Category: Uncategorized

ร็อบโบ้กระตุ้นแข้งหงส์ ต้องทำงานให้หนักกว่าเดิม

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ๊กซ้ายตัวเก๋าของ ลิเวอร์พูล ออกมาย้ำว่า วิธีเดียวที่จะช่วยให้ทีมหงส์แดง ก้าวข้ามช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ คือ การที่ต้องทำงานให้หนักกว่าเดิม

ลิเวอร์พูล ยังคงมีปัญหาเรื่องผลการแข่งขันในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ หลังจากที่พวกเขาพ่าย 4 เกมติดต่อกัน หลังจากที่แมตช์ล่าสุดพ่ายแพ้กลับมาจากการไปเยือนเบรนต์ฟอร์ด 2-3 ในการแข่งขันเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา

จากความพ่ายแพ้ในเกมนี้ทำให้พวกเขาหล่นไปอยู่อันดับ 7 ของตารางคะแนน โดยยังมี 15 คะแนนเท่าเดิมที่จากที่พวกเขาเก็บมาด้วยการชนะ 5 นัดแรกในลีก แต่หลังจากนั้นพวกเขาแพ้รวด

ล่าสุดทาง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ออกมาให้สัมภาษณ์ ว่า “เราเป็นต้องทำงานให้หนักขึ้น มันก็ธรรมดาแบบนั้นแหละ ในสนามซ้อมและในการแข่งขันด้วย พักผ่อนให้ดีขึ้น พวกเราทุกคนจำเป็นต้องทำ”

“เมื่อคุณอยู่กับสโมสรแห่งนี้ ผู้คนจะต้องการผลการแข่งขัน แฟน ๆ ต่างเดินทางไปเชียร์ทุกที่ ผมกานรันตีได้เลยว่ามีพวกเขาหลายคนมากที่เดินทางไปเชียร์เราถึงแฟรงก์เฟิร์ตด้วย พวกเขาใช้เงินไปเยอะมากเพื่อที่จะมาเชียร์พวกเรา”

ร็อบโบ้กระตุ้นแข้งหงส์ ต้องทำงานให้หนักกว่าเดิม

“ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก วิธีเดียวที่จะก้าวข้ามมันไปได้ คือ ต้องทำงานให้หนักกว่าเดิม วิ่งให้มากกว่าเดิมหน่อย และมองดูที่ตัวเองและทำให้ดีขึ้น นั่นคือสิ่งที่เราจำเป็นต้องทำ เพราะผลการแข่งขันมันยังไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าพอเลยในช่วง 5 หรือ 6 เกมที่ผ่านมา และมีแค่พวกเราเท่านั้นที่จะก้าวข้ามมันไปได้”

“เรารู้ดีและในวันพุธนี้เราก็จะต้องเดนิหน้าลุยกันอีกครั้ง มันไม่มีเวลาให้พัก ไม่มีเวลาให้ปรับตัว เรามีเกมการแข่งขันมากมาย บางครั้งมันสามารถเป็นเรื่องที่ดีที่คุณอาจจะกลับมาได้โดยเร็ว และเราสามารถจะออกไปลุยกันได้อีกครั้ง”

“แต่เราจำเป็นต้องเริ่มต้นเล่นให้ดีกว่าเดิม และเราจำเป็นต้องเริ่มต้นแสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอในเกมของเราให้มากกว่านี้”

“ผมแค่คิดว่าเรายังทำได้ไม่ดีพอในตอนที่ไม่มีบอล ตอนที่มีบอลอยู่ ครึ่งแรกเราสามารถสร้างโอกาสได้หลายครั้ง และเก็บบอลไว้ได้ดี”

“แต่คุณไม่สามารถจะไปที่เบรนต์ฟอร์ดแล้วแค่เล่นแบบนั้น เพราะพวกเขาพร้อมที่จะสู้ พวกเขาพร้อมจะลงไปตั้งรับในเขตโทษ และเมื่อมันมาถึงลูกตั้งเตะ พวกเขาจะสู้อยู่ด้านหลัง และไปสู้เพื่อนเล่นบอลจังหวะสอง”

Loading

ลิเวอร์พูล ฟอร์มแย่ต่อเนื่อง แพ้ในลีก 4 นัดติด

ลิเวอร์พูล ยังคงทำผลงานย่ำแย่ในช่วงหลังของการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ฤดูกาลนี้ ทั้งที่ช่วงแรกทีมหงส์แดงซึ่งเป็นแชมป์เก่าสามารถคว้าชัยชนะมาได้ 5 นัด แต่หลังจากนั้นพวกเขากลับไม่สามารถเก็บแต้มเพิ่มได้อีกเลย

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ คู่ดึกวันที่ 25 ต.ค. เบรนต์ฟอร์ด เปิดบ้านรับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์เก่าที่ช่วงหลังผลงานค่อนข้างระส่ำ

และแน่นอนว่าเกมนี้เปิดฉากมาเบรนต์ฟอร์ด ขึ้นนำก่อน 1-0 จากจังหวะโจมตีด้วยลูกทุ่มไกล คริสตอฟเฟอร์ อาเยอร์ โหม่งชงให้ ดานโก ออตตารา กระโดดยิงเข้าไป ในนาทีที่ 5

โดยช่วงท้ายครึ่งแรก ไบรตัน ได้ประตูนำห่าง 2-0 จากจังหวะสวนกลับเร็ว มิเกล ดาร์มสการ์ด จ่ายทะลุช่องสุดสวยจากแดนตัวเอง ให้ เควิน ชาเดอ พาบอลเข้าเขตโทษ ก่อนยิงผ่าน จอร์จี มามาร์ดาชวิลี เข้าไป ในนาที 45

