Tag: ลิเวอร์พูล

โคดี กักโป

กักโป หวัง ลิเวอร์พูล เดินหน้าโชว์ฟอร์มต่อช่วงครึ่งหลังศึก พรีเมียร์ ลีก

โคดี กักโป กองหน้าของทัพ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ออกมาชื่นชม ดาร์วิน นูนเญซ กองหน้าเพื่อนร่วมทีม ถึงการจบสกอร์ในการทำประตูในเกมที่พวกเขาเอาชนะ เบิร์นลีย์ มาได้

ลิเวอร์พูล สโมสรดังจากพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เพิ่งจะบุกไปคว้า 3 คะแนน มาจากถิ่นเทิร์ฟ มัวร์ ด้วยการเอาชนะ เบิร์นลีย์ ไปได้ 2-0 

โดยเกมดังกล่าวทีมดังจากเมอร์ซีไซด์ ได้ประตูแรกในช่วงต้นเกม จาก ดาร์วิน นูนเญซ ที่เพิ่งจะปลดล็อกทำประตูแรกในรอบ 12 เกมของตัวเอง ส่วนอีกประตูเป็น ดิโอโก โชตา ที่ยิงปิดกล่องให้ทัพหงส์แดง ในนาทีที่ 90

โคดี กักโป

ทั้งนี้ประตูแรกของเกมซึ่ง ดาร์วิน นูนเญซ เป็นคนซัดประตูนั้นก็มาจากการแอสซิสต์ของตัว โคดี กักโป กองหน้าดีกรีทีมชาติเนเธอร์แลนด์ด้วย

และล่าสุดทาง กักโป ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านเว็บไซต์ทางการของสโมสร ว่า “มันเป็นประตูที่มีการผสมผสานที่ยอดเยี่ยม เขา (ดาร์วิน นูนเญซ) ได้ฟาวล์ แต่เขาเห็นว่าเกมยังเล่นต่อไป และเขาก็กลับมาหน้าเขตโทษโดยเร็ว ก่อนจะยิงจบสกอร์อย่างยอดเยี่ยม”

“เขาเป็นกองหน้า และคุณต้องการจะทำประตู หลังจากที่มันผ่านไปพักใหญ่ มันจะเหมือนกับว่าคุณได้รับอิสระกลับมาอีกครั้งหลังจากครั้งแรกที่คุณทำได้ และหวังว่าจากนี้ไป เขาสามารถเดินหน้าทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง”

ทั้งนี้ในเกมดังกล่าว โคดี กักโป ถูกยกเลิกประตูที่ยิงเข้าไปแล้วในช่วงครึ่งแรก หลังจากมีการมองว่าการเล่นของเขานั้นต้องหยุดไป เพราะก่อนหน้านั้นเป็นจังหวะฟาวล์ไปก่อนแล้ว

และเจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์นี้ ว่า “ผมยังไม่ได้ไปย้อนดู แต่ดาร์วินบอกว่าเขาไม่ได้โดนตัวใครเลย เขาบอกต่อว่ามันเป็นการตัดสินใจของผู้ตัดสิน และเราต้องยอมรับมัน”

“มันเป็นอะไรที่เสี่ยงเสมอ เมื่อคุณนำอยู่ 1-0 และคุณได้โอกาสหลายครั้ง แต่กลับไม่สามารถจบสกอร์ได้ ดังนั้นการทำประตูในนาทีสุดท้าย เป็นอะไรที่ค่อนข้างจะสุดยอดไปเลย”

“แต่ผมคิดว่าประตูที่ ดิโอโก โชตา ทำได้นั้นเป็นประตูที่ยอดเยี่ยม ในการทำให้สกอร์ขยับไปเป็น 2-0 และหลังจากนั้นเกมก็จบลง”

“เราอยู่แถวหัวตาราง และคุณต้องรู้สึกยินดี เราทำได้ดี แต่โชคไม่ดีที่เราไม่สามารถคว้าชัยชนะได้สำหรับเกมในบ้าน 2 นัดล่าสุดของพรีเมียร์ ลีก เรากำลังอยู่ในเส้นทางที่ดี และเราต้องเดินหน้าต่อไปในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล เราต้องเริ่มอีกครึ่งหนึ่งให้ดี และปิดฉากมันให้สวยด้วย”

Loading

ดาร์วิน นูนเญซ

คล็อปป์ สุดแฮปปี้ ดาร์วิน นูนเญซ หวนยิงประตูอีกครั้ง

เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ออกมาชื่นชม ดาร์วิน นูนเญซ กองหน้าชาวอุรุกวัย ที่ปลดล็อกทำประตู

ได้สำเร็จ ในนัดที่หงส์แดง บุกชนะ เบิร์นลีย์ 2-0 เมื่อ 26 ธ.ค.

สำหรับการแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม “เดอะ คลาเร็ตส์”เบิร์นลีย์ เปิดสนามเทิร์ฟ มัวร์ รับการมาเยือนของ “หงส์แดง”ลิเวอร์พูล

ดาร์วิน นูนเญซ

เกมดังกล่าว ลิเวอร์พูลได้ประตูขึ้นนำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 6 จากจังหวะที่ โคดี กักโป กระชากบอลเข้าไปถึงพื้นที่ด้านซ้ายของเขตโทษ ก่อนที่กักโปจะไหลมาบริเวณหน้าเขตโทษให้ ดาร์วิน นูนเญซ วางเท้าแล้วบรรจงยิงเสียบมุม ลิเวอร์พูลออกนำ 1-0

ซึ่งการทำประตูดังกล่าวของ ดาร์วิน นูนเญซ ถือเป็นการกลับมาทำประตูของเขาอีกครั้ง หลังจากนี้ยิงไม่ได้มา 12 เกมติดต่อกันแล้ว

หลังจากนั้นในช่วงท้ายของการแข่งขันแมตช์นี้ ลิเวอร์พูล มาได้ประตูเพิ่มอีกหนึ่งลูก และเป็นประตูปิดกล่อง ในนาทีที่ 90 เมื่อ ดิโอโก โชตา จ่ายบอลให้ หลุยส์ ดิอาซ เข้าพื้นที่เขตโทษ จากนั้นดิอาซตัดสินใจตอกส้นให้โชตาหลุดเข้ามาทางด้านซ้ายของเขตโทษ ก่อนที่โชตาจะยิงมุมแคบผ่านนายทวารเข้าไป จบเกมลิเวอร์พูลชนะ 2-0

จากชัยชนะในแมตช์ดังกล่าวทำให้สถานการณ์ของศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ หลังจากผ่านไป 19 นัด ลิเวอร์พูลเก็บเพิ่มเป็น 42 คะแนน ขึ้นไปนำจ่าฝูง ส่วนเบิร์นลีย์มี 11 คะแนน รั้งอันดับ 19

ขณะที่หลังจบการแข่งขันทางเจอร์เกน คล็อปป์ เทรนเนอร์ชาวเยอรมัน ผู้จัดการทีมของ ลิเวอร์พูล ออกมาชื่นชมนักเตะในแนวรุกอย่าง ดาร์วิน นูนเญซ ที่ยิงไป 1 ประตู จากเกมนัดนี้ ว่า

“สำหรับดาร์วิน มันชัดเจน กองหน้าต้องการประตู มันไม่เคยมีคำถามเกิดขึ้นในฝั่งของเรา ดาร์วินกำลังเล่นได้ดีและเป็นส่วนสำคัญของเรา ไม่ใช่แค่เรื่องการทำประตูตราบใดที่คุณยังคว้าชัยชนะ แต่มันสำคัญสำหรับเขาและทำให้เขามั่นใจ”

“คุณพลาดโอกาสและทุกคนต่างบอกว่า คุณพลาดมาหลายเกมแล้ว แต่มันไม่มีอะไรที่ต้องทำเกี่ยวกับเกมที่ผ่านไปแล้ว ใครจะสนล่ะ? มันผ่านไปแล้ว

เราควรจะทำมันได้ง่ายกว่านี้ แต่นับตั้งแต่ที่ผมมาอยู่ที่ลิเวอร์พูล เราไม่เคยทำอะไรได้แบบง่ายๆ ทำไมเราไม่เริ่มกันตอนนี้เลยล่ะ?” เจอร์เกน คล็อปป์ กล่าวทิ้งท้าย

Loading

โจ โกเมซ

คล็อปป์ เผยข่าวร้าย ลิเวอร์พูล มีปัญหาเพิ่มเรื่องตำแหน่งแบ๊กซ้าย

ทีม“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรฟุตบอลชื่อดังจากพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ กำลังต้องเจอปัญหาเรื่องนักเตะในทีมเพิ่มอีกครั้ง ในฤดูกาลนี้

ความเคลื่อนไหวของ ลิเวอร์พูล ในส่วนของการแข่งขันฤดูกาล 2023-24 ยังคงมีให้ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง แต่ล่าสุดเรียกได้ว่าเป็นข่าวที่เหล่าสาวกเดอะค็อปน่าจะไม่ปลื้ม เพราะปรากฎว่าหนึ่งในนักเตะของพวกเขากำลังมีปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บ

โดยล่าสุด เจอร์เกน คล็อปป์ เทรนเนอร์ชาวเยอรมัน ซึ่งเป็นผู้จัดการลิเวอร์พูล ได้ออกมาเปิดเผยว่า ทีมกำลังเจอวิกฤตแบ๊กซ้ายหลัง 2 ผู้เล่นในตำแหน่งดังกล่าวมีปัญหาอาการบาดเจ็บ พร้อมหวังว่า โจ โกเมซ กองหลังสารพัดประโยชน์ที่ต้องโยกมาเล่นจะไม่เดี้ยงเพิ่ม 

โจ โกเมซ

สำหรับ ลิเวอร์พูล ต้องขาดผู้เล่นในตำแหน่งแบ๊กซ้ายธรรมชาติถึง 2 รายในขณะนี้นั่นก็คือ แอนดี โรเบิร์ตสัน ที่เจ็บไหล่ขวา และต้องพักไปตั้งแต่เดือน ต.ค. รวมถึงล่าสุดคือ คอสตาส ซิมิกาส ซึ่งกระดูกไหปลาร้าหัก

ทำให้ “หงส์แดง” เหลือผู้เล่นตำแหน่งดังกล่าวเพียงรายเดียวนั่นก็คือ ลุก แชมเบอร์ส ทว่ายังเป็นแข้งดาวรุ่ง ทำให้ โจ โกเมซ จะต้องโยกมาเล่นในตำแหน่งนี้แทน ซึ่งเขาก็ทำได้ดีในเกมเสมอกับ อาร์เซนอล 1-1 เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.

