Category: Uncategorized

เคอร์เคซ สุดหัวเสีย ลิเวอร์พูล แพ้เรือใบจากจุดเปลี่ยนใบแดง

มิลอส เคอร์เคซ แบ๊กซ้ายดีกรีทีมชาติฮังการี ของลิเวอร์พูล สโมสรฟุตบอลชื่อดังแห่งพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ออกมาเผยความรู้สึกถึงเกมที่พวกเขาพ่ายแพ้เป็นนัดแรกในฤดูกาล 2026-27 ด้วยการเปิดสนามแอนฟิลด์ พ่ายต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปด้วยสกอร์ขาดลอยถึง 0-3 ในการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 11 ต.ค. ที่ผ่านมา

มิลอส เคอร์เคซ กลายเป็นแบ๊กซ้ายตัวหลักของลิเวอร์พูล อย่างเต็มตัวในฤดูกาลนี้ หลังการย้ายออกจากไปของ แอนดี โรเบิร์ตสัน แบ๊กซ้ายดีกรีทีมชาติสก็อตแลนด์ ที่โยกไปเล่นให้กับ สเปอร์ อีกหนึ่งทีมดังในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ในฤดูกาลนี้

และแม้ว่าช่วงหลังผลงานของเขาจะเริ่มดีขึ้น แต่ต้องยอมรับว่าในเกมที่พ่ายต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั้น เหล่านักเตะหงส์แดงยังทำได้ไม่ดีพอ แม้จุดเปลี่ยนในเกมอาจจะมาจากจังหวะการโดนใบแดงของ ไรอัน กราเฟนเบิร์ช ก็ตาม

ซึ่งล่าสุดทาง มิลอส เคอร์เคซ ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเกมที่พ่ายแพ้ต่อทีมเรือใบสีฟ้า ว่า

“ผลการแข่งขัน คือ สิ่งที่สำคัญที่สุดในวงการฟุตบอล มันแน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องของผลการแข่งขัน”

เคอร์เคซ สุดหัวเสีย ลิเวอร์พูล แพ้เรือใบจากจุดเปลี่ยนใบแดง

“เราจำเป็นต้องคว้าชัยชนะในการแข่งขัน สโมสรแห่งนี้ต้องการชัยชนะ ดังนั้น เราจำเป็นต้องทำสิ่งนั้ให้ได้”

“พวกเราหัวเสียกันมาก (เคอร์เคซ กล่าวถึงการโดนใบแดงของกราเฟนเบิร์ช) ผมคิดว่าเราทำได้ดีในครึ่งแรก และเรามีการพัฒนาขึ้นอย่างมาก และรวมถึงตอนที่เรามีช่วงเวลาที่ต้องเล่นเกมรับ ซึ่งผมคิดว่าพวกเรามีการเล่นเกมรับได้ดีมาก”

“ส่วนในครึ่งหลัง ตอนช่วงต้นนั้น จังหวะที่เราบุก เราดันขึ้นไปหาพวกเขาและเราก็ป้องกันได้ดี หลังจากนั้น เมื่อใบเหลืองที่สองเกิดขึ้น และมันเป็นเรื่องยากมากในการเล่นกับพวกเขาโดยที่มีจำนวนนักเตะน้อยกว่าหนึ่งคน”

“ตอนแรกเกมมันเปิดแล้ว มันเป็นการเสมอกัน 0-0 และเรากดดันใส่พวกเขา พวกเขามีจังหวะเช่นกัน แต่เราก็ป้องกันได้ดี แล้วเราก็กดดันใส่พวกเขาอีกครั้ง แน่นอนว่าเกมมันเปิดแล้ว มันเป็นแค่ช่วงเวลาที่ว่าใครจะยิงประตูได้ก่อนเท่านั้น”

“แต่สุดท้ายแล้ว ฟุตบอลก็เป็นแบบนี้ เราโดนใบแดง และหลังจากนั้นพวกเขาก็เก็บบอลได้เยอะมาก และพวกเขาเล่นกับบอลได้ดีมาก ดังนั้น มันจึงเป็นอะไรที่ยากลำบาก”

จากความพ่ายแพ้นัดดังกล่าว ทำให้ ลิเวอร์พูล หยุดสถิติไม่แพ้ใครในพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาลนี้ ภายใต้การคุมทีมของกุนซือใหม่อย่าง อันโดนี อิราโอลา ไว้ที่ 5 นัดเท่านั้น

Loading

คาร์ราเกอร์ จวกยับ เวียร์ตซ์ ยังไม่ดีพอสำหรับ ลิเวอร์พูล

เจมี คาร์ราเกอร์ ตำนานกองหลังของ ลิเวอร์พูล ทีมดังแห่งพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ออกมาวิจารณ์เรื่องผลงานของ โฟลเรียน เวียร์ตซ์ เพลย์เมกเกอร์ชาวเยอรมัน หลังจากที่เจ้าตัวยังคงดูจะยังไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งกับทีมดังจากเมอร์ซีไซด์ได้ แม้ว่าจะเล่นอยู่ในถิ่นแอนฟิลด์เป็นฤดูกาลที่สองแล้วก็ตาม