แต่ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ หงส์แดง ได้ประตู ไล่มาเป็น 1-2 คอเนอร์ แบรดลีย์ เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้ามาให้ อูโก เอกีตีเก วิ่งข้าม บอลหลุดไปถึง มิลอส เคอร์เคซ ยิงเข้าไป ในนาที 45+5

ลิเวอร์พูล ฟอร์มแย่ต่อเนื่อง แพ้ในลีก 4 นัดติด

ขณะที่เกมในครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล ต้องเจอปัญหาเพิ่มอีก เมื่อ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ไปสกัดใส่แข้ง เบรนต์ฟอร์ด และผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์ พร้อมเป่าให้เป็นลูกจุดโทษ และเป็น อิกอร์ ติอาโก ที่ยิงกลางประตูเข้าไป ให้พวกเขานำห่าง 3-1 ในนาที 60

ลิเวอร์พูล ที่โดนนำห่าง พยายามเร่งเกมบุกอย่างหนัก ก่อนจะมาได้ประตูไล่มาเป็น 2-3 จากจังหวะที่ โดมินิก โซโบสไล เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้ามาเขตโทษ และเป็น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ยิงเสียงคาบเข้าไป ในนาที 89

อย่างไรก็ตามช่วงที่เหลือทั้งสองทีมทำประตูกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม เบรนต์ฟอร์ด ชนะ 3-2 เก็บเพิ่มเป็น 13 แต้ม จาก 9 นัด อยู่อันดับ 10 ส่วน ลิเวอร์พูล แพ้ 4 นัดติด มี 15 แต้ม จาก 9 นัด หล่นมาอยู่อันดับ 6

ขณะที่หลังจบเกม โจ โคล ตำนานแข้งทีมชาติอังกฤษ ออกมาแสดงความเห็นว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาของ เบรนต์ฟอร์ด

“นั่นคือเหตุผลที่เรารักฟุตบอล, เรามีดราม่า, คุณภาพ และแพชชัน, คีธ แอนดรูว์ส เพิ่งจะได้สานงานต่อจาก โธมัส แฟรงก์ และเขากำลังผลักดันสโมสรนี้ให้ไต่อันดับในตารางคะแนนขึ้นไป”

“นี่เป็นช่วงเวลาของเบรนต์ฟอร์ด เป็นฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมมากจากทีมของพวกเขา”

Loading

เคียซา ผงาดคว้ารางวัลแข้งยอดเยี่ยมหงส์แดง

เฟเดริโก เคียซา แนวรุกดีกรีทีมชาติอิตาลี ผงาดคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรลิเวอร์พูล ทีมแชมป์เก่าของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ประจำเดือนกันยายนมาครองได้สำหรับ หลังได้รับการโหวตลงคะแนนจากเหล่าสาวกหงส์แดง

โดยรางวัลดังกล่าว ถือเป็นครั้งแรกที่ เฟเดริโก เคียซา ได้รับรางวัลนี้ นับตั้งแต่ที่เขาย้ายจากยูเวนตุส มาอยู่กับลิเวอร์พูลเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่ก็แทบไม่ได้ลงเล่น เมื่อซีซันที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามในฤดูกาลนี้เขาเริ่มได้รับโอกาสลงสนามมากขึ้น และแม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นการลงเล่นในฐานะตัวสำรอง แต่เจ้าตัวก็สามารถโชว์ผลงานได้ดีทั้งการทำแอสซิสต์และทำประตูให้กับสโมสรดังจากเมอร์ซีไซด์ได้หลายครั้ง

และจากผลงานดังกล่าวทำให้ เฟเดริโก เคียซา ได้รับผลโหวตถึง 34 เปอร์เซ็นต์ ให้ได้รับรางวัลดังกล่าว โดยเอาชนะ อลิสซอน เบกเกอร์ นายด่านทีมชาติบราซิล และ ไรอัน กราเฟนเบิร์ช มิดฟิลด์ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ที่ได้ผลโหวตคนละ 18 เปอร์เซ็นต์

โดยหลังจากคว้ารางวัลดังกล่าว ทาง เฟเดริโก เคียซา ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านเว็บไซต์ทางการของสโมสรลิเวอร์พูล ว่า

“แน่นอนเลยว่าผมดีใจที่ได้รับรางวัลนี้ ขอบคุณแฟน ๆ สำหรับการสนับสนุนและการโหวตให้กับผมด้วย”

เคียซา ผงาดคว้ารางวัลแข้งยอดเยี่ยมหงส์แดง

“การสนับสนุนที่พวกคุณมีให้ตลอดมามันน่าทึ่งมาก ผมจะพยายามทุ่มเทอย่างดีที่สุดในสนามเพื่อแฟน ๆ และเพื่อสโมสรลิเวอร์พูล ผมชอบที่จะได้เห็นแฟน ๆ พอใจกับสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่”

สำหรับเฟเดริโก เคียซา ได้รับโอกาสลงสนามให้ลิเวอร์พูลไป 3 นัด ในเดือนกันยายน และมีส่วนร่วมกับ 3 ประตูที่ทีมทำได้

เริ่มจากได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง ในเกมคาราบาว คัพ รอบสาม ที่ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟิลด์ เอาชนะ เซาแฮมป์ไปได้ ซึ่งเขาทำ 2 แอสซิสต์ให้ อเล็กซานเดอร์ อิซัก และ อูโก เอกีตีเก ในเกมดังกล่าว

