ลิเวอร์พูล ยังคงทำผลงานย่ำแย่ในช่วงหลังของการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ฤดูกาลนี้ ทั้งที่ช่วงแรกทีมหงส์แดงซึ่งเป็นแชมป์เก่าสามารถคว้าชัยชนะมาได้ 5 นัด แต่หลังจากนั้นพวกเขากลับไม่สามารถเก็บแต้มเพิ่มได้อีกเลย
การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ คู่ดึกวันที่ 25 ต.ค. เบรนต์ฟอร์ด เปิดบ้านรับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์เก่าที่ช่วงหลังผลงานค่อนข้างระส่ำ
และแน่นอนว่าเกมนี้เปิดฉากมาเบรนต์ฟอร์ด ขึ้นนำก่อน 1-0 จากจังหวะโจมตีด้วยลูกทุ่มไกล คริสตอฟเฟอร์ อาเยอร์ โหม่งชงให้ ดานโก ออตตารา กระโดดยิงเข้าไป ในนาทีที่ 5
โดยช่วงท้ายครึ่งแรก ไบรตัน ได้ประตูนำห่าง 2-0 จากจังหวะสวนกลับเร็ว มิเกล ดาร์มสการ์ด จ่ายทะลุช่องสุดสวยจากแดนตัวเอง ให้ เควิน ชาเดอ พาบอลเข้าเขตโทษ ก่อนยิงผ่าน จอร์จี มามาร์ดาชวิลี เข้าไป ในนาที 45
แต่ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ หงส์แดง ได้ประตู ไล่มาเป็น 1-2 คอเนอร์ แบรดลีย์ เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้ามาให้ อูโก เอกีตีเก วิ่งข้าม บอลหลุดไปถึง มิลอส เคอร์เคซ ยิงเข้าไป ในนาที 45+5
ขณะที่เกมในครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล ต้องเจอปัญหาเพิ่มอีก เมื่อ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ไปสกัดใส่แข้ง เบรนต์ฟอร์ด และผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์ พร้อมเป่าให้เป็นลูกจุดโทษ และเป็น อิกอร์ ติอาโก ที่ยิงกลางประตูเข้าไป ให้พวกเขานำห่าง 3-1 ในนาที 60
ลิเวอร์พูล ที่โดนนำห่าง พยายามเร่งเกมบุกอย่างหนัก ก่อนจะมาได้ประตูไล่มาเป็น 2-3 จากจังหวะที่ โดมินิก โซโบสไล เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้ามาเขตโทษ และเป็น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ยิงเสียงคาบเข้าไป ในนาที 89
อย่างไรก็ตามช่วงที่เหลือทั้งสองทีมทำประตูกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม เบรนต์ฟอร์ด ชนะ 3-2 เก็บเพิ่มเป็น 13 แต้ม จาก 9 นัด อยู่อันดับ 10 ส่วน ลิเวอร์พูล แพ้ 4 นัดติด มี 15 แต้ม จาก 9 นัด หล่นมาอยู่อันดับ 6
ขณะที่หลังจบเกม โจ โคล ตำนานแข้งทีมชาติอังกฤษ ออกมาแสดงความเห็นว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาของ เบรนต์ฟอร์ด
“นั่นคือเหตุผลที่เรารักฟุตบอล, เรามีดราม่า, คุณภาพ และแพชชัน, คีธ แอนดรูว์ส เพิ่งจะได้สานงานต่อจาก โธมัส แฟรงก์ และเขากำลังผลักดันสโมสรนี้ให้ไต่อันดับในตารางคะแนนขึ้นไป”
“นี่เป็นช่วงเวลาของเบรนต์ฟอร์ด เป็นฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมมากจากทีมของพวกเขา”
![]()
