Tag: ลิเวอร์พูล

แบรดลีย์

แบรดลีย์ หวังโชว์ฟอร์มแรงต่อเนื่องให้กับ ลิเวอร์พูล

คอเนอร์ แบรดลีย์ แบ๊กขวาดาวรุ่งของทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรดังจากพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ หวังเดินหน้าทำผลงานให้ยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง ในช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้ หลังจากก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของทีมในฤดูกาลนี้

แบรดลีย์ แข้งดาวรุ่งวัย 20 ปี ได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่แบ๊กขวาตัวจริงและรองกัปตันทีมอย่าง เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวน

รวมไปถึงในเกมล่าสุดของศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ที่ทีมดังจากเมอร์ซีไซด์ เปิดสนามแอนฟิลด์ เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าไป 1-1 เมื่อวันที่ 10 มีนาคม เขาก็ยังคงได้ทำหน้าที่ลงสนาม และทำผลงานได้ดีเช่นเดิม

ล่าสุดเจ้าตัวออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านทางเว็บไซต์ของสโมสรว่า “มันเป็นเรื่องของจิตใจ แน่นอนว่าตั้งแต่ทีมผมได้รับโอกาสลงสนามในเกมเยือนอาร์เซนอล นั้นเป็นเกมหลักเกมแรก ซึ่งหลังจากนั้นทุกอย่างมันก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก”

“แต่ผมแค่ต้องการจะเดินหน้าทำงานหนักต่อไปในตอนนี้ เดินหน้าต่อไป และพยายามที่จะลงสนามให้ได้มากที่สุดเท่าที่ผมจะสามารถทำได้ และเดินหน้าเล่นให้ดีต่อไป”

แบรดลีย์

“มันเป็นเกมที่เข้มข้นมาก มันเป็นอะไรที่ยาก ผมคิดว่าทั้งสองทีมต่างเล่นได้ดีมาก ผมคิดว่าเราน่าจะมีโอกาสที่ดีกว่านี้ในเกม แต่มันก็เป็นเกมที่ดีมากในการที่ผมได้มีส่วนร่วม และเราแค่หัวเสียกันนิดหน่อยเพราะเราไม่สามารถเก็บ 3 คะแนนได้สำเร็จ”

“แฟนบอลของเราน่าเหลือเชื่อมาก พวกเขาอยู่ข้างเราตลอดทั้งเส้นทาง และแน่นอนว่ามันช่วยสร้างความแตกต่างได้เสมอไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ข้างหลังเราที่ไหน และเราได้รับพลังในการเล่นเป็นทีม พวกเขามีความสำคัญอย่างมาก”

ทั้งนี้จากการที่พวกเขาไม่สามารถเก็บชัยชนะได้ในเกมกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำให้ทัพหงส์แดง หล่นไปอยู่อันดับสองของตารางของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ หลังจากเก็บไปได้ 64 คะแนน จากการลงสนาม 28 นัด เท่ากับทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล แต่สุดท้ายแล้วทีมดังจากกรุงลอนดอนได้นั่งแท่นจ่าฝูง เนื่องจากมีประตูได้เสียที่ดีกว่าลิเวอร์พูล

ทั้งนี้ ลิเวอร์พูล ประเดิมคว้าแชมป์ไปแล้ว 1 รายการ ด้วยการคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยในประเทศอังกฤษอย่าง คาราบาว คัพ โดยพวกเขาเอาชนะ เชลซีไป 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศ ในช่วงต่อเวลาพิเศษ จากลูกโหม่งของ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ในนาที 118 หลังจากที่เสมอกันในเวลา 90 นาที ด้วยสกอร์ 0-0

Loading

คล็อปป์ เซ็ง ลิเวอร์พูล

คล็อปป์ เซ็ง ลิเวอร์พูล ไม่ได้จุดโทษช่วงท้ายเกม หลังทำได้แค่เจ๊า แมนฯ ซิตี้

ลิเวอร์พูล เสียตำแหน่งจ่าฝูงของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เรียบร้อยแล้ว หลังทำได้แค่เปิดสนามแอนฟิลด์ เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไป 1-1 ในเกมเมื่อวันที่ 10 มีนาคม

โดยเกมนี้ แมนฯ ซิตี้ นำก่อนจาก จอห์น สโตนส์ นาที 23 จากนั้น ลิเวอร์พูลตีเสมอจาก อเล็กซิส แม็ก อัลลิสเตอร์ นาที 50 (จุดโทษ)

ทำให้ ลิเวอร์พูล มี 64 คะแนน จาก 28 นัด เท่ากับอาร์เซนอล แต่ทีมหงส์แดง อยู่อันดับสองของตารางพรีเมียร์ ลีก เนื่องจากลูกได้เสียเป็นรอง ส่วนแมนฯ ซิตี้ มี 63 คะแนน จากการเตะเท่ากัน อยู่อันดับ 3