จากนั้นลงเล่นในฐานะตัวสำรองในเกมกับคริสตัล พาเลซ และทำได้ 1 ประตู

“ผมมีความสุขตอนหลังจบเกมกับเซาแฮมป์ตันเพราะเราชนะ แต่เกมกับพาเลซเราไม่สามารถชนะได้ และไม่สามารถเสมอได้ ดังนั้น ผมไม่ได้มีความสุขตอนจบเกม เพราะประตูของผมมันไม่ได้มีค่าอะไรเลย”

“เราหวังว่าจะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ ได้ ในอนาคต”

“ไม่ว่ากี่นาทีทีมผได้เล่น ผมพยายามที่จะทุ่มเทอย่างดีที่สุด ผมพยายามที่จะช่วยทีม มองในแง่บวก และพยายามสร้างผลงาน นั่นคือสิ่งที่ผมอยู่ที่นี่ ผมหวังว่าผมจะยังพัฒนาต่อไปและตอบแทนสิ่งต่าง ๆ ให้กับแฟนบอล”

Loading

เอกีตีเกเปิดใจหลังยิงประตูสังกัดเก่า ย้ำจำเป็นต้องทำ

อาร์เนอ ชล็อต เทรนเนอร์ของทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล สโมสรดังจากพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ออกมาเผยความรู้สึกว่า เขามีความสุขอย่างมากกับฟอร์มการเล่นของ อูโก เอกีตีเก ที่ทำประตูให้ทีมหงส์แดงกลับสู่เกมได้สำเร็จ ในแมตช์ ยูฟ่า แชมเปียส์ ลีก ที่พวกเขาบุกไปเอาชนะ ไอน์ทรัก แฟรงก์เฟิร์ต มาได้ 5-1 เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม

เกมดังกล่าว ลิเวอร์พูล โดนนำไปก่อน 0-1 แต่หลังจากนั้นพวกเขากลับสู่เกมได้จากการทำประตูตีเสมอ 1-1 ของ อูโก เอกีตีเก ก่อนจะแซงชนะไป 5-1

และชัยชนะดังกล่าวถือเป็นการหยุดสถิติอันย่ำแย่ของลิเวอร์พูลในช่วงก่อนหน้านี้ ที่พวกเขาพ่ายแพ้ติดต่อกันมา 4 เกม รวมทุกรายการ

โดยทาง อาร์เนอ ชล็อต ให้สัมภาษณ์ถึงผลงานของ อูโก เอกีตีเก และการเปลี่ยนตัว อเล็กซานเดอร์ อิซัก ออกจากสนามในช่วงพักครึ่งของเกมดังกล่าว ว่า

“ประตูแรกที่เราทำได้นั้นพิเศษมาก คุณสามารถเห็นได้ถึงความเร็วของเขา (เอกีตีเก) ในช่วงเวลาแบบนั้น นี่เป็นช่วงเวลาที่เราต่างหวังเอาไว้ อย่างที่ผมบอกไปตอนก่อนเกม เราสามารถสร้างโอกาสได้หลายครั้งมาตั้งแต่ 2-3 สัปดาห์แล้ว แต่โชคไม่ดีที่เราไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้ทั้งหมดเสมอไป”

เอกีตีเกเปิดใจหลังยิงประตูสังกัดเก่า ย้ำจำเป็นต้องทำ

“ค่ำคืนนี้กับ อเล็กซ์และอูโก ผมส่งนักเตะที่ปกติแล้วจะทำประตูได้ทั้งคู่ลงสนาม อเล็กซ์เข้าใกล้โอกาส 2-3 ครั้ง แต่สุดท้ายเขาต้องถูกเปลี่ยนออกไปในช่วงพักครึ่ง”

“ตอนที่เขาย้ายมา เขาแทบไม่ได้ซ้อม ดังนั้น เราต้องให้เวลาเขาไปทีละก้าวและจากนั้นคุณรู้สึกว่าอยู่ในจุดที่เขาจะเล่นได้สองครั้งในสัปดาห์เดียวแล้ว เขาก็ทำมาแล้วกับทีมชาติสวีเดน แต่ในครั้งแรกที่เราพยายามจะทำ เขาจำเป็นต้องโดนเปลี่ยนออก และหวังว่ามันจะไม่เป็นอะไรที่แย่เกินไป เขาต้องถูกเปลี่ยนตัวเพราะเขารู้สึกเจ็บขาหนีบ”

ทางด้าน อูโก เอเกตีเก ให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกในการกลับไปทำประตูใส่ทีมเก่าอย่าง ไอน์ทรัก แฟรงก์เฟิร์ต ว่า

“คุณก็รู้ ว่าผมจำเป็น, มันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม, แน่นอนว่ามันเป็นสิ่งที่พิเศษสำหรับผมที่ได้กลับมาที่นี่ในวันนี้ ผมอยากบอกว่าที่บ้าน, ผมรู้จักกับทุกคนที่นี่ ดังนั้นมันเป็นเกมที่พิเศษสำหรับผม และแน่นอนว่าการคว้าชัยชนะนั้นมีความสำคัญ และเป็นการยิงประตูแรกของผมในแชมเปียนส์ลีกด้วย ผมมีความสุขมาก”