ล่าสุด คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า ปัญหาอาการบาดเจ็บของ 2 แบ๊กซ้ายส่งผลกระทบต่อทีม และหวังว่า โกเมซ จะไม่เดี้ยงเพิ่มไปอีกราย “เห็นได้ชัดว่ามันยากจริงๆ สำหรับเรา บางครั้งคุณมีอาการบาดเจ็บ และเราต้องยอมรับมันทั้งหมด แต่ คอสตาส (ซิมิกาส) กระดูกไหปลาร้าหักนั้นแย่จริงๆ เพราะมันใช้เวลาพักนาน (มาก)”

“เช่นเดียวกับที่ ร็อบโบ้ (โรเบิร์ตสัน) มี อาการบาดเจ็บที่แตกต่างออกไป แต่นั่นก็ใช้เวลานานเช่นกัน เราทุกคนรู้ได้อย่างไร เราทุกคนรู้ดีว่าเราต้องการโชคเพื่อผ่านช่วงเวลาเหล่านี้ เราจะมีโจอี้ (โกเมซ) อยู่ที่นั่น และแค่ต้องแน่ใจว่า เขาพร้อมสำหรับเกมเสมอ”

สำหรับผลงานของลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้ต้องบอกว่าพวกเขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในช่วงแรก แต่ในช่วงหลังพวกเขาต้องเจอกับบิ๊กแมตช์อย่างต่อเนื่องทำให้อาจจะมีสะดุดไปบ้าง โดยก่อนหน้านี้เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 ก่อนจะมาเสมอกับ อาร์เซนอล ต่อด้วยสกอร์เดิม 1-1

 ส่งผลให้พวกเขาหล่นลงมาอยู่อันดับ 2 ของตารางคะแนน โดยเก็บไปได้ 39 คะแนน จากการลงสนาม 19 นัด ตามหลัง อาร์เซนอล จ่าฝูง แค่ 1 คะแนนเท่านั้น ในช่วงครึ่งแรกของศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ฤดูกาลนี้

Loading

ลิเวอร์พูล

คณะกรรมการผู้ตัดสินชี้แจง ปมจังหวะปัญหาที่ ลิเวอร์พูล มองว่าเสียผลประโยชน์

ความเคลื่อนไหวเรื่องจังหวะปัญหาในเกมบิ๊กแมตช์ของศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ระหว่าง อาร์เซนอล กับ ลิเวอร์พูล เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ ยังคงมีเรื่องราวออกมาให้ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง

โดยล่าสุดเป็นทางฝั่งของ คณะกรรมการผู้ตัดสินแมตช์อาชีพแห่งอังกฤษ หรือที่เรียกว่า พีจีเอ็มโอแอล ที่ออกมาพูดถึงจังหวะปัญหาในศึกชิงตำแหน่งจ่าฝูงในแมตช์ดังกล่าวซึ่งผลการแข่งขันจนลงด้วยการเสมอกันที่ สกอร์ 1-1 

สำหรับความเคลื่อไหวครั้งนี้ ทาง คณะกรรมการผู้ตัดสินแมตช์อาชีพแห่งอังกฤษ ได้ชี้แจงแล้วในกรณีที่ มาร์ติน โอเดการ์ด กองกลาง “ปืนใหญ่”อาร์เซนอล ไม่ถูกเป่าฟาวล์จากการที่มือโดนบอลในเขตโทษ จนทำให้เกมดังกล่าวจบลงด้วยการแบ่งแต้มของทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูล

ซึ่งแมตช์นี้เกิดประเด็นที่มีการพูดถึงกันอย่างมาก ในช่วงประมาณนาที 20 เมื่อโอเดการ์ดดูเหมือนจะทรงตัวไม่อยู่แล้วลำตัวเอียงลงทำให้มือไปโดนบอลในพื้นที่เขตโทษฝั่งตัวเอง แต่ผู้ตัดสินและทีมงานวีเออาร์ไม่ให้เป็นการฟาวล์แต่อย่างใด

หลังจากนั้น พีจีเอ็มโอแอลได้ชี้แจงกับสำนักข่าวสกายสปอร์ตส์ถึงกรณีของโอเดการ์ดว่า จังหวะนี้ไม่ถือเป็นการตัดสินผิดพลาด เพราะในจังหวะที่โอเดการ์ดล้มลงไปนั้น แขนของแข้งรายนี้ขยับเพื่อเข้าหาลำตัว ไม่ได้ขยับไปหาลูกบอล

ขณะที่ก่อนหน้านี้ทาง เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันของทัพ ”หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ก็ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวข้องกับจังหวะปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้น

โดยผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลมีมุมมองต่อจังหวะดังกล่าวแบบค่อนข้างจะงุนงงว่าเป็นเพราะเหตุใดทีมเขาจึงไม่ได้ประโยชน์จากจังหวะดังกล่าว

ซึ่งเขาได้ให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้เอาไว้ว่า “(ส่วนจังหวะแฮนด์บอลของ โอเดการ์ด) สถานการณ์จุดโทษเป็นสถานการณ์ที่แปลก ผมไม่รู้ว่ากรรมการมองเห็นหรือเปล่า แต่คุณลองดูแล้ว ผมไม่แน่ใจว่า คุณจะพูดได้อย่างไรว่า มันไม่ใช่จุดโทษ”

ขณะที่ผลการแข่งขันแมตช์ดังกล่าวที่ออกมานั้นทำให้ ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสในการขยับแซงหน้า อาร์เซนอล ขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูงของศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ และยังคงต้องอยู่ในตำแหน่งอันดับ 2 ต่อไปอีกหนึ่งแมตช์

โดยหลังจากการแข่งขันผ่านไปแล้ว 18 นัด ลิเวอร์พูล สามารถเก็บไปได้ 39 คะแนน โดยแม้ว่าพวกเขาจะรั้งอันดับสองของตารางคะแนน แต่ก็มีแต้มตามหลังจ่าฝูงอาร์เซนอลเพียงแค่ 1 คะแนนเท่านั้น หลังทัพปืนใหญ่ทำไปได้ 40 คะแนน จากการลงเล่นเท่ากัน

สำหรับโปรแกรมการลงสนามนัดต่อไปของทีมลิเวอร์พูล พวกเขามีคิวบุกไปเยือนเบิร์นลีย์ ในเกมบ็อกซิงเดย์ วันที่ 26 ธันวาคมนี้ 

Loading

เจอร์เกน คล็อปป์

คล็อปป์ มึน ลิเวอร์พูล ชวดได้จุดโทษ – เผยอาการบาดเจ็บ ซิมิกาส

เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันของ ลิเวอร์พูล ออกมาพูดถึงกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นในเกมสำคัญระหว่างทัพหงส์แดง กับทีมปืนใหญ่ อาร์เซนอล ในการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เกมล่าสุด เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม

โดยเจอร์เกน คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ระบุไม่เข้าใจว่าทำไม “หงส์แดง” ถึงไม่ได้จุดโทษจากจังหวะที่ มาร์ติน โอเดการ์ด กองกลาง อาร์เซนอล ทำแฮนด์บอล พร้อมเผย คอสตาส ซิมิกาส บาดเจ็บกระดูกไหปลาร้าหัก

สำหรับเกมดังกล่าว ลิเวอร์พูล เปิดสนาม แอนฟิลด์ เสมอกับ อาร์เซนอล 1-1 ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2023-24 เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. เกมนี้ทีมเยือนออกนำไปก่อนจาก กาเบรียล มากัลเญส นาทีที่ 4 ก่อนเจ้าถิ่นจะมาตามตีเสมอจาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ นาที 29

เจอร์เกน คล็อปป์

จากผลที่เกิดขึ้นทำให้ “หงส์แดง” มีเพิ่มเป็น 39 คะแนนจาก 18 นัดแซง แอสตัน วิลลา กลับไปครองรั้งรองจ่าฝูงหลังมีคะแนนเท่ากันแต่ลูกได้เสียดีกว่า ส่วน “ปืนใหญ่” มีเพิ่มเป็น 40 คะแนนจาก 18 นัดยังนำจ่าฝูงลีก

อย่างไรก็ตามในช่วงนาที 20 ของเกมดังกล่าวเกิดจังหวะปัญหาขึ้นหลัง มาร์ติน โอเดการ์ด กองกลาง อาร์เซนอล เสียหลักล้มในกรอบเขตโทษ และมือไปปัดบอลซึ่งผู้ตัดสิน คริส คาวานาฟ และทีมวีเออาร์ เช็กแล้วไม่ได้มองว่าเป็นการฟาล์ว

หลังเกม คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์ถึงแมตช์นี้ รวมถึงจังหวะแฮนด์บอลของ โอเดการ์ด ว่า “โอ้พระเจ้า ดูสิว่าพวกเขาแข็งแกร่งแค่ไหน แต่ข่าวดีคือเราก็เยี่ยมเหมือนกัน ในเกมแบบนี้ การเสียเตะลูกตั้งเตะแต่เนิ่นๆ เป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะกับความเร็วของ อาร์เซนอล แต่เกมที่เราเล่น วิธีที่เราออกสตาร์ทในครึ่งหลัง เราควรจะทำประตูได้อีก เราจ่ายบอลแทนที่จะยิงประตู ซึ่งเราทำแบบนี้ 4-5 ครั้ง มันเป็นบทเรียน แต่โดยทั่วไปแล้วเกมนี้ยอดเยี่ยมมาก”

“(ส่วนจังหวะแฮนด์บอลของ โอเดการ์ด) สถานการณ์จุดโทษเป็นสถานการณ์ที่แปลก ผมไม่รู้ว่ากรรมการมองเห็นหรือเปล่า แต่คุณลองดูแล้ว ผมไม่แน่ใจว่า คุณจะพูดได้อย่างไรว่า มันไม่ใช่จุดโทษ”

นอกจากนั้นเฮดโค้ชวัย 56 ปียังระบุถึงอาการเจ็บของ คอสตาส ซิมิกาส ที่โดน บูคาโย ซากา เบียดกระเด็นออกนอกสนาม และไหล่ลงพื้นจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกว่า “ผมอยู่ใกล้เกินกว่าจะเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น คอสตาส มีอาการกระดูกไหปลาร้าหัก”

ส่วน มิเกล อาร์เตตา กุนซือ อาร์เซนอล ระบุว่า “นี่เป็นเกมฟุตบอลที่น่าเหลือเชื่อ หนึ่งในเกมที่เข้มข้นที่สุดในรอบ 20 ปีในลีกนี้ หลายครั้งที่เราเป็นจ่าฝูง ในช่วง 20 นาทีสุดท้ายเราต้องการชนะให้ได้ แต่ผลเสมอก็ยุติธรรม”

Loading

วาตารุ เอนโด

คล็อปป์ ชม วาตารุ เอนโด ทำงานหนักที่สุดเท่าที่เคยร่วมงานด้วย

เจอร์เกน คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันของทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรฟุตบอลชื่อดังของศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ออกมาชื่นชม วาตารุ เอนโด กองกลางชาวญี่ปุ่นของทีมว่า เป็นหนึ่งในนักเตะที่ทำงานหนักที่สุดคนหนึ่งเท่าที่เคยเจอมาในชีวิต

วาตารุ เอนโด กองกลางดีกรีทีมชาติญี่ปุ่น เพิ่งจะย้ายจากสตุ๊ตการ์ต มาค้าแข้งกับ ลิเวอร์พูล ในถิ่นแอนฟิลด์ เมื่อตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์นี้ ก่อนจะเริ่มเข้ามามีบทบาทกับสโมสรดังจากย่านเมอร์ซีไซด์มากขึ้นเรื่อยๆในช่วงหลัง

โดยก่อนหน้านี้ วาตารุ เอนโด ได้ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมของ ลิเวอร์พูล ช่วง 5 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ รวมถึงเกมคาราบาว คัพ ที่พวกเขาไล่ถล่ม “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไปแบบขาดลอย 5-1 พร้อมกับตีตั๋วเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ไปพบกับ ฟูแลม ทีมร่วมศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ

วาตารุ เอนโด

และล่าสุดทางเจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือของลิเวอร์พูล ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ชื่นชมนักเตะเจ้าของเสื้อหมายเลข 3 รายนี้ ผ่านทางเว็บไซต์ทางการของสโมสร ว่า

“เริ่มคุ้นเคย มันเป็นแบบนั้น เราไม่ได้ให้เวลากับใครมากไปกว่านี้แล้ว เพราะเราต้องพูดคุยกับสื่อทุก 3 วัน หรืออาจจะบ่อยกว่านั้น เกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ มันรู้สึกเหมือนกับว่า หลังจาก 4 สัปดาห์ ตอนนี้เราได้พูดคุยกันไปยาวนานมาก”

“นักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสโมสรแห่งนี้ในยุคของผมนั้น บางคนก็ต้องการเวลาในการปรับตัว แต่บางคนก็ไม่ต้อง แต่นักเตะที่ยอดเยี่ยมบางคนต้องการมัน”

“ขอยกตัวอย่าง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ไม่ได้เล่นในช่วงตครึ่งแรกของปี ส่วนมากแล้วเขาไม่ได้อยู่กับทีม หวังว่าเขาจะลืมไปเหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตามมันเป็นเรื่องจริง และฟานบินโญ เราต้องเปลี่ยนระบบสำหรับเขา เพราะเขาไม่สามารถเล่นในตำแหน่งหมายเลข 6 โดยลำพังได้ จากนั้นเขาก็เล่นได้แบบง่ายๆ ทำให้มันกลายเป็นตำแหน่งของเขา และทุกอย่างก็ไปได้สวย”

“คุณต้องการเวลานิดหน่อย มันก็แค่นั้น เราเห็นเขาในการซ้อมทุกวัน และเขาเป็นหนึ่งในคนที่ทำงานหนักที่สุดคนหนึ่งที่ผมเคยเจอ มันเห็นได้ชัดเจนเสมอว่ามันจะต้องดี แต่แน่นอนว่าผมมีความสุขกับเขาที่ตอนนี้คนทั่วไปก็เริ่มมองเห็นแล้วด้วยเหมือนกัน เพราะเขามีการช่วยเหลือที่ยอดเยี่ยมสำหรับงานของเรา”

“ใช่ มันเป็นเกมที่ดีมากในการพบกับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด และเขาให้อะไรบางอย่างที่สร้างความแตกต่างให้กับทีม เราต้องบอกว่ามันชัดเจน เขาเป็นคนที่เข้าสกัดหลายต่อหลายครั้ง เราไม่ได้มีนักเตะ 20 คน ที่จะไล่เข้าสกัดบอลแบบเป็นงานอดิเรก แต่เขากำลังทำสิ่งนั้น”

Loading

โมฮาเหม็ด ซาลาห์

ลิเวอร์พูล ส่อเจอผลกระทบหนัง หลัง ซาลาห์ ติดภารกิจรับใช้ชาติ

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรฟุตบอลจกาพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ส่อแววต้องเจอปัญหาเรื่องนักเตะตัวหลักของพวกเขา เนื่องจากโปรแกรมในส่วนของทีมชาติ ที่ทางสโมสรจำเป็นต้องหลีกทางให้

ความเคลื่อนไหวของสโมสรลิเวอร์พูล ทีมฟุตบอลชื่อดังจากพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ที่กำลังไล่ล่าเก็บแต้มในการลุ้นแชมป์ฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อยู่ในขณะนี้ 

โดยหลังจากผ่านการแข่งขันในลีกสูงสุดของเมืองผู้ดีไปแล้ว 17 นัด พวกเขาทำไปได้ 38 คะแนน อยู่อันดับ 2 ของตารางคะแนน ซึ่งมีแต้มตามหลังจ่าฝูงอย่าง ทัพ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ทีมดังจากกรุงลอนดอน อยู่แค่ 1 คะแนน เท่านั้น หลังทัพเดอะกันเนอร์ส เก็บไปได้ 39 คะแนน จากการลงเล่นเท่ากัน

โมฮาเหม็ด ซาลาห์

อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล อาจต้องเจอปัญหาการขาดนักเตะคนสำคัญไปพักใหญ่ และอาจส่งผลกระทบต่อการไล่ล่าทำคะแนนของพวกเขา เพราะล่าสุดมีการเปิดเผยว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แนวรุก ลิเวอร์พูล ส่อพลาดลงสนามช่วย “หงส์แดง” ถึง 7 เกมในช่วงที่เจ้าตัวไปรับใช้ทีาติอียิปต์ในศึก แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชันส์ ต้นปี 2024

สำหรับ  ซาลาห์ มีกำหนดจะเดินทางไปเล่นให้ทีมชาติอียิปต์ รองแชมป์เก่าในฟุตบอลชิงแชมป์ทวีปแอฟริกา หรือ แอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ 2023 ระหว่าง วันที่ 13 ม.ค.–11 ก.พ.

โดยทาง “มิร์เรอร์” สื่ออังกฤษ เปิดเผยว่า ดาวเตะวัย 31 ปีรายนี้ส่อพลาดลงสนามให้ ลิเวอร์พูล ถึง 7 เกมในทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว เริ่มจากศึกเอฟเอ คัพ รอบ 3 กับ อาร์เซนอล วันที่ 7 ม.ค. (เยือน), ศึกพรีเมียร์ลีก กับ บอร์นมัธ วันที่ 21 ม.ค. (เยือน), เชลซี วันที่ 31 ม.ค. (เหย้า), อาร์เซนอล วันที่ 4 ก.พ. (เยือน), เบิร์นลีย์ วันที่ 10 ก.พ. (เหย้า) และศึกคาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศกับ ฟูแลม ทั้ง 2 นัด โดยเกมแรกวันที่ 10 ม.ค. (เหย้า) และนัดที่ 2 จะเตะกันในวันที่ 24 ม.ค. (เยือน)

อย่างไรก็ตามการที่ ซาลาห์ จะพลาดลงสนามให้กับ ลิเวอร์พูล กี่เกมนั้นจะต้องดูด้วยว่าเขาจะออกเดินทางเมื่อใด รวมถึงการที่อียิปต์ จะเข้ารอบลึกเพียงใดด้วย

ทั้งนี้ ซาลาห์ ทำผลงานให้กับ ลิเวอร์พูล ได้ยอดเยี่ยมในซีซั่นนี้ด้วยสถิติ 15 ประตูกับ 8 แอสซิสต์จากการลงสนาม 24 นัดทุกรายการ

และจากฟอร์มอันร้องแรงของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ยังคงทำได้อย่างต่อเนื่องในฤดูกาลนี้ ทำให้แฟนบอลเดอะค็อป จำเป็นต้องมารอลุ้นกันว่าการขาดแนวรุกรายนี้ไปนั้นจะส่งผลกระทบกับทีมทั้งในส่วนของแนวรุก และภาพรวมของสโมสรในการลุ้นแชมป์มากน้อยแค่ไหน

Loading

ลิเวอร์พูล ฟอร์มหรู เข้ารอบรองชนะเลิศ คาราบาว คัพ – จับติ้วฟัดฟูแลม

ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศฟุตบอลถ้วยอย่าง คาราบาว คัพ ได้สำเร็จ หลังคว้าชัยไปแบบสุดหรู เหนือทีม “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

โดยการแข่งขันฟุตบอล คาราบาว คัพ อังกฤษ รอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ศึกระหว่าง 2 ทีมจากพรีเมียร์ลีก “หงส์แดง”ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ “ขุนค้อน”เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

เกมนี้ นาที 28 จาเรลล์ ควอนซาห์ ตัดบอลจากคู่แข่งได้แล้วจ่ายต่อให้ โดมินิก โซโบสไล แต่งก่อนจะยิงแบบถนัดถนี่จากระยะไกล บอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม ลิเวอร์พูลนำ 1-0

ลิเวอร์พูล

ครึ่งหลังนาที 56 เคอร์ติส โจนส์ จ่ายบอลให้ ดาร์วิน นูนเญซ ดึงจังหวะรอแล้วแทงให้โจนส์หลุดเข้าพื้นที่ด้านซ้ายของเขตโทษ ก่อนที่โจนส์จะยิงมุมแคบลอดขานายทวารเข้าไป ลิเวอร์พูลนำห่าง 2-0

นาที 71 อิบราอิมา โคนาเต จ่ายบอลให้ โคดี กักโป เลี้ยงจี้ไปถึงบริเวณเส้นหน้าเขตโทษ ก่อนจะยิงลอดขากองหลังบอลพุ่งเสียบเสา ลิเวอร์พูลทิ้งห่าง 3-0

แต่นาที 77 เบน จอห์นสัน วางบอลขึ้นหน้า จาร์ร็อด โบเวน สปีดไปเก็บได้ทางด้านซ้ายของเขตโทษ จากนั้นเลี้ยงผ่านกองหลังแล้วปั่นด้วยขวาเสียบเสาสองสวยงาม เวสต์แฮมไล่มา 1-3

อย่างไรก็ตามจากนั้น นาที 82 ลิเวอร์พูลสกัดบอลได้แล้วโต้กลับเร็ว เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ หวดบอลยาวขึ้นหน้าให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หลุดเดี่ยวจากครึ่งสนามจนไปถึงเขตโทษแล้วยิงไม่เหลือ เจ้าถิ่นนำไปไกล 4-1

นาที 84 เคอร์ติส โจนส์ รับบอลได้บริเวณกลางสนามแล้วพาบุกขึ้นไปคนเดียวจนถึงพื้นที่เขตโทษ ก่อนจะยิงเสียบตาข่ายอย่างยอดเยี่ยม ลิเวอร์พูลจึงชนะอย่างขาดลอย 5-1 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ

ซึ่งหลังจบการแข่งขันฝ่ายจัดการแข่งขันฟุตบอล คาราบาว คัพ อังกฤษได้ทำการจับสลากประกบคู่รอบรองชนะเลิศเรียบร้อยแล้ว

ผลปรากฏว่าลิเวอร์พูลจะต้องเจอกับทีมพรีเมียร์ลีกด้วยกันอย่าง “เจ้าสัวน้อย”ฟูแลม โดยลิเวอร์พูลเล่นในบ้านก่อน ขณะที่ “สิงห์แดง”มิดเดิลสโบรห์ จากลีกแชมเปียนชิพ จะเจอทีมพรีเมียร์ลีกอย่าง “สิงโตน้ำเงินคราม”เชลซี โดยมิดเดิลสโบรห์เล่นในบ้านก่อน

สำหรับรอบรองชนะเลิศจะเตะกันแบบเหย้า-เยือน นัดแรกแข่งขันในสัปดาห์ที่เริ่มต้นด้วยวันที่ 8 มกราคม 2024 ส่วนนัดสองเตะสัปดาห์ที่เริ่มต้นด้วยวันที่ 22 มกราคม 2024

Loading

เฟอร์จิล ฟาน ไดก์

ฟาน ไดก์ หวังแข้ง ลิเวอร์พูล ใช้ความหัวร้อนแรงแดงเดือด ยกระดับตัวเองให้ดีขึ้น

เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ปราการหลังชาวดัตช์ กัปตันทีม“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรดังจากพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เผย ทุกคนในทีมต้องนำความหัวเสียจากเกมแดงเดือดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามาใช้ให้เกิดประโยชน์ในเกมหลังจากนี้

ลิเวอร์พูล เพิ่งทำได้แค่เปิดสนามแอนฟิลด์ เสมอกับ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมคู่ปรับตลอดกาลของทีม แบบไร้สกอร์ 0-0 ในศึกแดงเดือด ของเกมพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ที่ผ่านมา 

โดยในเกมดังกล่าว ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายที่คุมเกมได้มากกว่า และมีโอกาสลุ้นประตูหลายครั้ง แต่สุดท้ายพวกเขาก็ไม่สามารถส่งบอลไปกองที่ก้นตาข่ายของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ 

เฟอร์จิล ฟาน ไดก์

และด้วยรูปเกมที่เหนือชั้นกว่า ทำให้ผลการเสมอนั้นไม่เพียงพอที่ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ กัปตันทีมคนปัจจุบันของ ลิเวอร์พูล รู้สึกหัวเสีย และไม่พอใจกับสกอร์ของแมตช์ดังกล่าวที่ออกมาอย่างมา

โดยทันทีที่จบเกม เขาก็ได้แสดงออกถึงความไม่พอใจกับผลการแข่งขันพร้อมกับให้สัมภาษณ์โจมตีทีมคู่ของอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่า มาเล่นแมตช์ดังกล่าวแบบไม่ได้คิดถึงการคว้าชัยชนะ มีเพียงแค่ลิเวอร์พูลงฝั่งเดียวเท่านั้นที่หวังถึง 3 คะแนน

และล่าสุดเจ้าตัวออกมาให้สัมภาษณ์กับทางเว็บไซต์ทางการของสโมสร ลิเวอร์พูล ต่อยอดจากประเด็นดังกล่าว ว่า

“เราต่างหัวเสียเมื่อสุดสัปดาห์ แต่ตอนนี้ เราต้องนำความหัวเสียมาใช้ในเกมต่อไป และมาดูกันให้ดีกว่าเดิมในจุดที่เราจำเป็นต้องพัฒนาให้ดีขึ้น”

“หากเราสามารถทำแบบนั้นได้ มันก็ไม่ได้มีอะไรที่จะการันตีว่าเราจะคว้าชัยชนะ แต่แน่นอนว่ามันจะช่วยให้เรามีโอกาสที่มากขึ้น”

“มันไม่มีสูตรเวทย์มนต์อะไรที่ และไม่มีอะไรที่จะการันตีเส้นทางที่ไปสู่ความสำเร็จจได้ภายใต้เส้นทางการแข่งขันแบบนี้ แต่เรารู้ดีว่าว่าเราต้องรวมกันเป็นหนึ่ง, ทำทุกอย่างที่เราสามารถทำได้ทั้งในส่วนบุตตล และในส่วนของการทำงานเป็นทีม ค่อยๆทำกันไปแบบเกมต่อเกมที่ผ่านเข้ามา ขณะเดียวกันก็ต้องเคารพคู่ต่อสู้ด้วย เราไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากการช่วยเพิ่มโอกาสของเรา”

ทั้งนี้จากผลการเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำให้ ลิเวอร์พูล หล่นไปอยู่อันดับสองของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เนื่องจากโดน อาร์เซนอล แซงปาดหน้าขึ้นไปรั้งจ่าฝูงแทน

อย่างไรก็ตามทัพหงส์แดง มีโอกาสที่จะทวงตำแหน่งจ่าฝูงของพวกเขาคืนได้ในสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ เพราะพวกเขาจะมีโปรแกรมดวลกับ อาร์เซนอล โดยตรง และหากลิเวอร์พูล สามารถคว้า 3 คะแนน จากการแข่งขันเกมดังกล่าวได้ พวกเขาก็จะกลับไปอยู่ตำแหน่งบนสูงของตารางคะแนน พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ อีกครั้ง

Loading

เจอร์เกน คล็อปป์

คล็อปป์ พอใจฟอร์มแข้ง ลิเวอร์พูล แม้ทำได้แค่เสมอกับผีแดง

ลิเวอร์พูล ดูจะผิดหวังจากผลการแข่งขันเกมแดงเดือด หลังทำได้แค่เปิดสนามแอนฟิลด์ เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-0 ในการแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม

โดยหลังจบการแข่งขันก็มีหลายฝ่ายที่ออกมาแสดงความเห็นกับเกมนัดนี้ รวมไปถึงฝั่งของ เจอร์เกน คล็อปป์ เทรนเนอร์ชาวเยอรมันของทัพหงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่ได้ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมการแข่งขันนัดดังกล่าวด้วยเช่นกัน

ซึ่งทาง เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล เผย มีเรื่องเดียวที่ไม่ชอบในเกมแดงเดือด คือ ผลการแข่งขันที่ออกมาด้วยการเสมอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด 0-0

ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายคุมเกมได้เกือบตลอดทั้ง 90 นาที แต่สุดท้าย ไม่สามารถเจาะแนวรับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ ทำให้เกมแดงเดือด ในศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ที่สนามแอนฟิลด์ เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. จบลงด้วยผลการเสมอ 0-0

เจอร์เกน คล็อปป์

หลังจบการแข่งขัน เจอร์เกน คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล เผยกับ MOTD ว่า “สิ่งหลักๆที่ผมไม่ชอบ คือ ผลการแข่งขัน เราควรจะชนะเกมนี้”

“ด้วยตัวเลขของการจบสกอร์ มันควรจะมีจำนวนที่ตรงกรอบมากกว่านี้ มันควรจะได้มากกว่านั้น แต่ก็มีบางอย่างที่ผมชอบ การตอบโต้การเพรสซิสซิง เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในทีม, ความเข้มข้น และการเริ่มต้นเป็นอะไรที่ดีที่สุดสำหรับเรา”

“บางสถานการณ์เรามีการยิงไกล ตอนที่เหมือนจะมีนักเตะอีกคนที่อยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่า มันโอเค คุณต้องการหนึ่งประตู และทุกอย่างน่าจะถูกต้อง”

“ผมจำไม่ได้แล้วว่า เราคุมเกมได้ในเกมกับแมนฯ ยูไนเต็ด แบบที่เราทำได้วันนี้ มันพิเศษมาก บรรยากาศพิเศษมาก”

“ทัศนคติวันนี้สุดยอดมาก ผมหวังว่าเราจะชนะ แต่เราได้ 1 คะแนน และมันก็โอเค”

ขณะที่อีกหนึ่งประเด็นเดือด ก็ไปในส่วนของ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ กองหลังกัปตันทีมลิเวอร์พูล ที่พูดโจมตีฝั่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่าไม่ได้ต้องการจะเล่นเพื่อลุ้นคว้าชัยชนะในศึกวันแดงเดือดในแมตช์นี้

โดยกองหลังดีกรีทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ให้สัมภาษณ์ ว่า

“เราต้องการจะคว้าชัยชนะในทุกเกม และนั่นคือเหตุผลที่เกมนน่ามันน่าหัวเสีย บางครั้งเรายิงง่ายเกินไป และคุณจะมีการส่งแบบโอเวอร์แลป บางครั้งก็ขาดเรื่องการตัดสินใจที่ถูกต้อง”

“แน่นอนว่าเราจะเดินหน้าต่อไป แต่นี่มันน่าหัวเสีย เพราะเราเป็นฝ่ายเหนือกว่าในทุกด้าน แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็พึมพัมกับ 1 แต้ม และเราผิดหวังกับการได้ 1 คะแนน”

“แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ในช่วงที่ดีที่สุด เราควรจะชนะในวันนี้ เราต้องเรียรู้จากสถานการณ์เหล่านี้ และเรารู้ว่าเราจะทำแบบนั้น”

Loading