อย่างไรก็ตามในช่วงท้ายเกมของแมตช์นี้ เกิดจังหวะปัญหาที่ทำให้มีการวิจารณ์กันในวงกว้างเกี่ยวกับจังหวะที่ เจเรมี โดกู แข้งแมนฯ ซิตี้ ไปยกเท้าสูง ในการสกัดบอลจาก อเล็กซิส แม็ก อัลลิเตอร์ กองกลางชาวอาร์เจนตินา ของลิเวอร์พูล ในกรอบเขตโทษ

ซึ่งหลังจากนั้นทางผู้ตัดสินได้มีการเช็กวีเออาร์ แต่สุดท้ายไม่ได้มีการตัดสินให้จังหวะดังกล่าวเป็นลูกจุดโทษแต่อย่างใด

ซึ่งหลังจบการแข่งขันแมตช์นี้ ทาง เจอร์เกน คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ออกมาให้สัมภาษณ์ความเห็นของตัวเองกับจังหวะปัญหาดังกล่าวว่า

“มันเป็นจุดโทษ 100% พวกเขาจะต้องหาคำอธิบาย มันเป็นการฟาวล์ 100 เปอร์เซ็นต์ในทุกพื้นที่ของสนาม และควรจะเป็นใบเหลือง”

คล็อปป์ เซ็ง ลิเวอร์พูล

“ทุกคนที่มีไอแพดและอยู่รอบตัวผมต่างพูดว่า ว้าว เคลียร์ บางทีพวกเขาอาจจะซ่อนอยู่หลังวลีที่ไม่ชัดเจน”

“มันเป็นจุดโทษแน่นอน แต่เราไม่ได้รับมัน และมันก็โอเค สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผม คือ เราสามารถเล่นฟุตบอลแบบนั้นได้ ผมได้เห็นฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมมากมายในวันนี้”

ขณะที่ทางฝั่งของ เจมี คาร์ราเกอร์ ตำนานกองหลังของลิเวอร์พูล กลับแสดงความเห็นที่แตกต่างออกไป โดยเขาเผยกับสกายสปอร์ต ในมุมมองของตัวเองว่า พอจะเข้าใจได้ถึงเหตุผลว่าทำไมการสกัดของเจเรมี โดกู ถึงไม่เป็นลูกจุดโทษ

“เจเรมี โดกู เกือบจะพยายามที่จะดึงเท้าของเข้าออกมาแล้ว แต่เขาทำไม่สำเร็จ”

“ถ้ามันเกิดขึ้นตรงอื่นในสนาม มันคือการฟาวล์ ผมเกือบจะคิดว่ามีกฎที่ไม่ได้เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในวงการฟุตบอลว่าจะต้องมี(การปะทะทางร่างกาย)มากกว่านี้สำหรับจุดโทษ มันเป็นโชคดี แต่ผมสามารถเข้าใจได้ว่า ทำไมพวกเขาถึงไม่ให้จุดโทษ” คาร์ราเกอร์ กล่าว

Loading

เฮนเดอร์สัน

เฮนเดอร์สัน รับ ลิเวอร์พูล ตัดสินใจถูกที่ปล่อยเขาออกจากทีม หลังผลงานหงส์แดงพุ่งทะยาน

ลิเวอร์พูล สโมสรดังจากพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เรียกได้ว่า มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในฤดูกาล 2023-24 โดยเฉพาะในส่วนของแผงกองกลาง

หลังจากที่ทีมดังจากเมอร์ซีไซด์ตัดสินใจปล่อย จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีม และฟาบินโญ มิดฟิลด์ชาวบราซิล ออกจากถิ่นแอนฟิลด์ ไปเมื่อตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ก่อนที่ล่าสุด จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางชาวอังกฤษ เผย ลิเวอร์พูล ตัดสินใจถูกที่ปล่อยเขาออกจากทีม แล้วทีมผลงานดีขึ้น แม้ว่าเขาจะเจ็บปวดก็ตาม

โดยเส้นทางของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน นั้น เขาเพิ่งย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล เมื่อช่วงซัมเมอร์ โดยครึ่งฤดูกาลแรกไปเล่นกับ อัล เอตติฟาก ในซาอุดีอาระเบีย ก่อนที่ครึ่งหลังของฤดูกาลนี้ เขามาอยู่กับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ทีมดังของเนเธอร์แลนด์

และล่าสุดกองกลางดีกรีทีมชาติอังกฤษ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงทีมเก่าอย่างทัพหงส์แดง ที่กำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ ผ่าน เดอะ ไทม์ส ที่ปล่อยเขาออกจากทีม ว่า

“มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับสโมสรและทีม และคุณสามารถเห็นได้ว่าฟอร์มการเล่นและสิ่งที่พวกเขาได้ทำมันดีมาก เหมือนกับที่มันทำให้ผมเจ็บปวด”

เฮนเดอร์สัน รับ ลิเวอร์พูล

“มันคือฟุตบอล และคุณต้องก้าวต่อไป ผมมีความสุขที่มันเป็นผลดีสำหรับพวกเขา ผมคิดว่ามันสามารถเป็นตอนจบดุจเทพนิยายสำหรับเจอร์เกน คล็อปป์ เพราะเขาคู่ควรกับมัน”

