ฟานไดก์ ชี้ลูกจุดโทษทำ ลิเวอร์พูล พ่าย แมนฯ ซิตี้

เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ปราการหลังกัปตันทีมลิเวอร์พูล ออกมาเปิดใจหลังจบเกมที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟิลด์ พ่ายต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไป 1-2 ในการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 8 ก.พ. โดยเกมดังกล่าว ลิเวอร์พูล ขึ้นนำก่อนจากลูกฟรีคิกสุดสวยของ โดมินิก โซโบสไล อย่างไรก็ตามหลังจากนั้น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มายิงสองประตู จาก แบร์นาร์โด ซิลวา และ เออร์ลิง เบราต์ ฮาลันด์

นอกจากนี้ช่วงท้ายเกม แมนฯ ซิตี้ ยังเกือบปิดกล่องด้วยสกอร์ 3-1 จากจังหวะที่ อลิสซอน เบกเกอร์ นายด่านลิเวอร์พูล ขึ้นไปลุ้นทำประตูในแดนของทัพเรือใบสีฟ้า แต่สุดท้าย แมนฯ ซิตี้ ตัดบอลได้ และเป็น ไรยัน แชร์กี ที่ยิงเกือบครึ่งสนามแล้วบอลค่อย ๆ ไหลไปที่หน้าประตู โดยมี โซโบสไล กับ ฮาลันด์ วิ่งเบียดกันไปตลอดทาง ก่อนที่บอลจะเข้าประตูไป

แต่สุดท้ายหลังจากเช็กวีเออาร์ ผู้ตัดสินมองว่า โซโบสไล ไปทำฟาวล์ ฮาลันด์ ก่อน ทำให้เขาริบประตูนี้ แต่ให้ใบแดงกับโซโบสไลแทน ขณะที่แมนฯ ซิตี้ ได้แค่ฟรีคิกจากจังหวะดังกล่าว

ฟานไดก์ ชี้ลูกจุดโทษทำ ลิเวอร์พูล พ่าย แมนฯ ซิตี้

และล่าสุดทาง เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเกมนัดนี้ ว่า “ครึ่งแรกนั้น ผมคิดว่าพวกเขาเล่นกับบอลได้สบายกว่าเรา เห็นได้ชัดว่าเราพยายามเล่นบอลยาวมากกว่า พยายามที่จะสร้างปัญหาในแดนของพวกเขา เพราะเรารู้ดีว่าพวกเขาพยายามจะบุกขึ้นมาทางฝั่งขวาของเรา และเจาะที่ตรงนั้น และผมคิดว่าเราทำได้ไม่ดีพอในครึ่งแรก ส่วนครึ่งหลัง ผมคิดว่าเราเล่นได้ดีขึ้นมาก มีการคุมเกมในส่วนของการครองบอลได้มากกว่าในหลายช่วงเวลา และแน่นอนว่าเราได้ประตูจากลูกฟรีคิกสุดบ้าคลั่ง”

“ผมคิดหวังว่าหลังจากนั้นมันเห็นได้ชัดว่าพวกเขามีการเปิดเกมมากขึ้นมีการไล่บอลมากขึ้นกว่าปกติที่พวกเขาทำ และพวกเขาก็ทำประตูตีเสมอได้ ผมคิดว่าระหว่างประตูตีเสมอกับจังหวะลูกจุดโทษนั้น ตอนนั้นทั้งสองทีมสูสีกันมาก นั่นคือความคิดของผม บางทีคนอื่นอาจจะคิดต่างกัน และจุดโทษลูกนั้นมันเป็นตัวตัดสินเกม และนั่นคือความรู้สึกที่ผมมี”

“คุณไม่สามารถที่จะคุมเกมไว้ได้ทั้งหมดในการพบกับ แมนฯ ซิตี้ และโดยเฉพาะเมื่อพวกเขาตามหลัง 0-1 พวกเขาจะออกมาและไล่บอลมากกว่าที่เคย พวกเขามีการเปลี่ยนตัว พวกเขาวิ่งมากกว่าเดิม หากคุณเห็นวิธีการเล่นของพวกเขา แน่นอนว่าพวกเขาเล่นในระบบ 4-4-2 โดยแผนไดมอนด์ตรงแดนกลาง ดังนั้นคุณจำเป็นต้องมีการสื่อสารที่ดี เมื่ออองตวน เซเมนโย ลงมาตรงกลาง, มิลอส เคอร์เคซ ก็จำเป็นต้องตามมา หรือไม่งั้นก็ต้องมีกองกลางมาจัดการเขา ดังนั้นมันไม่ได้ทำให้คุณได้เล่นอย่างสบายเลย”

Loading

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด