Category: Uncategorized

รูนีย์ ยังทนไม่ไหว – จี้ อาร์เนอ พัก ซาลาห์ จากการเป็นตัวจริง ลิเวอร์พูล

ฟอร์มการเล่นของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวยิงทีมชาติอียิปต์ ในฤดูกาลนี้ยังคงกลายเป็นคำถามที่หลายคนพูดถึงอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่เมื่อซีซันก่อนเขาระเบิดฟอร์มสุดร้อนแรงทั้งยิงและจ่ายบอลให้กับเหล่าแข้งหงส์แดง จนพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก มาครองได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม กลับกันในฤดูกาลนี้ สถิติการยิงประตูและแอสซิสต์ของเขาตกต่ำลงอย่างมาก ในขณะที่การมีส่วนร่วมกับเกมก็ดูจะหายไปดื้อ ๆ รวมถึงการพาบอลไปด้วยความเร็วที่เคยเป็นจุดเด่นก็ดูจะเลือนหายไปเช่นกัน

และจากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ตอนนี้ ลิเวอร์พูล แพ้ในพรีเมียร์ ลีก ไปแล้ว 6 นัด จากการลงสนาม 7 เกมหลังสุด

โดยทาง เวย์น รูนีย์ ตำนานกองหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาแสดงความเห็นว่า อาร์เนอ ชล็อต เทรนเนอร์ของ ลิเวอร์พูล ควรดร็อป โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จากการเป็นตัวจริงได้แล้ว

ลิเวอร์พูล กำลังเจอกับช่วงเวลาที่หนักหน่วง หลังจากที่พวกเขาเพิ่งเปิดบ้านพ่าย น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 0-3 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และทำให้พวกเขาแพ้ไปแล้ว 6 เกม ในพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาลนี้

รูนีย์ ยังทนไม่ไหว - จี้ อาร์เนอ พัก ซาลาห์ จากการเป็นตัวจริง ลิเวอร์พูล

และล่าสุดทาง เวย์น รูนีย์ ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ ว่า “ซาลาห์ไม่ได้ช่วยพวกเขาเล่นเกมรับ”

“ไม่แน่ใจว่าหากคุณเป็นหนึ่งในนักเตะที่พวกเขาเซ็นสัญญาเข้ามา แล้วคุณต้องนั่งบนม้านั่งสำรอง และคุณได้เห็นว่ามีคนไม่วิ่ง”

“ผมเข้าใจว่าเขาเป็นตำนานของสโมสร รวมถึงทุกอย่างที่เขาเคยทำให้กับสโมสรแห่งนี้ แต่หากคุณอยู่บนม้านั่งสำรอง ถ้างั้น มันคือการส่งข้อความอะไรออกมาล่ะ เมื่อคุณได้เห็นหนึ่งในเพื่อนร่วมทีมของคุณไม่วิ่งลงมา แล้วเขายังได้เล่นตัวจริงทุกเกม”

“หากผมเป็นอาร์เนอ ชล็อต, ผมจะพยายามและตัดสินใจครั้งใหญ่ เพราะมันจะมีผลกระทบกับทุกคนที่เหลือในทีม”

ทางด้านอาร์เนอ ชล็อต เทรนเนอร์ของ ลิเวอร์พูล ออกมาเปิดใจถึงผลงานอันย่ำแย่ของทีมในฤดูกาลนี้ ว่า “มันไม่เข้าท่า เหลือเชื่อจริงๆ พูดตามตรง ผมไม่คาดคิดว่าจะเจอสถานการณ์แบบนี้ ทั้งวิธีการเล่น และคุณภาพของนักเตะที่เรามี คุณอาจจะบอกว่าเราแพ้นัดที่ 6 จาก 7 นัดในพรีเมียร์ลีก แต่ผมบอกได้เลยว่า 4 นัดหลังสุดเราแพ้ 2 นัด และในแชมเปียนส์ ลีกเราชนะ 3 นัด แต่มันต่ำกว่าความคาดหวังสำหรับ ลิเวอร์พูล”

Loading

ฟาน ไดก์ ปลื้มติดทีมยอดเยี่ยมฟิฟโปร สมัยที่ 5

เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ปราการหลังกัปตันทีมลิเวอร์พูล แชมป์เก่าของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ออกมาเปิดเผยความรู้สึกหลังติดโผ 11 ผู้เล่นในทีมยอดเยี่ยมของโลกจากทางฟิฟโปร เป็นสมัยที่ 5

โดยรางวัลดังกล่าวได้มีการประกาศออกมาในเดือนพฤศจิกายนนี้ และกองหลังดีกรีทีมชาติเนเธอร์แลนด์จากสโมสรลิเวอร์พูล ได้รับการโหวตเข้าเป็นหนึ่งในนักเตะที่ติดทีมยอดเยี่ยมประจำปี 2025 เรียบร้อยแล้ว และถือเป็นครั้งที่ 5 ที่เขามีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมของโลกจากทางฟิฟโปร หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยได้รับเลือกมาแล้ว เมื่อปี 2019, 2020, 2022 และ 2024

โดยรางวัลดังกล่าวนั้นเป็นการนำเอาชื่อของนักฟุตบอลอาชีพมากกว่า 26,000 คน จากทั่วโลก ที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมระหว่างเดือนสิงหาคมปี 2024 จนถึง เดือนกรกฎาคม ปี 2025 เพื่อเฟ้นหาผู้เล่น 11 คนที่ดีที่สุดจากทั่วโลกให้ได้รับรางวัลดังกล่าว

ทั้งนี้หลังจากคว้ารางวัลสมัยที่ 5 นั้น ทำให้มีนักเตะอีกแค่ 9 คนในโลกเท่านั้น ที่เคยได้รับรางวัลนี้มากกว่าตัวของฟาน ไดก์ นัตั้งแต่มีการประกาศรางวัลนี้ขึ้นครั้งแรก เมื่อปี 2005

ฟาน ไดก์ ปลื้มติดทีมยอดเยี่ยมฟิฟโปร สมัยที่ 5

และล่าสุดทาง เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ได้ให้สัมภาษณ์หลังจากได้รับรางวัลดังกล่าว ว่า “มันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของฟิฟโปร เวิลด์ 11 อีกครั้ง”

“การได้รับการยอมรับจากนักเตะเพื่อนร่วมอาชีพด้วยกันเองนั้นถือเป็นการได้รับการยอมรับที่ดีที่สุด ผมคิดว่า คุณสามารถได้รับรางวัลนี้ เพราะแน่นอนว่าคุณได้ดวลกับนักเตะคนอื่น ๆ และแน่นอนว่าพวกเขาเองต่างก็ผ่านอะไรมามากมาย เช่นเดียวกับเราที่กำลังผ่านสิ่งต่าง ๆ ในการแข่งขันทุกวันนี้”

“ไม่ว่าจะได้รับการยอมรับจากที่ไหนล้วนเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมทั้งนั้น แต่การได้เป็นส่วนหนึ่งในทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ ผมคิดว่าสองรายการนี้ เมื่อคุณได้รับการโหวตจากเหล่านักเตะด้วยกันเอง มันมีความหมายมาก เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ”

สำหรับผลงานของ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ เมื่อฤดูกาลที่แล้วที่ส่งผลให้เขาคว้ารางวัลนักเตะในทีมยอดเยี่ยมประจำปี 2025 นั้น มาจากการที่เขาเป็นหนึ่งในนักเตะคนสำคัญของลิเวอร์พูล ที่โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมและพาทีมหงส์แดงคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก เมื่อซีซันที่ผ่านมามาครองได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตามในฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล กลับยังไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้ดีมากเท่าไร แถมพวกเขายังแพ้ในเกมพรีเมียร์ ลีกไปแล้วถึง 6 นัด จากการลงสนามในรายการนี้ 7 นัดล่าสุดอีกด้วย

Loading

ฟานไดก์ สุดทน ลิเวอร์พูล เสียประตูง่ายเกิน จนทำให้ผลการแข่งขันห่วย

เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ปราการหลังกัปตันทีมลิเวอร์พูล ออกมาเปิดเผยถึงเหตุผลที่ฟอร์มการเล่นของลิเวอร์พูลยังทำได้ไม่ดีในช่วงเวลานี้ หลังจากที่พวกเขาเพิ่งจะพ่ายต่อ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ไปแบบขาดลอย 0-3 คาถิ่นแอนฟิลด์ ในการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

จากความพ่ายแพ้ดังกล่าวทำให้ตอนนี้ ลิเวอร์พูล ลงเตะ 12 นัด ชนะ 6 และแพ้ 6 นัด ในฤดูกาลนี้ มี 18 คะแนน โดยชัยชนะ 5 จาก 6 นัดนั้น มาจาก 5 เกมแรกของฤดูกาล ก่อนที่ฟอร์มของพวกเขาจะค่อย ๆ ตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง

และล่าสุดทาง เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ปราการหลังกัปตันทีมลิเวอร์พูล ออกมาให้สัมภาษณ์ ว่า “เราเสียประตูหลายลูกแบบง่ายเกินไป ผมคิดว่าในช่วงครึ่งชั่วโมงแรกของครึ่งแรกเราทำได้ดี เราสร้างโอกาสดี ๆ ได้หลายครั้ง แน่นอนว่าพวกเขาทำประตูได้จากลูกตั้งเตะอีกแล้ว”

ฟานไดก์ สุดทน ลิเวอร์พูล เสียประตูง่ายเกิน จนทำให้ผลการแข่งขันห่วย

“คุณสามารถตั้งคำถามกับตัวเองได้เรื่องที่ว่าเขายืนขว้างข้างหน้าอลิสซอน แต่มันก็ได้ประตูไป ดังนั้น คุณก็ตามหลัง 0-1, ผมคิดว่าโดยรวมแล้ว เราแค่ทำได้ไม่ดีในส่วนของการต่อสู้, การปะทะ, การสู้เพื่อบอลจังหวะสอง เรารีบเกินไป มันเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากมาก ลำบากมากจริง ๆ ในตอนนี้ มันเป็นวันที่หนักหน่วงมาก”

“แน่นอนว่ามันเกิดความกังวลหลังจากที่เราเสียประตูไป แต่มันไม่ใช่กับช่วงเวลาทั้งหมด คุณสัมผัสได้ว่าคุณต้องการจะเร่งทำสิ่งต่าง ๆ ให้เร็วขึ้น หลังจากที่เสียประตูไป, พยายามที่จะหาประตูตีเสมอให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ มันคือสิ่งที่มนุษย์เป็นเมื่อคุณอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก”

“ผมไม่ได้คิดว่ามันมีความกังวลอะไรก่อนที่จะเสียประตูจากลูกตั้งเตะ และเราก็ป้องกันมันไปได้ครั้งหนึ่งก่อนหน้านั้น แต่สุดท้ายแล้ว เราแค่อยู่ในช่วงเวลาที่ยากมาก และเราจำเป็นต้องก้าวผ่านมันไปให้ได้ แต่คุณไม่สามารถจะแก้ไขมันได้ด้วยการแค่พูดถึงมัน อย่างที่ผมบอกไปแล้วหลายครั้ง ผมมาพูดกับพวกคุณที่นี่เพราะผมต้องทำ ผมอยากจะไปหาทางแก้กับทีมของผมในสนาม และมันจะต้องเป็นการทำงานที่หนักมากสำหรับเรื่องนี้”

“ผมไม่สามารถจะตัดสินสิ่งที่แฟน ๆ กำลังทำอยู่ได้ หากพวกเขาจะกลับก่อน ผมก็เข้าใจได้ถึงความหัวเสียทั้งหมด แต่ผมรู้ว่า แฟน ๆ จะผ่านช่วงเวลานี้ไปกับพวกเรา เหมือนกับหลายปีที่ผ่านมา นั่นคือสิ่งที่ลิเวอร์พูลเป็น ผมแน่ใจว่าพวกเขาจะอยู่กับพวกเราจนถึงที่สุด”

Loading

อาร์เนอ – ขอรับผิดชอบ หลัง ลิเวอร์พูล พ่าย ฟอเรสต์ คาแอนฟิลด์

เรียกได้ว่าเป็นการกลับมาจากช่วงเบรกทีมชาติอย่างน่าผิดหวัง สำหรับทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล แชมป์เก่าของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อล่าสุดพวกเขาต้องพ่ายแพ้ในเกมลีกอีกครั้ง

ลิเวอร์พูล ได้กลับมาลงเล่นในสนามแอนฟิลด์ รังเหย้าของพวกเขา หลังจากที่ก่อนหน้านี้เป็นช่วงเบรกทีมชาติประจำเดือนพฤศจิกายน โดยรับการมาเยือนของ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ที่เพิ่งมีการเปลี่ยนโค้ชไปเมื่อไม่นานมานี้

และแม้ว่าลิเวอร์พูลจะได้เล่นในรังเหย้าของตัวเอง แต่พวกเขากลับพ่ายแพ้ไปแบบหมดรูปต่อขุนพลทัพเจ้าป่า ด้วยสกอร์ขาดลอย 0-3 ซึ่งในเกมดังกล่าวมีแฟนบอลบางส่วนเดินออกจากสนามตั้งแต่เกมยังไม่จบด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่แทบจะไม่เกิดขึ้นเลยกับเหล่าสาวกเดอะค็อป

ซึ่งจากความพ่ายแพ้ในเกมนัดนี้ ทำให้ตอนนี้ ลิเวอร์พูล หล่นไปอยู่อันดับ 11 ของตารางคะแนน จากการมี 18 แต้ม จากการลงสนาม 12 นัด แต่ที่น่าสังเกต คือ ฤดูกาลนี้พวกเขาแพ้ในลีกไปแล้วถึง 6 เกม

โดยหลังจบการแข่งขันแมตช์ดังกล่าว ทาง อาร์เนอ ชล็อต เทรนเนอร์ของ ลิเวอร์พูล ออกมาให้สัมภาษณ์ ถึงผลการแข่งขันที่ออกมา ว่า

อาร์เนอ - ขอรับผิดชอบ หลัง ลิเวอร์พูล พ่าย ฟอเรสต์ คาแอนฟิลด์

“สิ่งที่ยาก คือ การที่จะบอกว่ามันแย่อย่างไรบ้าง แต่มันเป็นอะไรที่แย่มาก การเล่นในบ้าน แล้วแพ้ไป 0-3 ไม่ว่าจะเป็นการเจอกับทีมไหนก็ตาม มันเป็นผลการแข่งขันที่แย่ แย่มาก ๆ”

“ผมอยากจะเน้นย้ำว่า ผม คือ คนที่รับผิดชอบสำหรับความพ่ายแพ้ในตอนนี้ คุณ คือ คนที่ต้องรับผิดชอบทั้งตอนที่ชนะ แต่ก็ต้องรับผิดชอบในเวลาที่คุณกำลังพ่ายแพ้ด้วย”

“ผมไม่สามารถจะก้าวขึ้นมาพร้อมกับข้ออ้างต่าง ๆ สำหรับพวกเรา กับผลการแข่งขันที่เรามีได้ นี่มันเป็นอะไรที่ห่างไกลกับคำว่าเพียงพอไปมาก และผมต้องรับผิดชอบสำหรับเรื่องนั้น”

“แน่นอนว่ามันต้องมีทางออก โดยเฉพาะกับกลุ่มนักเตะที่เปี่ยมด้วยคุณภาพที่พวกเรามี”

“ไม่ว่าคุณจะชนะ หรือ แพ้ คุณคือคนที่จัดไลน์อัพผู้เล่นและเปลี่ยนตัวสำรอง ในมุมมองของผม เราเริ่มต้นได้ดี แต่ผมไม่ได้เห็นว่าเราจะสร้างโอกาสได้มากเท่าไรในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก อาจจะแทบมาทั้งฤดูกาลแล้ว”

“เราสามารถสร้างโอกาสได้เยอะมาก แต่กลายเป็นพวกเขาที่เข้ามาในกรอบเขตโทษของพวกเราครั้งแรก แล้วกลับทำประตูได้ มันเป็นเรื่องที่ยากมาก ที่คุณพลาดโอกาสของตัวเอง แล้วหลังจากนั้นก็เสียประตู”

Loading

ฟาน ไดก์ กระตุ้นแข้งหงส์ โชว์ความสม่ำเสมอในช่วงโปรแกรมสุดหิน

เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ปราการหลังกัปตันทีม ลิเวอร์พูล ออกมาย้ำว่าเหล่าแข้งหงส์แดง จำเป็นต้องมีความสม่ำเสมอที่มากขึ้น แม้จะเข้าสู่ช่วงที่โปรแกรมการแข่งขันอัดแน่นสุด ๆ ก็ตาม

ลิเวอร์พูล กำลังจะกลับมาลงทำการแข่งขันอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เป็นช่วงพักเบรกทีมชาติ และการกลับมาครั้งนี้ พวกเขาจะต้องเจอกับโปรแกรมการแข่งขันที่อัดแน่นตลอดทั้ง 3 สัปดาห์ที่กำลังจะมาถึงนี้

โดยทาง เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ปราการหลังกัปตันทีมลิเวอร์พูล ยอมรับว่าทีมของเขาจำเป็นต้องมีการพัฒนาขึ้น แต่ก็ย้ำว่าเขายังเชื่อมั่นว่าทีมจะกลับมาเดินหน้าคว้าผลการแข่งขันที่ต้องการได้อีกครั้ง

ซึ่งทางปราการหลังดีกรีทีมชาติเนเธอร์แลนด์ รายนี้ ให้สัมภาษณ์ ว่า “คุณสามารถมองไปที่โปรแกรมการแข่งขันและรู้สึกได้ว่ามันมีความสำคัญมากแค่ไหนสำหรับช่วง 2-3 เดือน และอีกหลายเดือนต่อจากนี้”

ฟาน ไดก์ กระตุ้นแข้งหงส์ โชว์ความสม่ำเสมอในช่วงโปรแกรมสุดหิน

“จากตอนนี้ไปจนถึงเดือนมีนาคม เราจะต้องเล่นทุก ๆ 3 หรือ 4 วัน เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมันหมายความว่า เราจำเป็นต้องมีการโฟกัสอย่างเต็มที่ที่สุด ทุ่มเทอย่างที่สุด และพร้อมสำหรับการพักผ่อน, ฟื้นฟู และออกไปสู้ใหม่อีกครั้งอย่างรวดเร็วมาก”

“ซึ่งมันยังหมายถึงว่า ไม่ว่าอย่างไรก้๖าม มันก็เป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมในการที่จะแสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมออย่างแท้จริง ในการที่จะเก็บผลการแข่งขันและฟอร์มการเล่นไปพร้อม ๆ กัน และทำให้มันเป็นกระบวนการอย่างแท้จริง ทั้งในการแข่งขันภายในประเทศและในถ้วยยุโรป ซึ่งมันเป็นเป้าหมายหลักของพวกเรา”

“เราเพิ่งจะไปลุยในช่วงเบรกทีมชาติมา ซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่ผสมกันไป ผมอยากบอกว่า ผมผิดหวัง, แน่นอนว่า ในเกมที่เราแพ้ต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่ก็มีจุดที่กระตุ้นตัวเองได้ในช่วงก่อนหน้านั้น ซึ่งมันสำคัญมาก อย่างเช่นการต่อสู้อย่างหนัก และชัยชนะที่คู่ควรในเกมกับ แอสตัน วิลลา และ เรอัล มาดริด”

“ผมบอกไปแล้วหลายครั้งว่า ผมเชื่อมั่นในคุณภาพและคาแร็กเตอร์ของทีมชุดนี้ แต่เราจำเป็นต้องแสดงมันออกให้เห็น ซึ่งมันก็คือตรงนั้น ในสนาม แอนฟิลด์ เป็นสถานที่ที่พิเศษสำหรับพวกเราเสมอ และผมคิดว่าเราแสดงให้เห็นมาแล้วในเกมกับ แอสตัน วิลลา และ เรอัล มาดริด ว่าเราสามารถเอาชนะทุกคนได้ ด้วยการร่วมมือกันทั้งนักเตะ และแฟนบอล, ทำงานร่วมกัน บรรยากาศจากทั้งสองฝั่งเป็นอะไรที่น่าทึ่ง”

