้”

“ผมคิดว่าในฐานะทีมสำหรับปีนี้ แน่นอนว่าเราต้องการจะป้องกันแชมป์ให้ได้ ผมคิดว่าเรามีขุมกำลังพอที่จะทำแบบนั้น เรามีนักเตะที่ดีหลายคน และเป็นทีมที่ดี เราอยากทำให้ดีขึ้นในแชมเปียนส์ ลีก ให้ดีกว่าปีที่แล้ว การที่เราได้เล่นใน 4 รายการตอนนี้ เป้าหมายของเรา คือ การคว้าแชมป์ทั้ง 4 รายการ แต่มันก็คือเป้าหมายของทุกฤดูกาล ผมคิดว่าเรามีทีมที่ดีในการจะชิงชัยในทุกรายการที่รออยู่ข้างหน้า”

On what his aims are for the season ahead…

I think as a team this year we obviously want to defend the title. I think we have the squad for that as well. [We have] good players and a good team. We’d like to be better in the Champions League than last year. To be playing now in four competitions, our aim is to win four – but that is every season the aim. I think we have a good squad to compete on every front.

On what it is like for him being at Liverpool every day…

กักโป ย้ำ หงส์ยังมองถึง 4 แชมป์

It’s a privilege. It’s a great feeling obviously to go out and practise and do what you love and to get better every day.

On how ‘special’ is it to be at Liverpool…

It’s a very special place. It’s a very special club with amazing people working here and [we have] amazing supporters who support us every step of the way. I couldn’t wish for any better team.

On how ‘at home’ he feels…

As home as I can be! Very much at home. Sometimes when I am in Holland I want to go home [to Liverpool], so that means I feel very much at home here. It’s the whole environment. A great team, great club and great people, obviously my family as well, so that all together makes it home.

On what he remembers about his move to Liverpool…

It went so fast! The World Cup was done because we lost the game against Argentina and all of a sudden everything is finished. I was in Dubai and I think it was the 22nd or 23rd of December and my brother and my agent called me and said there was serious interest from Liverpool. I was like, ‘Amazing!’ But I didn’t want to jump through the roof already because the last time a club came in it collapsed.

I stayed one more day in Dubai and then I had to come back for Christmas. It went pretty fast after that. I think in four days everything was done. So it went pretty fast, but I knew it was the right move because I was very calm on the inside. For me, that was a sign from God that it was the right move.

On winning the Premier League title with Liverpool last season…

For me, personally, obviously the game against Tottenham at home was a big moment for us. Some days you just know you’re going to win and in the Premier League that is not often. But on that day it was meant for us to win it at home. I think the next game we played away at Chelsea, so to win it at home with all the fans we just had a feeling with everybody that it is going to be that day.

On how it felt to get his hands on the Premier League trophy…

It was amazing. I enjoyed the day very much. I hope everybody did as well.

Loading

โกนาเต เผยเคยไม่กล้าใช้เงิน เพราะกลัวถูกมองว่าลืมตัว

อิบราฮิมา โกนาเต ปราการหลังของ ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์เก่าแห่งพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ออกมาเปิดเผยว่า เขาเคยไม่กล้าที่จะใช้เงินฟุ่มเฟือย เพราะไม่อย่างถูกตัดสินโดยเหล่าพี่น้องของเขา

ตามปกติแล้ว ไลฟ์สไตล์ของเหล่านักฟุตบอลนั้น พวกเขามักจะมีการแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนม หรือ มีรถยนต์สุดหรูเป็นพาหนะคู่ใจ เพราะเหล่าพ่อค้าแข้งเหล่านี้มีรายได้ที่เรียกได้ว่าสูงมากเมื่อเทียบกับเหล่าพนักงานธรรมดาทั่วไป

อย่างไรก็ตามในส่วนของ อิบราฮิมา โกนาเต ปราการหลังของ ลิเวอร์พูล ที่มีการเปิดเผยว่า เขาได้รับค่าเหนื่อยอยู่ที่ราว 70,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือ ประมาณ 3 ล้านบาท นั้น เขาเคยกลัวเกินไปที่จะใช้เงินก้อนดังกล่าวที่หามาด้วยแรงของตัวเอง เพราะกลัวว่าจะถูกตัดสินว่าเป็นพวกลืมตัว

“ต้องขอบคุณพี่ชายของผมทั้งสองคน ที่ทำให้ผมกลายเป็นนักเตะอย่างที่ผมเป็นในทุกวันนี้ได้ ตั้งแต่ก้าวแรกของผมกับสโมสรมหาวิทยาลัย ปารีส เมื่อ 20 ปีก่อน จนมาถึงที่ ลิเวอร์พูล พวกเขาคอยช่วยเหลือผมอย่างดีมาโดยตลอด”

“ผมไม่ได้ใช้เงินไปกับความสุขสำราญหรือความสุขส่วนตัวเลย ไม่มีรถใหม่, ไม่มีเสื้อผ้าหรู ๆ หรือพวกรองเท้า ไม่มีอะไรเลย ผมกลัวเกินไปว่าพวกเขาจะบอกว่าผมเปลี่ยนไป”

โกนาเต เผยเคยไม่กล้าใช้เงิน เพราะกลัวถูกมองว่าลืมตัว

“คุณไม่รู้หรอกว่านักฟุตบอลต้องการครอบครัวมากแค่ไหน ผู้คนมากมาย มีทั้งที่หวังดีกับเราและไม่ได้หวังดีกับเรา รายล้อมอยู่รอบตัวเรา ซึ่ง 95 เปอร์เซ็นต์ของพวกเขา เข้ามาเพราะผมคือโกนาเตะ ที่เป็นนักฟุตบอล ไม่ใช่ อิบราฮิมา ที่เป็นตัวตนของผม”

“พวกเขาอยากหาประโยชน์จากชื่อเสียงของผม แต่พวกเขาไม่ได้สนใจอะไรเลยเกี่ยวกับตัวผม เมื่อมีใครสักคนพยายามที่จะเข้าหาผม พวกเขา(พี่ชาย) ก็จะช่วยคัดกรองคนเหล่านั้นให้”

อย่างไรก็ตามในช่วงหลังก็มีบ้างที่เขาจะใช้เงินก้อนใหญ่ไปกับการเสริมความเท่ให้ตัวเอง โดย กองหลังดีกรีทีมชาติฝรั่งเศส เผยว่า “ผมจะไม่โกหกคุณหรอกนะ ผมมีการใช้จ่ายที่เกินไปนิดหน่อย โดยเฉพาะกับเรื่องเสื้อผ้า”

ทั้งนี้ปัจจุบัน อิบราฮิมา โกนาเต กำลังจะเข้าสู่สัญญาปีสุดท้ายกับ ลิเวอร์พูล และมีกระแสว่าเขากำลังได้รับความสนใจจาก เรอัล มาดริด สโมสรดังแห่ง ลา ลีกา สเปน ที่อยากได้ตัวเขาไปเสริมแนวรับ

ขณะเดียวกันมีการเปิดเผยว่าทางลิเวอร์พูลเองก็ต้องการที่จะขยายสัญญาให้กับโกนาเตเพื่อให้เขายังคงได้ทำหน้าที่รักษาแนวรับในถิ่นแอนฟิลด์ต่อไปเช่นกัน

Loading