“ผมเคารพพวกเขาอย่างมาก พวกเขาทำให้ผมกลายเป็นผู้เล่นที่เป็นอยู่ในตอนนี้, ผมคงไม่ได้มาอยู่ตรงนี้ หากผมไม่เคยมาอยู่กับแฟรงก์เฟิร์ต ผมแค่เคารพและซาบซึ้งกับสิ่งที่พวกเขามอบให้กับผม และผมจะรักษาสิ่งที่ผมได้เรียนรู้และคุณค่าที่พวกเขาให้ผมเอาไว้กับตัวเองตลอดไป”

Loading

โดมินิก โซโบสไล กระตุ้นแข้งหงส์ ระเบิดฟอร์มเก่งให้ได้อีกครั้ง

โดมินิก โซโบสไล ออกมากระตุ้นเหล่าเพื่อนร่วมทีมลิเวอร์พูล แชมป์เก่าของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ให้กลับมาโชว์ฟอร์มเก่งอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้พวกเขาฟอร์มสะดุดอย่างต่อเนื่อง

ลิเวอร์พูล ต้องผิดหวังกับผลการแข่งขันอย่างมากในช่วงหลัง โดยเกมล่าสุดพวกเขาเปิดสนามแอนฟิลด์ พ่ายแพ้ต่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมพรีเมียร์ ลีก เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไปด้วยสกอร์ 1-2 และทำให้ตอนนี้พวกเขาแพ้ 3 นัดติดต่อกันในลีก และหากรวมทุกรายการ ทีมหงส์แดง แพ้ติดต่อกันไปแล้ว 4 แมตช์

และล่าสุด โดมินิก โซโบสไล กองกลางดีกรีทีมชาติฮังการี ออกมาให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ทางการของสโมสรลิเวอร์พูล ว่า

“ผมคิดว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในเส้นทางอาชีพของผม และยังรวมไปถึงเพื่อนร่วมทีมอีกหลายคนเลยล่ะ สำหรับการแพ้ 4 เกมติดต่อกัน ดังนั้น ตอนนี้เราจำเป็นต้องรวมตัวกันเป็นหนึ่ง นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด เราจำเป็นต้องมีการประชุมกันเยอะมาก เราได้พูดคุยกันทุกคน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การที่เราต้องอยู่ด้วยกัน”

โดมินิก โซโบสไล กระตุ้นแข้งหงส์ ระเบิดฟอร์มเก่งให้ได้อีกครั้ง

“เพราะในช่วงเวลาที่ดีนั้น มันเป็นเรื่องที่ง่ายในการที่จะอยู่ร่วมกัน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ เราจะอยู่รวมกันอย่างไรบ้าง ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เราจำเป็นต้องพร้อมที่จะแสดงปฏิกริยาตอบโต้และนั่นคือสิ่งที่เราต้องการจะทำให้ได้”

“แน่นอนว่า มันจะเปลี่ยนไป หากเราทำงานหนัก คุณจำเป็นต้องเดินหน้าต่อไป โชคก็จะอยู่ข้างพวกคุณ อย่างที่คุณบอก โคดี กักโป ยิงชนเสาไป 3 ครั้ง (ในเกมกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) เราสร้างโอกาสได้มากมาย และไม่ได้เปิดโอกาสให้กับคู่ต่อสู้มากนั่ง แต่บางครั้งมันก็เกิดขึ้นได้ และตอนนี้เราแค่ต้องเดินกันต่อไป”

“สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ผมคิดว่าเราจำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงตัวตนและสิ่งที่เรามี สิ่งที่ลิเวอร์พูลสามารถทำได้ และอะไรที่พวกเราสามารถทำได้ เราเคยแสดงให้เห็นมาแล้วเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ด้วยการกลายเป็นแชมป์ที่มีแต้มมากมาย และถ้าพูดตามตรง ตอนนี้ ทุกคนพร้อมมากในการเจอกับเรา แต่นั่นเป็นเรื่องที่ดี คุณจำเป็นต้องเนาเอาส่วนที่ดีมา และแค่เตรียมตัวให้พร้อมในการเจอกับพวกเขา”

“แต่แน่นอนว่า ตอนนี้เราจำเป็นต้องพูดถึงกันแบบเกมต่อเกม ดังนั้น เราจำเป็นต้องพร้อม แต่สำหรับผมแล้ว ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ มันมีบางอย่างที่พิเศษ เพราะ อย่างที่คุณรู้ดีว่ารอบชิงชนะเลิศจะจัดขึ้นที่บูดาเปสต์ แต่เส้นทางนั้นมันยังอีกยาวไกล ดังนั้น เรายังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ และมีอีกหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้ ต้องเปลี่ยนแปลง และมุ่งมั่นกับตัวเอง”

Loading

อาร์เนอ อัปเดตอาการบาดเจ็บล่าสุดของ ไรอัน กราเฟนเบิร์ช

อาร์เนอ ชล็อต เทรนเนอร์ของลิเวอร์พูล ทีมแชมป์เก่าของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ออกมาอัปเดตอาการบาดเจ็บของ ไรอัน กราเฟนเบิร์ช กองกลางดีกรีทีมชาติเนเธอร์แลนด์

ก่อนหน้านี้ ไรอัน กราเฟนเบิร์ช เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในกองกลางคนสำคัญของลิเวอร์พูลในยุคของ อาร์เนอ ชล็อต เทรนเนอร์เพื่อนร่วมชาติตั้งแต่เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

และในฤดูกาลนี้ เจ้าตัวยังคงเป็นแกนหลักในแดนกลางของทัพหงส์แดง อย่างไรก็ตาม เขาถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามระหว่างเกมแดงเดือด ที่ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟิลด์ พ่ายต่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป 1-2 ในการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และถือเป็นการแพ้ต่อทัพปีศาจแดงในแอนฟิลด์ ในรอบเกือบ 10 ปี ของลิเวอร์พูลอีกด้วย