Loading

เอกีตีเก มั่นใจ ลิเวอร์พูล กลับมาล่าชัยชนะได้อีกครั้ง

อูโก เอเกีตีเก กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่า ลิเวอร์พูล ต้นสังกัดในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ของเจ้าตัวจะสามารถพัฒนาได้อีก หลังจากที่ช่วงก่อนหน้านี้ผลงานของพวกเขาดูจะยังทำได้ไม่ดีพอในซีซันนี้

อูโก เอกีตีเก เพิ่งย้ายจากไอน์ทรัก แฟรงก์เฟิร์ต มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้ และในช่วงแรกของเขากับทีมหงส์แดงนั้นดูจะไปได้สวยเมื่อเขาสามารถทำประตูได้ตั้งแต่ช่วงพรีซีซัน

อย่างไรก็ตามหลังจากการย้ายเข้ามาของ อเล็กซานเดอร์ อิซัก กองหน้าทีมชาติสวีเดน ที่มาจาก นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวสถิติลีก อังกฤษ ในราคา 125 ล้านปอนด์ ทำให้ทาง เอกีตีเก ต้องสลับไปนั่งสำรองในบางนัด และดูเหมือนว่าฟอร์มการเล่นของเขาจะเริ่มสะดุดตามไปด้วย

ขณะเดียวกัน ลิเวอร์พูล กำลังจะเจอโปรแกรมสุดหินลงเล่น 7 เกม ในเวลา 21 วัน ซึ่งทาง เอกีตีเก ออกมาให้สัมภาษณ์ ว่า

“ผมคิดว่ามันจะเป็นช่วงเวลาที่หนักมากด้วยจำนวนเกมที่เยอะมาก และมันไม่ใช่เกมที่ง่าย ส่วนเกมในช่วงก่อนเบรกทีมชาติไปนั้นมันก็ไม่ง่ายเช่นกัน”

“เราจำเป็นต้องรวมตัวกันให้เหนียวแน่นและสนับสนุนกันและกันอย่างดี เพราะมันจะเป็นช่วงเวลาที่ยุ่งมากกับจำนวนเกมการแข่งขันที่เยอะมาก แต่ผมมั่นใจ ผมคิดว่าเราสามารถทำบางอย่าง เรายังมีอีกหลายเกมให้กลับมาได้ และมันมีตำแหน่งที่ดีสำหรับการที่เราจะไปอยู่ตรงนั้น”

เอกีตีเก มั่นใจ ลิเวอร์พูล กลับมาล่าชัยชนะได้อีกครั้ง

“ฟุตบอลเป็นเรื่องของโมเมนตัม เราเริ่มต้นฤดูกาลนี้ด้วยการชนะทุกเกมในช่วงท้ายเกม ประตูชัยในนาทีสุดท้าย จากนั้นเราก็เริ่มแลพ้บ้าง แต่ผมคิดว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงมันได้”

“เราสามารถเปลี่ยนกลับมาคว้าชัยชนะอีกครั้ง มันแค่เป็นเรื่องของโมเมนตัม ผมเชื่อว่าเราสามารถพัฒนาและทำให้ดีขึ้นกว่านี้ได้แน่นอน”

ส่วนการพบกับ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ที่เพิ่งเปลี่ยนโค้ชเป็น ชอน ไดช์ ในเกมนัดต่อไป ทาง เอกีตีเก ให้สัมภาษณ์ ว่า

“พวกเขาเปลี่ยนโค้ชแล้ว และตอนนี้พวกเขามีเกมรับที่ดีมาก พวกเขามีความโดดเด่นเป็นพิเศษในเกมรับ ดังนั้น ผมรู้สึกว่าทุกเกม ในพรีเมียร์ ลีก ต่างจะเป็นเกมที่ยากลำบาก”

“เราจำเป็นต้องทำงานหนักและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับสุดสัปดาห์นี้”

สำหรับสถานการณ์ก่อนเกมนี้ ลิเวอร์พูล อยู่อันดับ 8 ของตารางคะแนน จากการมี 18 แต้ม จาก 11 นัด

Loading

สตีฟ ฟินแนน อดีตแข้งหงส์ โดนฟ้องล้มละลาย

เส้นทางหลังปิดฉากการค้าแข้งของเหล่านักฟุตบอลนั้น แต่ละคนต่างมีเส้นทางที่แตกต่างกัน ทั้งที่ไปรุ่งสุด ๆ ยิ่งกว่าสมัยเป็นนักเตะ แต่บางคนก็ต้องเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก

และล่าสุดได้มีการเปิดเผยเรื่องราวของ สตีฟ ฟินแนน อดีตแบ๊กขวาของ ลิเวอร์พูล ชุดแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก เมื่อปี 2005 ที่ประเทศตุรกี ที่กำลังประสบปัญหาหนักด้านการเงิน และกำลังจะถูกฟ้องล้มละลาย

โดยมีการเปิดเผยว่าช่วงที่ผ่านมานั้น เขาจำเป็นต้องขายทั้งเหรียญแชมป์จากถ้วยดังกล่าว รวมถึงเสื้อแมตช์วอร์นอีกหลายตัว แต่สุดท้ายก็ยังไม่เพียงพอที่จะแก้ปัญหาของตัวเองได้

สตีฟ ฟินแนน อดีตแบ๊กขวาของ ลิเวอร์พูล ชุดคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก เมื่อปี 2005 กำลังเผชิญกับกระบวนการ “ฟ้องล้มละลาย” หลังมีปัญหาคดีความยืดเยื้อยาวนานหลายปีจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ทำร่วมกับพี่ชาย

รายงานจาก ดิ อินดิเพนเดนต์ ระบุว่า สตีฟ ฟินแนน ซึ่งเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล ไปมากกว่า 100 นัด มีข้อพิพาทกับ ชอน พี่ชายของเขามายาวนานกว่า 9 ปี

โดยทางเจ้าตัวมีข้อพิพาทกับพี่ชาย มาตั้งแต่ปี 2016 หลังรู้สึกว่าการบริหารธุรกิจร่วมกันมีปัญหา ก่อนที่เขาจะชนะคดีในปี 2018 และได้รับคำสั่งชดเชยจากศาลสูงอังกฤษมูลค่า 4 ล้านปอนด์

สตีฟ ฟินแนน อดีตแข้งหงส์ โดนฟ้องล้มละลาย

แต่ฟินแนนไม่ได้รับเงินแม้แต่เพนนีเดียว เพราะพี่ชายถูกประกาศล้มละลายในปี 2019

แต่หลังจากนั้นทางตัวของฟินแนนยังคงมีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทในศาลกับทนายความของเขาหลายคดี และล่าสุดคือการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย 6 ล้านปอนด์ที่ไม่สำเร็จ และทำให้เขาต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านกฎหมายหลัก เป็นจำนวนเงินห้าหลัก ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ชำระ

และนำมาสู่การที่เขาถูกยื่นคำร้องให้ศาลมีคำสั่งล้มละลาย ต่อเขาที่ศาลแขวงเซ็นทรัลลอนดอน โดยก่อนหน้านี้เขาพยายามยื่นอุทธรณ์เพื่อชะลอเรื่อง แต่ผู้พิพากษาปฏิเสธ โดยระบุว่าเป็นเพียงความพยายามถ่วงเวลา

สำหรับสถิติที่ผ่านมาของ สตีฟ ฟินแนน เจ้าตัวย้ายจากฟูแลม มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เมื่อประมาณปี 2003 ก่อนจะอยู่ค้าแข้งกับทีมดังแห่งเมอร์ซีไซด์ จนถึงปี 2008 ซึ่งที่ลิเวอร์พูล เขาลงเล่นให้กับทีมไปรวม 145 นัด และทำได้ 1 ประตู

หลังจากนั้นเขาได้ย้ายไปเล่นกับหลายสโมสร ทั้ง เอสปันญอล และ ปอร์ตสมัธ

ส่วนผลงานในนามทีมชาติ เขาติดทีมชาติไอร์แลนด์ไปเป็นจำนวน 53 แมตช์

Loading

ร็อบโบ้ กล่าวซึ้งถึง ดิโอโก โชตา หลังพาสก็อตแลนด์ไปฟุตบอลโลก

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ๊กซ้ายรองกัปตันทีมลิเวอร์พูล ออกมาอุทิศการคว้าตั๋วไปเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายของทีมชาติสก็อตแลนด์ให้กับเพื่อนร่วมทีมผู้ล่วงลับอย่าง ดิโอโก โชตา ที่เพิ่งเสียชีวิตอย่างกระทันหันไปเมื่อช่วงหน้าร้อนนี้

สก็อตแลนด์ เพิ่งสร้างผลงานชิ้นสำคัญด้วยการเอาชนะ เดนมาร์ก 4-2 และทำให้พวกเขาคว้าแชมป์กลุ่มในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนยุโรป พร้อมกับตีตั๋วเข้าไปในเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และ เม็กซิโก เป็นเจ้าภาพร่วมกันในปีหน้าได้สำเร็จ

และถือเป็นการกลับสู่ฟุตบอลโลกอย่างเป็นทางการของทีมชาติสก็อตแลนด์ในรอบ 28 ปี หลังจากหนสุดท้ายที่พวกเขาได้ไปเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย คือ การแข่งขันฟุตบอลโลก เมื่อปี 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส

โดยหลังจบการแข่งขัน แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน กัปตันทีมชาติสก็อตแลนด์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเพื่อนร่วมทีมลิเวอร์พูล ผู้ล่วงลับอย่าง ดิโอโก โชตา ที่เพิ่งเสียชีวิตไปอย่างกระทันหันเมื่อช่วงฤดูร้อน จากการประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ว่า

“ผมพยายามเก็บอาการไว้อย่างดี แต่วันนี้มันสุด ๆ แล้วจริง ๆ , ผมรู้ว่าด้วยอายุของผม นี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้ไปเล่นในฟุตบอลโลก”

ร็อบโบ้ กล่าวซึ้งถึง ดิโอโก โชตา หลังพาสก็อตแลนด์ไปฟุตบอลโลก

“ผมไม่สามารถนำ ดิโอโก โชตา เพื่อนของผม ออกจากหัวของผมได้เลยในวันนี้ เราพูดคุยกันเยอะมากเกี่ยวกับการไปฟุตบอลโลก และว่าเขาพลาดในการไปเล่นฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดกับโปรตุเกส และผมเองก็พลาดกับสก็อตแลนด์ ผมรู้ดีว่าเขาจะยิ้มให้กับผมในวันนี้”

“ผมดีใจที่มันจบลงแบบนี้ นี่คือกลุ่มนักเตะ กลุ่มของทีมงาน นี่คือทีมที่ดีที่สุดที่ผมเคยมีส่วนร่วมด้วยเลยล่ะ”

“คำพูดของผู้จัดการทีมตอนก่อนเกมมันเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อมาก เขาเล่าถึงช่วงเวลาที่สำคัญที่เราผ่านมาได้ รอบคัดเลือกยูโร เขาอาจจะจำได้ไม่ได้ทั้งหมด แต่เขาบอกว่า เรามาทำมันอีกครั้งเถอะ”

“เราค่อนข้างเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ในการจะทำมันเพื่อเขา เพื่อทีมงาน และเพื่อครอบครัวของพวกเรา มันจะเป็นหนึ่งในคืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของผม”

“นี่แหละคือภาพแทนของทีมชุดนี้ ไม่เคยยอมแพ้ เราสู้จนวินาทีสุดท้าย ในหนึ่งในเกมที่บ้าคลั่งที่สุด” เขากล่าว “เราเล่นจนคนทั้งประเทศใจหายใจคว่ำ แต่ผมมั่นใจว่ามันคุ้มค่าแน่นอน เพราะเรากำลังจะไปฟุตบอลโลก”

Loading

เลอเบิฟ ย้ำชัด เอกีตีเก ควรออกสตาร์ตเป็นตัวจริงให้ ลิเวอร์พูล

ฟรองก์ เลอเบิฟ ตำนานกองหลังดีกรีทีมชาติฝรั่งเศส ออกมาแสดงความเห็นว่า อูโก เอกีตีเก กองหน้ารุ่นน้องในทีมชาติว่าคู่ควรกับการออกสตาร์ตเป็นตัวจริงให้กับ ลิเวอร์พูล ต้นสังกัดในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ อย่างชัดเจน

อูโก เอกีตีเก เพิ่งย้ายจาก ไอน์ทรัก แฟรงก์เฟิร์ต มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในฤดูร้อนนี้ และเขาเปิดฉากกับทีมหงส์แดงได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ช่วงพรีซีซัน จนถึงช่วงต้นฤดูกาล

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นทาง ลิเวอร์พูล ได้ไปคว้าตัว อเล็กซานเดอร์ อิซัก กองหน้าทีมชาติสวีเดน มาจากนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 125 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นสถิติใหม่ของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ทำให้มีบางช่วงที่ อาร์เนอ ชล็อต กุนซือของ ลิเวอร์พูล ได้ปรับให้ เอกีตีเก ไปนั่งสำรอง และส่ง อิซัก ลงเป็นตัวจริง แต่สุดท้ายดูเหมือนว่า อิซัก จะยังไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งให้ทีมดังจากเมอร์ซีไซด์ได้

และล่าสุดทาง ฟรองก์ เลอเบิฟ ออกมาแสดงความเห็นในเรื่องนี้ ว่า “มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก เพราะตอนนี้ มีแค่ อูโก เอกีตีเก คนเดียวที่ควรได้เล่น, อูโก ควรได้เล่นทุกเกม เพราะ อเล็กซานเดอร์ อิซัก ยังไม่ได้ซ้อมมากเท่าไร ตอนที่เขาต้องต่อสู้กับนิวคาสเซิลในการที่จะย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล, แต่สำหรับตอนนี้ อิซัก ยังไม่ใช่อิซักคนที่เรารู้จักตลอดหลายปีที่ผ่านมาที่เขาเล่นให้กับนิวคาสเซิล”

เลอเบิฟ ย้ำชัด เอกีตีเก ควรออกสตาร์ตเป็นตัวจริงให้ ลิเวอร์พูล

“แต่เขาก็สร้างความกดดันเยอะมากให้กับอูโก, อูโกนั้นเริ่มต้นได้ดีมากให้กับลิเวอร์พูล โดยเขายิงประตูได้ทุกเกมซึ่งมันเป็นสิ่งที่ติดตัวเขามาเลย แต่ตอนนี้ อูโกที่กำลังทำได้เยี่ยม และทาง อาร์เนอ ก็ควรจะให้เขาเล่นเท่านั้น และมันไม่ได้สำคัญว่านักเตะอีกคนจะมีค่าตัว 130 ล้านปอนด์ หรือ 150 ล้านปอนด์ก็ตาม”

“หากเขายังไม่ได้พร้อมมากพอ คุณก็ควรจะให้อูโก ได้เล่น, มันก็มีความเป็นไปได้ที่ อูโก จะไปเล่นทางด้านซ้าย แต่มันก็เป็นไปได้สำหรับ อิซัก ในการทำสิ่งนั้นเหมือนกัน ดังนั้น สล็อต คือคนที่มีตัวเลือกเหมือนกับพระราชา นี่คือคำที่เราพูดกันในฝรั่งเศส”

นอกจากนี้เขายังพูดถึงเรื่องฟอร์มการเล่นของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวยิงทีมชาติอียิปต์ ที่ดูจะจืดจางลงไปกับลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้ ว่า “เราจำเป็นต้องคุยเรื่องโม ซาลาห์ ด้วยเช่นกัน, เขาไม่ใช่ซาลาห์ที่เราเคยเห็น ดังนั้น คุณมี ซาลาห์, โคดี กักโป, เอกีตีเก และ อิซัก แต่คุณจะทำอะไรกับ โฟลเรียน เวียร์ตซ์ล่ะ? ดังนั้นมันเป็นเรื่องที่ซับซ้อน แต่พวกเขาตัดสินใจที่จะออกไปแบบนั้น โดยส่วนตัวแล้ว ตอนที่ผมได้เห็นเอกีตีเกได้เริ่มต้นกับลิเวอร์พูล ผมก็บอกไปแล้วว่าพวกเขาไม่ต้องการอิซัก”

“ผมคิดว่าพวกเขาน่าจะยอมแพ้ และเลิกเซ็นสัญญากับอิซักไปแล้ว เพราะมันจะสร้างปัญหามากกว่าการนำมาซึ่งผลการแข่งขัน อาร์เนอจำเป็นต้องตัดสินใจ และคุณจำเป็นต้องทำให้แน่ใจว่าบรรยากาศในห้องแต่งตัวจะโอเค และพวกเขาต้องอยู่ด้วยกันด้วยบรรยากาซที่ดี เขาจำเป็นต้องมีจิตวิทยาที่ดีด้วย”

Loading

โม ซาลาห์ ติดโผลุ้นรางวัลแข้งยอดเยี่ยมแอฟริกา

ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์เก่าของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ได้รับข่าวดีเกี่ยกับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวยิงทีมชาติอียิปต์ ที่จะได้พักระหว่างการรับใช้ขุนพลทัพมัมมี่ ในช่วงเบรกทีมชาติเดือนพฤศจิกายนนี้

ก่อนหน้านี้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวยิงตัวเก่งของลิเวอร์พูล เพิ่งจะลงเล่นครบ 90 นาทีเต็มให้กับทีมชาติอียิปต์ ในการแข่งขันเกมกระชับมิตรทีมชาติซึ่งพวกเขาพ่ายต่อ อุซเบกิสถาน ไป 0-2 ในการแข่งขันที่อัลไอน์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ทั้งนี้แม้ว่าทางทีมชาติอียิปต์จะยังมีโปรแกรมลงสนามอีกหนึ่งนัดในช่วงเบรกทีมชาติรอบนี้ ซึ่งพวกเขาจะต้องเจอกับหมู่เกาะเคปเวิร์ด ในเกมที่ดูไบ

แต่ล่าสุดทางทีมชาติอียิปต์ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าในเกมกับเคปเวิร์ดนั้น ทาง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จะได้รับการพักไม่ต้องลงสนาม

จากการตัดสินใจดังกล่าว ถือเป็นผลดีสำหรับสโมสรลิเวอร์พูล เพราะทำให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จะมีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ เมื่อเดินทางกลับมายังถิ่นแอนฟิลด์อีกครั้ง

โม ซาลาห์ ติดโผลุ้นรางวัลแข้งยอดเยี่ยมแอฟริกา

โดยรายงานระบุว่าทาง ซาลาห์ จะกลับมาเข้าแคมป์กับสโมสรลิเวอร์พูลในสัปดาห์นี้ ซึ่งทางทีมหงส์แดง ภายใต้การทำทีมของ อาร์เนอ ชล็อต จะมีคิวเปิดสนามแอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ในวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายนนี้

ขณะเดียวกัน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยังติดโผเป็น 1 ใน 3 นักเตะ ที่กำลังมีลุ้นคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมขอฝั่งแอฟริกา

ก่อนหน้านี้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มีชื่อติดโผ 10 คนสุดท้าย ที่มีลุ้นรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสหพันธ์ฟุตบอลแอฟริกา หรือ ซีเอเอฟ และล่าสุดพวกเขาได้หั่นชื่อเหลือแค่ 3 คนสุดท้าย ที่มีลุ้นคว้ารางวัลดังกล่าว ประกอบด้วย โมฮาเหม็ด ซาลาห์, อชราฟ ฮาคิมี และ วิกเตอร์ โอซิมเฮน

สำหรับรางวัลดังกล่าวจะมีการประกาศรางวัลอย่างเป็นทางการในงานซีเอเอฟ อวอร์ดส์ เซเรโมนี ที่จะจัดขึ้นที่เมืองราบัต ประเทศโมร็อกโก ในวันที่ 19 พ.ย. นี้

โดยเหตุผลที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มีชื่อลุ้นรางวัลดังกล่าวนั้นเป็นเพราะเขาถือเป็นกุญแจสำคัญของลิเวอร์พูล ในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา จากการเดินหน้ายิงประตูและแอสซิสต์ให้กับเพื่อนร่วมทีมอย่างต่อเนื่องเมื่อซีซันก่อน

Loading