ลิเวอร์พูล ขยับขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูงของ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ หลังจากแซงเอาชนะ ไบรตัน ไปได้สำเร็จ ในการแข่งขันเกมล่าสุด
การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ “นกนางนวล” ไบรตัน
เกมนี้เปิดฉากมากลายเป็นทีมเยือนที่ได้ประตูขึ้นนำก่อน 1-0 จากจังหวะที่ บอลมาเข้าทาง แดนนี เวลเบ๊ก หวดเต็มข้อเข้าไปตั้งแต่ในนาทีที่ 2
แต่หลังจากนั้นเจ้าบ้าน ลิเวอร์พูล เปิดเกมบุกมาขึ้น ก่อนจะมาได้ประตูตีเสมอ 1-1 จาก หลุยส์ ดิอาซ ในนาทีที่ 27
ครึ่งหลังหงส์แดงยังเดินหน้าบุกต่อ และมาได้ประตูแซงนำ 2-1 เมื่อ อเล็กซิส แม็ก อัลลิสเตอร์ แทงทะลุช่องให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยิงเข้าไปอย่างเฉียบคม ในนาที 65
จบเกม ลิเวอร์พูล เอาชนะไป 2-1 เก็บเพิ่มเป็น 67 คะแนน จากการลงเล่น 29 นัด ขยับขึ้นไปรั้งจ่าฝูงของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ หลังจากที่อีกคู่ที่แข่งในภายหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำได้แค่เปิดบ้านเสมอกับ อาร์เซนอล ไปแบบไร้สกอร์ 0-0

ส่งผลให้ อาร์เซนอล มี 65 คะแนน จาก 29 นัด อยู่อันดับ 2 ตามมาด้วย แมนฯ ซิตี้ อันดับ 3 มี 64 คะแนน ส่งให้หงส์แดงขึ้นไปยึดจ่าฝูงเพียงทีมเดียว
โดยหลังจบการแข่งขัน เจอร์เกน คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์ถึงเกมนี้ ที่ทีมเสียประตูตั้งแต่ต้นเกม ว่า
“จากมุมมองของผม มันเป็นฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดที่เรามีในการพบกับไบรตันของ โรแบร์โต เด แซร์บี เรามีการครองบอลที่มากขึ้น การครองบอลที่ดีขึ้น เป็นจังหวะในเกมที่ดีมาก นอกเหนือจากการเสียประตู เราเสียบอล เราเสียบอลได้ในแดนบนของสนาม มันไม่ได้หมายความว่าคุณต้องเสียประตู มันเป็นอะไรที่ดีมาก มีการจบสกอร์ที่ดีด้วย จากเท่าที่ผมได้เห็น ผมชอบปฏิกริยาตอบโต้มาก แต่ผมก็เห็นเหมือนกันว่าจังหวะจบสกอร์ของเราดูจะเร่งรีบไปหน่อย มันไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันกับเรื่องอื่นๆ”
ทั้งนี้การแข่งขันฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ไปแล้ว 1 รายการ คือ ฟุตบอลถ้วยคาราบาว คัพ ซึ่งพวกเขาเอาชนะ เชลซี ไปได้ ในรอบชิงชนะเลิศ
และตอนนี้ยังเหลือโปรแกรมให้ลุ้นโทรฟี่อีกสองใบ คือ พรีเมียร์ ลีก ที่ทีมหงส์แดงเพิ่งทะยานกลับไปเป็นจ่าฝูง และฟุตบอลถ้วยยุโรปอย่าง ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ที่พวกเขาผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศเรียบร้อยแล้ว
544 total views