“เมื่อมองย้อนไป ผมคิดว่ามันเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับผมในฐานะนักเตะ (ในการย้ายออก) แต่ก็สำหรับพวกเขาในฐานะทีมด้วย แม้ว่ามันจะเจ็บปวดมากในเวลานั้น”

“ผมเต็มไปด้วยอารมณ์ เมื่อมองย้อนไปในช่วงเวลานั้น ลองมามองดูในตอนนี้ มันง่ายที่จะเห็นว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องโดยผู้จัดการทีมและสโมสร มันเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดในการทำให้สิ่งต่างๆสดชื่นขึ้น”

“หากคุณมองไปที่ เฟอร์จิล ฟานไดก์ ก้าวขึ้นมาเป็นกัปตันทีม เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ เป็นรองกัปตัน และวิธีที่พวกเขาพัฒนาขึ้นในฤดูกาลนี้ ผมคิดว่ามันช่วยยกระดับได้มาก”

ทั้งนี้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ไปแล้ว 1 รายการ ในฤดูกาล 2023-24 หลังจากเอาชนะ เชลซี ได้ ในรอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลคาราบาว คัพ ไปเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ขณะที่ทางฝั่งของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ พวกเขารั้งจ่าฝูงในตารางคะแนน โดยเก็บไปได้ 63 คะแนน จากการลงเล่น 27 นัด

Loading

ฟาน ไดก์

ฟาน ไดก์ ร่วมโปรโมทคอลเลกชันพิเศษ ลิเวอร์พูล – เลบรอน เจมส์

เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ปราการหลังของ ลิเวอร์พูล สโมสรฟุตบอลดังและจ่าฝูงของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ในฤดูกาลนี้ สวมอีกหนึ่งบทบาทให้กับทีมดังจากย่านเมอร์ซีไซด์ ด้วยการ่วมถ่ายแบบเปิดตัวเสื้อผ้าคอลเลกชันพิเศษระหว่างทางสโมสรกับซูเปอร์สตาร์ชื่อดังของฝั่งวงการบาสเกตบอล

ลิเวอร์พูล สโมสรฟุตบอลจาก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เพิ่งจะออกมาเผยโฉมคอลเลกชันพิเศษกับ เลบรอน เจมส์ นักบาสเกตบอลชื่อดัง ในแชปเตอร์ 2 ออกมาแล้ว

คอลเลกชันดังกล่าว มาในชื่อ LFC x LeBron: Chapter 2 ซึ่งเป็นการคอลแลปกันระหว่าง ลิเวอร์พูล สโมสรฟุตบอลชื่อดังจากอังกฤษ กับ เลบรอน เจมส์ ซูเปอร์สตาร์ดังแห่งวงการบาสเกตบอลเอ็นบีเอ

ซึ่งคอลเลกชันนี้เป็นคอลเลกชันที่สองแล้ว หลังจากที่เคยปล่อยคอลเลกชันแรกร่วมกันมาแล้ว เมื่อปี 2023

สำหรับตัว LFC x LeBron: Chapter 2 จะประกอบไปด้วย เสื้อแขนสเตเดียมแขนสั้นสีดำ, เสื้อบาสเกตบอล และกางเกง, เสื้อแจ็กเก็ตฟุตบอล และเสื้อยืด, พร้อมกับรายละเอียดสีทองที่เขียนว่า You’ll Never Walk Alone สำหรับลิเวอร์พูล และคำพูดประจำของ เลบรอนอย่าง “Strive for Greatness”

ฟาน ไดก์

นอกจากนี้ยังมีในส่วนของรองเท้าผ้าใบ LFC x LeBron Nike NXXT Gen Amplified ด้วย

พร้อมกับได้ทาง เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ปราการหลังกัปตันทีมลิเวอร์พูล และตัวของเลบรอน มาร่วมถ่ายภาพโปรโมทคอลเลกชันนี้ด้วย

และทาง ฟาน ไดก์ เล่าถึงการทำงานในคอลเลกชันใหม่นี้ ว่า

“มันยอดเยี่ยมที่ได้ทำงานร่วมกับเลบรอน ในการเปิดตัวคอลเลกชันนี้ ผมตื่นเต้นสำหรับทุกคนที่จะได้เห็นสิ่งที่เราสร้างสรรค์ขึ้นมา”

ขณะที่ทางฝั่งของ เทย์เลอร์ ฮินด์ส กล่าเสริมกับสิ่งที่ ฟาน ไดก์ ได้พูดไปแล้วสำหรับคอลเลกชันพิเศษในครั้งนี้ ว่า

“มันเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือที่ยิ่งใหญ่ระหว่างลิเวอร์พูลและเลบรอน เจมส์ มันเป็นการผสมผสานที่ดีระหว่างเสื้อผ้าของบาสเกตบอลและฟุตบอล”

สำหรับ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ปราการหลังดีกรีทีมชาติเนเธอร์แลนด์ เพิ่งจะสวมบทฮีโร่ให้กับสโมสรลิเวอร์พูล ในการคว้าแชมป์ถ้วยแรกของฤดูกาล 2023-24 ด้วยการโหม่งประตูชัยในเกมฟุตบอลคาราบาว คัพ หรือชื่อเดิมว่า ลีก คัพ รอบชิงชนะเลิศ ช่วยให้หงส์แดง เอาชนะ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ไป 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ หลังจากเสมอกันใน 90 นาที ด้วยสกอร์ 0-0

ขณะที่โปรแกรมการแข่งขันนัดต่อไปในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ลิเวอร์พูล มีคิวเปิดสนามแอนฟิลด์ รับการมาเยือนของแชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันที่ 10 มีนาคม นี้

Loading

เจอร์เกน คล็อปป์

เจอร์เกน คล็อปป์ ออกปากชม โจ โกเมซ แข้งคนสำคัญของ ลิเวอร์พูล

เจอร์เกน คล็อปป์ เทรนเนอร์ชาวเยอรมัน ออกมาชื่นชม โจ โกเมซ แข้งสารพัดประโยชน์ชาวอังกฤษ หลังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกับทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทุกครั้งที่ได้ลงสนาม ไม่ว่าจะประจำการในตำแหน่งไหนก็ตาม

ลิเวอร์พูล ประเดิมคว้าไปแล้ว 1 แชมป์ ในฤดูกาลนี้ ด้วยการเอาชนะ เชลซี ในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยรายการ คาราบาว คัพ ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 1-0 จากลูกโหม่งของ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ในนาที 118 

ขณะเดียวกันพวกเขายังอยู่ในเส้นทางการลุ้นแชมป์อีก 3 รายการ คือ พรีเมียร์ ลีก ที่ปัจจุบันรั้งจ่าฝูงของตาราง หลังเก็บไปแล้ว 63 คะแนน จากการลงเตะ 27 นัด นำห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่า อยู่ 1 คะแนน

นอกจากนี้ยังมีบอลถ้วยในประเทศอย่าง เอฟเอ คัพ ที่พวกเขาตีตั๋วเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่ถ้วยยุโรป อย่าง ยูโรปา ลีก ก็ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผลงานของพวกเขาจะยังทำได้ยอดเยี่ยม แต่ทีมกำลังประสบปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ฤดูกาลนี้ นักเตะอย่าง โจ โกเมซ กลายเป็นผู้เล่นสารพัดประโยชน์ เพราะเขาลงเล่นให้ทีมไปแล้วทั้งในตำแหน่งปราการหลังตัวกลาง, แบ๊กขวา, แบ๊กซ้าย และล่าสุดกับตำแหน่งกองกลางตัวรับ โดยลงเล่นไปแล้วถึง 37 เกม รวมทุกรายการ คิดเป็น 2,416 นาที แถมเขายังเข้าสกัดบอลสำเร็จรวมไปแล้วถึง 63 ครั้งอีกด้วย

เจอร์เกน คล็อปป์

และล่าสุด เจอร์เกน คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ได้ออกมาชื่นชม โจ โกเมซ ถึงความหลากหลายของเขาผ่านทาง เว็บไซต์ทางการของสโมสร ว่า

“หากคุณเล่นฟุตบอลในระดับนี้ มันมีความแตกต่างอย่างมากสำหรับการเล่นในตำแหน่างปราการหลังตัวกลาง, ฟูลแบ๊กทั้งฝั่งขวาและซ้าย รวมไปถึงตำแหน่งกองกลางหมายเลข 6 และเขาสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านั้นในหัวได้”

“เขาคือหนึ่งในเรื่องราวพวกนั้น เขาเป็นนักเตะที่มหัศจรรย์มากจริงๆ และผมมีความสุขที่เขาสามารถแสดงให้เห็นอีกครั้ง”

“ในตำแหน่งกองกลาง เกมที่เข้ามาจากทุกมุม ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปหมด และเขาจัดการกับมันได้อย่างยอดเยี่ยม มันบ้ามาก เขาเป็นผู้เล่นที่ดีมากและสำคัญสุดๆไปเลย”

สำหรับโปรแกรมนัดต่อไป โจ โกเมซ และทีมลิเวอร์พูล มีคิวลงสนามในการบุกไปเยือน สปาร์ตา ปราก ในการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ในวันที่ 7 มีนาคม นี้

Loading

ดาร์วิน นูนเญซ

ดาร์วิน นูนเญซ โขกนาที 90+9 ส่งลิเวอร์พูลยึดจ่าฝูงอีกสัปดาห์

ลิเวอร์พูล ยังคงรั้งตำแหน่งจ่าฝูงของศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ต่อไปอีกหนึ่งสัปดาห์ อย่างแน่นอนแล้ว หลังจากที่พวกเขาบุกไปเอาชนะ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ได้แบบหวุดหวิด 1-0

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม “เจ้าป่า” น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของจ่าฝูง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล

เกมนี้ทีมเยือนลิเวอร์พูลยังคงจำเป็นต้องส่งดาวรุ่งหลายคนลงสนาม ไม่ว่าจะเป็น บ็อบบี คลาร์ก หรือ คอเนอร์ แบรดลีย์

เกมนี้ช่วงครึ่งแรกลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายครองบอลได้มากกว่าอย่างชัดเจน แต่สุดท้ายยังไม่สามารถทำอะไรได้ หมดเวลา 45 นาทีแรก ยังเสมอกัน 0-0

ครึ่งหลัง นาที 60 ลิเวอร์พูล ต้องแก้เกมเพื่อหวังทำประตู โดยส่ง ดาร์วิน นูนเญซ และ วาตารุ เอ็นโด ลงมาพร้อมกัน โดยแทนที่ของ บ็อบบี คลาร์ก และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

นาที 72 หงส์แดงได้ลุ้น จากจังหวะที่ อเล็กซิส แม็ก อัลลิสเตอร์ ตักบอลเข้าเขตโทษ ให้ ดาร์วิน นูนเญซ ได้โหม่ง แต่บอลโดนไม่เต็ม ออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้ว ลิเวอร์พูลมาได้ประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ในนาที จากจังหวะการเปิดของ แม็ก อัลลิสเตอร์ เข้ามาในเขตโทษ และเป็น ดาร์วิน นูนเญซ ที่โหม่งเข้าไป ในนาที 90+9

ดาร์วิน นูนเญซ

ส่งผลให้ลิเวอร์พูลเอาชนะไป 1-0 เก็บเพิ่มเป็น 63 คะแนน จากการลงเล่น 27 นัด ยึดจ่าฝูงต่อไป หลังมีแต้มห่างจากแมนฯ ซิตี้ อันดับสอง อยู่ 4 คะแนน ส่วน ฟอเรสต์ มี 24 แต้ม อยู่อันดับ 17

ซึ่งหลังจบการแข่งขัน อเล็กซิส แม็ก อัลลิสเตอร์ ออกมาเปิดเผยถึงเบื้องหลังจังหวะที่เขาทำแอสซิสต์ในประตูชัยของ ดาร์วิน นูนเญซ ว่า

“มันเป็นวันที่พิเศษสำหรับเรา การคว้าชัยชนะแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เรามาในสถานที่ที่ยากลำบาก”

“ในตอนนั้น ผมรู้ว่ามันเป็นนาทีสุดท้าย และผมแค่ต้องเปิดมันเข้าไป ดาร์วิน เป็นนักเตะที่สำคัญมากสำหรับเรา”

“มันไม่มีเกมไหนที่ง่ายในพรีเมียร์ ลีก ผมมีความสุขมาก มากจริงๆ มันเป็น 3 คะแนน และตอนนี้เราเดินหน้าต่อไปยังเกมวันพฤหัส”

“เรามองในแง่บวกเสมอ ผู้นำของเราทำให้ทีมอยู่ในแง่บวก เราเป็นกลุ่มที่ดี นักเตะที่ดีทั้งในและนอกสนาม”

Loading

ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล ยังยอดเยี่ยม เปิดบ้านไล่ถล่ม เชลซี – คล็อปป์ ชมฝีเท้าแข้งดาวรุ่ง

ทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรฟุตบอลจากพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ยังคงทำผลงานร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับยึดตำแหน่งจ่าฝูงลีกสูงสุดเมืองผู้ดีต่อไปทีมดังจากเมอร์ซีไซด์ ยังเครื่องแรงไม่ตก แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเพิ่งเจอข่าวสุดช็อกเกี่ยวกับเรื่องของตัวผู้จัดการทีมอย่าง เจอร์เกน คล็อปป์หลังจากที่เฮดโค้ชชาวเยอรมันออกมาประกาศว่าจะปิดฉากการทำงานในถิ่นแอนฟิลด์ หลังจบการแข่งขันฤดูกาล 2023-24 ทั้งที่เดิมทีเขามีสัญญากับทีมจนถึงปี 2026 แต่สุดท้ายก็ขอตัดสินใจยุติเส้นทางก่อนกำหนด เพราะหมดพลังงานที่จะทำหน้าที่นี้ต่อในฤดูกาลหน้าอย่างไรก็ตามล่าสุด ลิเวอร์พูล เพิ่งจะแสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมอีกครั้ง ด้วยการเปิดสนามแอนฟิลด์ ไล่ถล่ม “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ไปแบบขาดลอยด้วยสกอร์ 4-1 ในเกมพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 31 มกราคม