ซึ่งล่าสุดทาง อาร์เนอ ชล็อต ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของ ไรอัน กราเฟนเบิร์ช ว่า “ใช่ ผมจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเขาออกในเกมเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ เพราะเขามีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย อย่างที่เราทุกคนสามารถมองเห็นได้ ดังนั้น มันเป็นเรื่องที่โชคร้าย ที่เขาจะไม่พร้อมสำหรับเกมนัดต่อไป”

อาร์เนอ อัปเดตอาการบาดเจ็บล่าสุดของ ไรอัน กราเฟนเบิร์ช

โดยทีมลิเวอร์พูล มีโปรแกรมกลางสัปดาห์ ที่จะต้องไปเตะในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก โดยพวกเขาต้องออกเดินทางไปเยือนไอน์ทรัก แฟรงก์เฟิร์ต สโมสรในบุนเดสลีกา เยอรมนี

“ซึ่งมันหมายถึงว่าผมจำเป็นต้องเปลี่ยนนักเตะหนึ่งคนอย่างแน่นอนแล้ว และการที่ไม่มีเขาอยู่ตรงนั้น มันก็จะมีผลกระทบบางอย่างกับคนอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน เพราะเขามีคุณภาพอย่างมากในทีมชุดนี้ของเรา ซึ่งเราได้เห็นมาแล้ว อย่างเช่นในเกมกับบอร์นมัธ, รวมถึงตอนที่เราเล่นในคอมมูนิตี ชิลด์ ที่เราขาดนักเตะที่คอยช่วยป้องกันแนวรับให้กับเหล่าแบ๊กโฟร์ของเราไป”

“ไรอันจะยังไม่พร้อมสำหรับเกมที่จะพบกับไอน์ทรัก แฟรงก์เฟิร์ต หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะกลับมาลงสนามได้ในช่วงสุดสัปดาห์นี้”

“แต่นี่มันเป็นเรื่องอาการบาดเจ็บข้อทเ้า เราจำเป็นต้องรอดูกันต่อไปก่อน ต้องให้เวลากับเขา และดูว่าเขาจะเป็นอย่างไรบ้างตอนที่เราเดินทางกลับมาจากการไปเยือนแฟรงก์เฟิร์ต”

ขณะเดียวกัน ลิเวอร์พูลได้เผยรายชื่อนักเตะทั้ง 21 คน ที่จะออกเดินทางไปทำการแข่งขันแมตช์ดังกล่าวกับแฟรงก์เฟิร์ต ออกมาแล้ว ประกอบด้วย โจ โกเมซ, วาตารุน เอนโด, เฟอร์จิล ฟาน ไดก์, อิบราฮิมา โกนาเต, มิลอส เคอร์เคซ, โฟลเรียน เวียร์ตซ์, โดมินิก โซโบสไล, อเล็กซานเดอร์ อิซัก, อเล็กซิส แม็ก อัลลิสเตอร์, โม ซาลาห์, คอเนอร์ แบรดลีย์, เฟเดริโก เคียซา, เคอร์ติส โจนส์, โคดี กักโป, อูโก เอกีตีเก, จอร์จี มามาร์ดาชวิลี, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, เฟรดดี วูดแมน, เจเรมี ฟริมปง, ริโอ เอ็นกูโมฮา และ คอร์เนล มิสเชียร์

Loading

คล็อปป์ รับยังเป็นไปได้ที่จะกลับมาคุม ลิเวอร์พูล

เจอร์เกน คล็อปป์ เทรนเนอร์ชาวเยอรมัน ออกมาเปิดเผยว่า มีความเป็นไปได้ที่เขาจะกลับไปคุมทีมลิเวอร์พูล สโมสรดังแห่งพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ อีกครั้งในอนาคต

ก่อนหน้านี้ เจอร์เกน คล็อปป์ นั่งแท่นกุนซือของทัพหงส์แดงมาอย่างยาวนานกว่า 9 ปี ก่อนจะประกาศอำลาถิ่นแอนฟิลด์ไปหลังจบฤดูกาล 2023-24

โดยเขาได้ประกาศไว้ในเวลานั้นว่าจะไม่กลับมารับงานเป็นผู้จัดการทีมกับสโมสรไหนในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ อีกแน่นอน

หลังจากนั้นทางสโมสรลิเวอร์พูล ได้แต่งตั้ง อาร์เนอ ชล็อต เฮดโค้ชชาวดัตช์ เข้ามาคุมทีมแทนเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ก่อนที่อาร์เนอจะสามารถพาลิเวอร์พูล คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ มาครองได้สำเร็จทันทีในซีซันแรกของเขากับสโมสรดังแห่งเมอร์ซีไซด์

ขณะที่ล่าสุดได้มีการเผยบทสัมภาษณ์ของ เจอร์เกน คล็อปป์ กับทาง ไดอารี ออฟ ซีอีโอ พอดแคสต์ โดยคล็อปป์ได้ตอบเรื่องโอกาสในการกลับไปร่วมงานกับ ลิเวอร์พูล ว่า

“ผมเคยบอกว่า ผมจะไม่มีวันโค้ชทีมอื่นนอกอังกฤษ ซึ่งมันหมายความว่า หากผมได้กลับไป มันหมายถึงลิเวอร์พูล ดังนั้น ใช่ ตามทฤษฏีแล้วมันเป็นไปได้”