ลิเวอร์พูล

ซึ่งจากชัยชนะในแมตช์ดังกล่าว ส่งผลให้ลิเวอร์พูล ยังคงนำเป็นจ่าฝูงของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ หลังเก็บไปแล้ว 51 คะแนน จากการลงสนาม 22 นัด โดยนำห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อันดับสองอยู่ 5 คะแนนแต่แข่งมากกว่า 1 นัดส่วน “สิงโตน้ำเงินคราม” หยุดอยู่ที่ 31 คะแนนจาก 22 นัดอยู่อันดับ 10 ตารางและหลังจากการแข่งขันแมตช์ดังกล่าว ทางเจอร์เกน คล็อปป์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ชื่นชมฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมของเหล่าแข้งหงส์แดง ว่า”คุณต้องเล่นได้อย่างโดดเด่นเพื่อหยุด เชลซี เพราะพวกเขามีความสามารถที่ยอดเยี่ยม แต่แนวทางที่เราเริ่มเกมแข็งแกร่งมาก กดดันพวกเขา เคาน์เตอร์เพรสซิ่งอยู่ด้านบน ทำให้พวกเขาอยู่ในพื้นที่ซึ่งพวกเขาไม่ต้องการ และทำเกมไม่ได้ เด็กๆ ทำได้ดีมาก ยิงประตูได้ มันยุติธรรมที่จะบอกว่า เราน่ายิงได้อีกสักหนึ่งหรือสองประตู ช่างเป็นค่ำคืนที่ยอดเยี่ยม ทั้งบรรยากาศ และเกมในสนามแห่งนี้”นอกจากนั้นเฮดโค้ชสายเลือดอินทรีเหล็ก ยังกล่าวชื่นชมฟอร์มของ คอเนอร์ แบรดลีย์ แบ๊กขวาดาวรุ่งที่ทำคนเดียว 1 ประตูกับ 1 แอสซิสต์ในเกมนัดนี้ว่า “เขาเป็นเด็กหนุ่มที่น่าทึ่ง ผมคิดว่า เขากำลังอยู่ในผลงานที่ติดลมบน เขาทำงานหนัก เป็นนักฟุตบอลที่ดี และช่วยเราอย่างมากจนน่าเหลือเชื่อ”สำหรับ ลิเวอร์พูล ตอนนี้พวกเขายังคงอยู่ในเส้นทางการลุ้นแชมป์ครบทั้ง 4 รายการ ไม่ว่าจะเป็นพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ที่ขึ้นนำเป็นจ่าฝูง, ฟุตบอลถ้วยในประเทศอย่าง คาราบาว คัพ ที่เข้ารอบชิงชนะเลิศเรียบร้อยแล้ว, ฟุตบอลเอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ ที่ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย และฟุตบอลถ้วยุโรป อย่าง ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ที่ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์เรียบร้อยแล้ว

Loading

เจอร์เกน คล็อปป์

เจอเกน คล็อปป์ สุดปลื้ม ลิเวอร์พูล ทะลุชิงถ้วยเอฟเอ คัพ

ทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรฟุตบอลจากพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ยังคงทำผลงานอย่างร้อนแรง แม้ว่าจะเพิ่งเจอกับข่าวที่สะเทือนใจเรื่องของตัวกุนซือของพวกเขา

โดยก่อนหน้านี้ เจอร์เกน คล็อปป์ เทรนเนอร์ชาวเยอรมัน เพิ่งออกมาประกาศข่าวช็อก ว่าเขาจะบอกลาถิ่นแอนฟิลด์ หลังจบการแข่งขันฤดูกาล 2023-24 แม้ว่าเดิมทีเขาจะมีสัญญาคุมทีมดังจากเมอร์ซีไซด์ จนถึงปี 2026 ก็ตาม

ซึ่งเหตุผลในการที่เขาตัดสินใจว่าจะก้าวลงจากตำแหน่งผู้จัดการทีมของลิเวอร์พูล หลังจบฤดูกาลนี้ ว่า เป็นเพราะเขาหมดพลังที่จะรับงานที่หนักหน่วงนี้เป็นระยะเวลายาว แล้วคงทำต่อไปอีกไม่ได้ หลังจบฤดูกาล 2023-24

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ประกาศดังกล่าวออกมา คล็อปป์ ยังคงพาทีมหงส์แดง ทำผลงานอย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบสี่ ซึ่งทีม “หงส์แดง” เปิดสนามแอนฟิลด์ ไล่อัด “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” นอริช ซิตี้ ทีมจากลีกแชมเปียนชิพ ไปแบบขาดลอย 5-2 ในการแข่งขันเมื่อวันที่ 28 มกราคม

เจอร์เกน คล็อปป์

และจากชัยชนะในแมตช์นี้ทำให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ของศึกเอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ ได้สำเร็จ โดยจะเข้าไปรอพบกับผู้ชนะระหว่าง วัตฟอร์ด กับ เซาแฮมป์ตัน

โดยหลังจบการแข่งขันนัดดังกล่าวทาง เจอร์เกน คล็อปป์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึก ว่า 

“มันสะเทือนอารมณ์ ผมไม่ได้เกิดมาจากไม้ แต่ผมต้องดึงตัวเองเข้าหากัน ผมได้รับข้อความทั้งหมด แต่ผมอยากบอกแฟนบอลว่าไม่ต้องทำอะไรเป็นพิเศษ เพราะผมรู้ความสัมพันธ์ของเราอยู่แล้ว ในเกมเราต้องเป็นนักรบ และไม่เฉลิมฉลองให้กับชายชราข้างสนาม นี่เป็นนัดแรกหลังจากมีข่าว (ตอนนี้) เราคุ้นเคยกับมันได้แล้ว”