เมื่อถามว่าจะมีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เขาอยากกลับไปที่ลิเวอร์พูล ทาง เจอร์เกน คล็อปป์ ตอบ ว่า “ผมก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ผมรักในสิ่งที่ผมทำในตอนนี้ ผมไม่ได้คิดถึงการเป็นโค้ช ผมไม่ได้เป็นแบบนั้น ผมทำงานโค้ช แต่มันแตกต่างออกไป ไม่ใช่เรื่องการทำงานกับนักเตะ”

“ผมไม่ได้คิดถึงมันเลย ผมไม่ได้คิดถึงการยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ถึง 3 ชั่วโมง ผมไม่ได้คิดถึงการที่ต้องไปงานแถลงข่าว 3 ครั้งต่อสัปดาห์”

“การที่ต้องมีสัมภาษณ์ 10 หรือ 12 ครั้ง ในหนึ่งสัปดาห์ ผมไม่ได้คิดถึงสิ่งเหล่านั้น ผมไม่ได้คิดถึงเลย ผมไม่ได้คิดถึงการอยู่ในห้องแต่งตัว ผมเคยเป็นโค้ชมาประมาณ 1,080 เกม ดังนั้น ผมเคยอยู่ในห้องแต่งตัวมาบ่อยมาก มาก ๆ แล้วล่ะ”

คล็อปป์ รับยังเป็นไปได้ที่จะกลับมาคุม ลิเวอร์พูล

“ผมไม่ได้อยากตายในห้องแต่งตัว มันเป็นเรื่องของสิ่งเหล่านี้ ผมอายุ 58 ปี จากมุมมมองของคุณอาจจะมองว่าแก่แล้ว แต่จากมุมมองอื่น ๆ นั้น มันยังไม่ได้แก่ขนาดนั้นนนะ”

“ซึ่งมันหมายความว่า ผมสามารถตัดสินใจได้ในช่วงอีก 2-3 ปีข้างหน้า ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมจำเป็นต้องตัดสินใจวันนี้ไหม? ว่าจะไม่รับงานโค้ชอีก แต่ก็ขอบคุณพระเจ้าที่ผมไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น”

“I don’t want to die in the dressing room. It’s these kind of things. I’m 58. From your perspective that might be old, but from other perspectives, it’s not that old.

“That means I could make a decision in a few years. I don’t know. Do I have to make a decision today? I will not coach again, but thank God I do not have to do that, I can just see what the future brings.”

Klopp: I turned down Man Utd in 2013

Klopp also revealed he turned down the Manchester United job in 2013 having decided the project was “not for me” after he was told things during discussions that he “didn’t like”.

“Yes, I spoke to them [Manchester United],” he explained.

“In the year when Sir Alex Ferguson retired they spoke to me. Of course they were interested.

“At one point. At that time I would have been interested. I was young, I had a sensational team at Dortmund, my God. They probably thought ‘what is he doing there?’

Loading

อาร์เนอ อัปเดตอาการบาดเจ็บล่าสุดของ ไรอัน กราเฟนเบิร์ช

อาร์เนอ ชล็อต เทรนเนอร์ของลิเวอร์พูล ทีมแชมป์เก่าของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ออกมาอัปเดตอาการบาดเจ็บของ ไรอัน กราเฟนเบิร์ช กองกลางดีกรีทีมชาติเนเธอร์แลนด์

ก่อนหน้านี้ ไรอัน กราเฟนเบิร์ช เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในกองกลางคนสำคัญของลิเวอร์พูลในยุคของ อาร์เนอ ชล็อต เทรนเนอร์เพื่อนร่วมชาติตั้งแต่เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

และในฤดูกาลนี้ เจ้าตัวยังคงเป็นแกนหลักในแดนกลางของทัพหงส์แดง อย่างไรก็ตาม เขาถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามระหว่างเกมแดงเดือด ที่ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟิลด์ พ่ายต่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป 1-2 ในการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และถือเป็นการแพ้ต่อทัพปีศาจแดงในแอนฟิลด์ ในรอบเกือบ 10 ปี ของลิเวอร์พูลอีกด้วย

ซึ่งล่าสุดทาง อาร์เนอ ชล็อต ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของ ไรอัน กราเฟนเบิร์ช ว่า “ใช่ ผมจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเขาออกในเกมเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ เพราะเขามีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย อย่างที่เราทุกคนสามารถมองเห็นได้ ดังนั้น มันเป็นเรื่องที่โชคร้าย ที่เขาจะไม่พร้อมสำหรับเกมนัดต่อไป”

อาร์เนอ อัปเดตอาการบาดเจ็บล่าสุดของ ไรอัน กราเฟนเบิร์ช

โดยทีมลิเวอร์พูล มีโปรแกรมกลางสัปดาห์ ที่จะต้องไปเตะในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก โดยพวกเขาต้องออกเดินทางไปเยือนไอน์ทรัก แฟรงก์เฟิร์ต สโมสรในบุนเดสลีกา เยอรมนี

“ซึ่งมันหมายถึงว่าผมจำเป็นต้องเปลี่ยนนักเตะหนึ่งคนอย่างแน่นอนแล้ว และการที่ไม่มีเขาอยู่ตรงนั้น มันก็จะมีผลกระทบบางอย่างกับคนอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน เพราะเขามีคุณภาพอย่างมากในทีมชุดนี้ของเรา ซึ่งเราได้เห็นมาแล้ว อย่างเช่นในเกมกับบอร์นมัธ, รวมถึงตอนที่เราเล่นในคอมมูนิตี ชิลด์ ที่เราขาดนักเตะที่คอยช่วยป้องกันแนวรับให้กับเหล่าแบ๊กโฟร์ของเราไป”

“ไรอันจะยังไม่พร้อมสำหรับเกมที่จะพบกับไอน์ทรัก แฟรงก์เฟิร์ต หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะกลับมาลงสนามได้ในช่วงสุดสัปดาห์นี้”

“แต่นี่มันเป็นเรื่องอาการบาดเจ็บข้อทเ้า เราจำเป็นต้องรอดูกันต่อไปก่อน ต้องให้เวลากับเขา และดูว่าเขาจะเป็นอย่างไรบ้างตอนที่เราเดินทางกลับมาจากการไปเยือนแฟรงก์เฟิร์ต”

ขณะเดียวกัน ลิเวอร์พูลได้เผยรายชื่อนักเตะทั้ง 21 คน ที่จะออกเดินทางไปทำการแข่งขันแมตช์ดังกล่าวกับแฟรงก์เฟิร์ต ออกมาแล้ว ประกอบด้วย โจ โกเมซ, วาตารุน เอนโด, เฟอร์จิล ฟาน ไดก์, อิบราฮิมา โกนาเต, มิลอส เคอร์เคซ, โฟลเรียน เวียร์ตซ์, โดมินิก โซโบสไล, อเล็กซานเดอร์ อิซัก, อเล็กซิส แม็ก อัลลิสเตอร์, โม ซาลาห์, คอเนอร์ แบรดลีย์, เฟเดริโก เคียซา, เคอร์ติส โจนส์, โคดี กักโป, อูโก เอกีตีเก, จอร์จี มามาร์ดาชวิลี, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, เฟรดดี วูดแมน, เจเรมี ฟริมปง, ริโอ เอ็นกูโมฮา และ คอร์เนล มิสเชียร์

Loading

อาร์เนอ อัปเดตอาการบาดเจ็บล่าสุดของ ไรอัน กราเฟนเบิร์ช

อาร์เนอ ชล็อต เทรนเนอร์ของลิเวอร์พูล ทีมแชมป์เก่าของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ออกมาอัปเดตอาการบาดเจ็บของ ไรอัน กราเฟนเบิร์ช กองกลางดีกรีทีมชาติเนเธอร์แลนด์

ก่อนหน้านี้ ไรอัน กราเฟนเบิร์ช เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในกองกลางคนสำคัญของลิเวอร์พูลในยุคของ อาร์เนอ ชล็อต เทรนเนอร์เพื่อนร่วมชาติตั้งแต่เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

และในฤดูกาลนี้ เจ้าตัวยังคงเป็นแกนหลักในแดนกลางของทัพหงส์แดง อย่างไรก็ตาม เขาถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามระหว่างเกมแดงเดือด ที่ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟิลด์ พ่ายต่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป 1-2 ในการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และถือเป็นการแพ้ต่อทัพปีศาจแดงในแอนฟิลด์ ในรอบเกือบ 10 ปี ของลิเวอร์พูลอีกด้วย

ซึ่งล่าสุดทาง อาร์เนอ ชล็อต ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของ ไรอัน กราเฟนเบิร์ช ว่า “ใช่ ผมจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเขาออกในเกมเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ เพราะเขามีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย อย่างที่เราทุกคนสามารถมองเห็นได้ ดังนั้น มันเป็นเรื่องที่โชคร้าย ที่เขาจะไม่พร้อมสำหรับเกมนัดต่อไป”

อาร์เนอ อัปเดตอาการบาดเจ็บล่าสุดของ ไรอัน กราเฟนเบิร์ช

โดยทีมลิเวอร์พูล มีโปรแกรมกลางสัปดาห์ ที่จะต้องไปเตะในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก โดยพวกเขาต้องออกเดินทางไปเยือนไอน์ทรัก แฟรงก์เฟิร์ต สโมสรในบุนเดสลีกา เยอรมนี

“ซึ่งมันหมายถึงว่าผมจำเป็นต้องเปลี่ยนนักเตะหนึ่งคนอย่างแน่นอนแล้ว และการที่ไม่มีเขาอยู่ตรงนั้น มันก็จะมีผลกระทบบางอย่างกับคนอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน เพราะเขามีคุณภาพอย่างมากในทีมชุดนี้ของเรา ซึ่งเราได้เห็นมาแล้ว อย่างเช่นในเกมกับบอร์นมัธ, รวมถึงตอนที่เราเล่นในคอมมูนิตี ชิลด์ ที่เราขาดนักเตะที่คอยช่วยป้องกันแนวรับให้กับเหล่าแบ๊กโฟร์ของเราไป”

“ไรอันจะยังไม่พร้อมสำหรับเกมที่จะพบกับไอน์ทรัก แฟรงก์เฟิร์ต หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะกลับมาลงสนามได้ในช่วงสุดสัปดาห์นี้”

“แต่นี่มันเป็นเรื่องอาการบาดเจ็บข้อทเ้า เราจำเป็นต้องรอดูกันต่อไปก่อน ต้องให้เวลากับเขา และดูว่าเขาจะเป็นอย่างไรบ้างตอนที่เราเดินทางกลับมาจากการไปเยือนแฟรงก์เฟิร์ต”