“เป็นเรื่องดีสำหรับแฟนๆ ที่จะแสดงความรักต่อผม และเราต้องการบรรยากาศในสนาม เราต้องการฝูงชน และสำหรับพวกเขาไม่ต้องคิดถึงผู้จัดการทีม เราต้องลืมมันไปสักพักแล้วไปหาคู่ต่อสู้แต่ละทีมอย่างบ้าคลั่ง นั่นคือสิ่งที่เราต้องการทำ และโอกาสต่อไปคือในเกมกับ เชลซี ในวันพุธ

“มันเป็นผลงานระดับท็อปจากทุกคนที่เกี่ยวข้อง เราควรจ่ายบอลได้มากกว่านี้นิดหน่อย การบังคับทิศทาง และรวดเร็วกว่าในวิธีที่เราทำประตูได้ 2 ประตูก็น่าพอใจ แต่เราเสียประตูจากลูกตั้งเตะ”

ทั้งนี้ฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูล ยังคงอยู่ในเส้นทางการลุ้นแชมป์ครบทั้ง 4 รายการ ประกอบด้วย พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ, เอฟเอ คัพ, คาราบาว คัพ และ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก

Loading

หลุยส์ ดิอาซ

คล็อปป์ พอใจ ลิเวอร์พูล ทะลุเข้าชิงบอลถ้วยคาราบาว คัพ

ลิเวอร์พูล ขยับเข้าใกล้การคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยคาราบาว คัพ ประจำฤดูกาลนี้ ไปอีกขั้น หลังตีตั๋วผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

โดยการแข่งขันฟุตบอลถ้วยของอังกฤษอย่าง คาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศนัดที่สอง ที่สนามคราเวน คอนเทจ เมื่อวันที่ 24 มกราคม ทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ต้องบุกไปเยือนทัพ “เจ้าสัวน้อย” ฟูแลม โดยการแข่งขันเกมนัดแรกเป็น ลิเวอร์พูล ที่เอาชนะมาได้ก่อน 2-1 ในการฟาดแข้งกันที่สนามแอนฟิลด์

ขณะที่ผลการแข่งขันในเลกที่สองที่บ้านของฟูแลม จบลงด้วยผลเสมอกัน 1-1 เกมนี้ทีมเยือนออกนำไปก่อนจาก หลุยส์ ดิอาซ นาทีที่ 11 ก่อนเจ้าถิ่นจะมาตีเสมอจาก อิสซา ดิย็อป นาที 77 รวมผลสองนัด “หงส์แดง” ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศด้วยสกอร์รวม 3-2

ซึ่งจากการผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศในครั้งนี้ ทำให้ลิเวอร์พูล ภายใต้การทำทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ เทรนเนอร์ชาวเยอรมัน ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศคาราบาว คัพ ได้สำเร็จเป็นครั้งที่สาม และเป็นการได้ลุ้นแชมป์ทัวร์นาเมนต์ดังกล่าวสมัยที่ 10 ของสโมสร

หลุยส์ ดิอาซ

ขณะที่คู่ต่อสู้ของ ลิเวอร์พูล ในรอบชิงชนะเลิศในฤดูกาลนี้ พวกเขาจะต้องไปตัดสินหาตำแหน่งแชมป์กับอีกหนึ่งทีมจากกรุงลอนดอนอย่าง ทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ที่เอาชนะมิดเดิลสโบรห์ มาได้ด้วยผลรวมสองนัด 6-2 

และการพบกันของ ลิเวอร์พูล กับ เชลซี ในรอบชิงชนะเลิศครั้งนี้ ถือเป็นการรีแมตช์รอบชิงชนะเลิศ เมื่อฤดูกาล 2021-22 อีกด้วย

โดยหลังจบการแข่งขันแมตช์ดังกล่าว ทาง เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือของลิเวอร์พูล ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงชัยชนะครั้งนี้ ว่า 

“มันมหัศจรรย์มาก เรามีประสบการณ์มาก่อน เรารู้ว่าจะต้องคาดหวังอะไร การเจอกับ เชลซี ว้าว ช่างเป็นเรื่องราวที่ยอดเยี่ยมจริงๆ พวกเขาต้องการกลับมาสร้างประวัติศาสตร์ หลังจากเล่นกับเราในรอบชิงชนะเลิศสองครั้งเมื่อสองปีก่อน (คาราบาว คัพ และเอฟเอ คัพ ซึ่ง เชลซี แพ้จุดโทษทั้ง 2 รายการ)”

“นี่คือประสบการณ์ของฟุตบอลถ้วย เกมเปิด พวกเขาเริ่มเกมได้ดุดันมากกว่าในครึ่งหลัง พวกเราทำประตูไม่ได้ พวกเขาตีเสมอ แต่เด็กๆ ทำได้ดีมาก และผมมีความสุขจริงๆ

“สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนจบคือพวกเราผ่านเข้ารอบ นักเตะอายุน้อยทำผลงานได้น่าเหลือเชื่อ มีความสุขกับปฏิกิริยาของพวกเขาที่แสดงออกมาในห้องแต่งตัว มันวิเศษมากที่ได้เห็นทีมของเราได้เข้ารอบชิงชนะเลิศอีกครั้งหนึ่ง ผมบอกเด็กๆ ว่า อย่ามองข้ามมัน มันมหัศจรรย์มาก พวกเขาต้องการชัยชนะ และต้องการทำสิ่งพิเศษ”

Loading

อิบราฮิมา โกนาเค

โกนาเต หวัง ลิเวอร์พูล สานต่อผลงาน หลังโชว์ฟอร์มแจ่มช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล

อิบราฮิมา โกนาเค ปราการหลังชาวฝรั่งเศสของ ลิเวอร์พูล ทีมดังจากพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ หวังเพื่อนร่วมทีมหงส์แดง จะยังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในครึ่งหลังของฤดูกาลนี้ หลังจากที่พวกเขามีครึ่งฤดูกาลแรกที่ยอดเยี่ยมมาก

ลิเวอร์พูล เริ่มต้นครึ่งแรกของการแข่งขันฟุตบอลฤดูกาล 2023-24 ได้อย่างร้อนแรง ด้วยการยังอยู่ในเส้นทางการลุ้นแชมป์การแข่งขันฟุตบอลครบทั้ง 4 รายการ 

โดยในส่วนของพรีเมียร์ ลีก พวกเขารั้งตำแหน่งจ่าฝูงของตาราง ด้วยการเก็บไป 45 คะแนน จากการแข่งขัน 20 นัดแรกของฤดูกาลนี้

อิบราฮิมา โกนาเค

ส่วนฟุตบอลถ้วยในประเทศพวกเขาเข้ารอบรองชนะเลิศถ้วยคาราบาว คัพ และเอาชนะ ฟูแลม ไปแล้ว 2-1 ในเกมเลกแรกของรอบตัดเชือก ขณะที่อีกหนึ่งถ้วยเก่าแก่ของอังกฤษอย่าง เอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ พวกเขาก็ผ่านเข้ารอบสี่

ขณะที่ฟุตบอลถ้วยยุโรป อย่าง ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ซึ่งเป็นถ้วยรองของทวีป พวกเขาก็ผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้อย่างไร้ปัญหา และตีตั๋วเข้ารอบน็อกเอาต์ได้เช่นกัน

และล่าสุดทาง โกนาเต ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านทางเว็บไซต์ทางการของสโมสร ว่า “มันทำให้ผมนึกถึงฤดูกาลแรกของตัวเองกับสโมสรแห่งนี้ มันมีฤดูกาลที่คุณได้มีส่วนร่วมในทุกรายการ และมีโอกาสที่จะคว้าแชมป์ทุกรายการ”

“เรารู้ดีถึงประสบกาณณ์ตรงจุดนี้ และการทำงานหนักจะเป็นสิ่งสำคัญในช่วงเวลาเหล่านั้นในช่วงของฤดูกาล แต่ตอนนี้ เราเพิ่งอยู่กันที่เดือนมกราคมเท่านั้น เราอยู่ตำแหน่งจ่าฝูงของตารางคะแนน แต่มันไม่ได้มีความหมายอะไรเลย”

“เราจำเป็นต้องเดินหน้าทำงานหนักกันต่อไป และหากเราสามารถคว้าแชมป์ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เราจะพยายามทำสิ่งนั้นให้มันเป็นไปได้”

นอกจากนี้เขายังพูดถึงช่วงพักเบรกฤดูหนาวที่เพิ่งผ่านไปว่า “มันยอดเยี่ยมที่ได้กลับมาอีกครั้ง มันเป็นช่วงเวลาที่สั้น ที่เราสามารถความสุขได้นิดหน่อยกับครอบครัวของเรา”

“ผมคิดว่ามันสำคัญสำหรับพวกเราทุกคนในทีม แต่ตอนนี้เรากลับมาแล้ว และทำงานกันหนักมากๆ และมันเกี่ยวกับการสานต่อในสิ่งที่เราได้ทำเอาไว้ในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล”

สำหรับ อิบราฮิมา โกนาเต ได้รับโอกาสจาก เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันของทัพหงส์แดง ให้ลงสนามไปแล้วถึง 22 แมตช์ ในการแข่งขันรวมทุกรายการ ในฤดูกาล 2023-24 โดยช่วงหลังเขารับบทปราการหลังตัวหลักของทีมเนื่องจาก โจแอล มาติป อีกหนึ่งของหลังของลิเวอร์พูล มีอาการบาดเจ็บ ทำให้ โกนาเต ได้จับคู่กับกัปตันทีมอย่าง เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ อย่างสม่ำเสมอ ในซีซันนี้

Loading