ขณะเดียวกัน ลิเวอร์พูลได้เผยรายชื่อนักเตะทั้ง 21 คน ที่จะออกเดินทางไปทำการแข่งขันแมตช์ดังกล่าวกับแฟรงก์เฟิร์ต ออกมาแล้ว ประกอบด้วย โจ โกเมซ, วาตารุน เอนโด, เฟอร์จิล ฟาน ไดก์, อิบราฮิมา โกนาเต, มิลอส เคอร์เคซ, โฟลเรียน เวียร์ตซ์, โดมินิก โซโบสไล, อเล็กซานเดอร์ อิซัก, อเล็กซิส แม็ก อัลลิสเตอร์, โม ซาลาห์, คอเนอร์ แบรดลีย์, เฟเดริโก เคียซา, เคอร์ติส โจนส์, โคดี กักโป, อูโก เอกีตีเก, จอร์จี มามาร์ดาชวิลี, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, เฟรดดี วูดแมน, เจเรมี ฟริมปง, ริโอ เอ็นกูโมฮา และ คอร์เนล มิสเชียร์

Loading

อาร์เนอ อัปเดตอาการบาดเจ็บล่าสุดของ ไรอัน กราเฟนเบิร์ช

อาร์เนอ ชล็อต เทรนเนอร์ของลิเวอร์พูล ทีมแชมป์เก่าของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ออกมาอัปเดตอาการบาดเจ็บของ ไรอัน กราเฟนเบิร์ช กองกลางดีกรีทีมชาติเนเธอร์แลนด์

ก่อนหน้านี้ ไรอัน กราเฟนเบิร์ช เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในกองกลางคนสำคัญของลิเวอร์พูลในยุคของ อาร์เนอ ชล็อต เทรนเนอร์เพื่อนร่วมชาติตั้งแต่เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

และในฤดูกาลนี้ เจ้าตัวยังคงเป็นแกนหลักในแดนกลางของทัพหงส์แดง อย่างไรก็ตาม เขาถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามระหว่างเกมแดงเดือด ที่ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟิลด์ พ่ายต่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป 1-2 ในการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และถือเป็นการแพ้ต่อทัพปีศาจแดงในแอนฟิลด์ ในรอบเกือบ 10 ปี ของลิเวอร์พูลอีกด้วย

ซึ่งล่าสุดทาง อาร์เนอ ชล็อต ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของ ไรอัน กราเฟนเบิร์ช ว่า “ใช่ ผมจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเขาออกในเกมเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ เพราะเขามีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย อย่างที่เราทุกคนสามารถมองเห็นได้ ดังนั้น มันเป็นเรื่องที่โชคร้าย ที่เขาจะไม่พร้อมสำหรับเกมนัดต่อไป”

อาร์เนอ อัปเดตอาการบาดเจ็บล่าสุดของ ไรอัน กราเฟนเบิร์ช

โดยทีมลิเวอร์พูล มีโปรแกรมกลางสัปดาห์ ที่จะต้องไปเตะในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก โดยพวกเขาต้องออกเดินทางไปเยือนไอน์ทรัก แฟรงก์เฟิร์ต สโมสรในบุนเดสลีกา เยอรมนี

“ซึ่งมันหมายถึงว่าผมจำเป็นต้องเปลี่ยนนักเตะหนึ่งคนอย่างแน่นอนแล้ว และการที่ไม่มีเขาอยู่ตรงนั้น มันก็จะมีผลกระทบบางอย่างกับคนอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน เพราะเขามีคุณภาพอย่างมากในทีมชุดนี้ของเรา ซึ่งเราได้เห็นมาแล้ว อย่างเช่นในเกมกับบอร์นมัธ, รวมถึงตอนที่เราเล่นในคอมมูนิตี ชิลด์ ที่เราขาดนักเตะที่คอยช่วยป้องกันแนวรับให้กับเหล่าแบ๊กโฟร์ของเราไป”

“ไรอันจะยังไม่พร้อมสำหรับเกมที่จะพบกับไอน์ทรัก แฟรงก์เฟิร์ต หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะกลับมาลงสนามได้ในช่วงสุดสัปดาห์นี้”

“แต่นี่มันเป็นเรื่องอาการบาดเจ็บข้อทเ้า เราจำเป็นต้องรอดูกันต่อไปก่อน ต้องให้เวลากับเขา และดูว่าเขาจะเป็นอย่างไรบ้างตอนที่เราเดินทางกลับมาจากการไปเยือนแฟรงก์เฟิร์ต”

ขณะเดียวกัน ลิเวอร์พูลได้เผยรายชื่อนักเตะทั้ง 21 คน ที่จะออกเดินทางไปทำการแข่งขันแมตช์ดังกล่าวกับแฟรงก์เฟิร์ต ออกมาแล้ว ประกอบด้วย โจ โกเมซ, วาตารุน เอนโด, เฟอร์จิล ฟาน ไดก์, อิบราฮิมา โกนาเต, มิลอส เคอร์เคซ, โฟลเรียน เวียร์ตซ์, โดมินิก โซโบสไล, อเล็กซานเดอร์ อิซัก, อเล็กซิส แม็ก อัลลิสเตอร์, โม ซาลาห์, คอเนอร์ แบรดลีย์, เฟเดริโก เคียซา, เคอร์ติส โจนส์, โคดี กักโป, อูโก เอกีตีเก, จอร์จี มามาร์ดาชวิลี, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, เฟรดดี วูดแมน, เจเรมี ฟริมปง, ริโอ เอ็นกูโมฮา และ คอร์เนล มิสเชียร์

Loading