โฟลเรียน เวียร์ตซ์ เรียกได้ว่าเป็นดีลที่น่าตื่นเต้นอย่างมากสำหรับเหล่าแฟนบอลลิเวอร์พูล ในตอนที่เขาย้ายจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ทีมดังแห่งบุนเดสลีกา เยอรมนี เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ด้วยราคาราว 116 ล้านปอนด์

อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นเท่ากับในตอนที่เล่นในลีกเยอรมนี ไม่ว่าจะเป็นในยุคนของ อาร์เนอ ชล็อต เมื่อฤดูกาลที่แล้ว หรือรวมไปถึง ยุคของ อันโดนี อิราโอลา กุนซือใหม่ของ ลิเวอร์พูล ในเวลานี้

กระทั่งเกมพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ นัดล่าสุด ที่ลิเวอร์พูลเปิดสนามแอนฟิลด์ พ่ายต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไป 0-3 ทาง เวียร์ตซ์ ก็ดูจะยังทำอะไรไม่ค่อยได้ในแมตช์ดังกล่าว

คาร์ราเกอร์ จวกยับ เวียร์ตซ์ ยังไม่ดีพอสำหรับ ลิเวอร์พูล

และจากผลงานดังกล่าวทำให้ ตำนานนักเตะของลิเวอร์พูลอย่าง เจมี คาร์ราเกอร์ ทนไม่ไหว จนต้องออกมาวิจารณ์แข้งรุ่นน้อง รายนี้ว่า “ผมขอวกกลับมาพูดถึงโฟลเรียน เวียร์ตซ์ อีกครั้งละกัน เพราะผมเคยวิจารณ์เขาไว้หลังจากเกมล่าสุดที่ลิเวอร์พูลไปเยือนบอร์นมัธ”

“”ตอนนั้นผมโดนแฟนบอลลิเวอร์พูลตำหนินิดหน่อยที่มองเขาในแง่ลบ แต่สิ่งที่ผมพูดไปคือ มันอาจจะเป็นความหวังสุดท้ายหาก เจอร์เกน คล็อปป์ สามารถดึงศักยภาพของเขาออกมาได้เหมือนตอนที่เขาเล่นให้ทีมชาติเยอรมนี”

“เขาเคยเล่นได้ยอดเยี่ยมมากให้กับทีมชาติเยอรมนีภายใต้การคุมทีมของคล็อปป์ แต่พอมาดูเกมวันนี้ที่ไม่มีทั้ง อเล็กซานเดอร์ อิซัก และ โคดี กักโป ซึ่งเป็นสองแนวรุกที่ดีที่สุดของเราในฤดูกาลนี้”

“เราต้องการให้ บรัดเลย์ บาร์กโกลา และ เวียร์ตซ์ ก้าวขึ้นมาช่วย บิกตอร์ มูนญอซ และ ลูอิส คูมาส ในแดนหน้า ซึ่งกลายเป็นว่าคูมาสกับมูนญอซ เล่นได้ดีกว่านักเตะค่าตัว 100 ล้านปอนด์เสียอีก แบบนี้มันไม่ถูกต้องเลย มันไม่ควรเป็นอย่างนั้น”

“สถานการณ์ตอนที่ลิเวอร์พูลเหลือผู้เล่น 10 คนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับใครในสนามเลย สิ่งที่ Florian Wirtz ทำให้กับลิเวอร์พูลในตอนนี้มันยังไม่ดีพอ”

Loading

เจอร์ราร์ด ย้ำไม่หวังได้แชมป์ย้อนหลังกับหงส์ หากแมนฯ ซิตี้ โดนลงโทษ

สตีเวน เจอร์ราร์ด ตำนานกองกลางของ ลิเวอร์พูล ออกมาย้ำว่าไม่ต้องการได้แชมป์ย้อนหลังหาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกลงโทษจากกรณีความผิดเกี่ยวกับกฎการเงิน แต่ยอมรับว่าถ้าหากทีมเรือใบสีฟ้ามีความผิดจริงในเรื่องนี้ ก็เหมือนเป็นการพรากความทรงจำหลาย ๆ อย่าง ไปจากหลาย ๆ คน ตลอดระยะเวลา 9-10 ปี เลยทีเดียว

สตีเวน เจอร์ราร์ด เคยเกือบจะได้ชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ ลีก ซึ่งเป็นถ้วยที่เขาอยากประสบความสำเร็จอย่างมากในฐานะกัปตันทีมลิเวอร์พูล หลังจากที่ทีมหงส์แดง คว้ารองแชมป์เมื่อฤดูกาล 2013-14 ซึ่งตำแหน่งแชมป์เป็นของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ทั้งนี้จากกรณีที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ส่อแววจะถูกลงโทษจากปัญหาเรื่องการละเมิดกฎการเงินหลักร้อยข้อ ก็ทำให้หลายฝ่ายคาดว่าทางแมนฯ ซิตี้ อาจจะถึงขั้นถูกริบแชมป์ในช่วงเวลาดังกล่าว ระหว่าง ปี 2009 ถึง ปี 2018

และล่าสุดทาง เจอร์ราร์ด ออกมาพูดถึงประเด็นเรื่องการลงโทษของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ว่า “ผมคิดว่าทุกคนต่างหวังให้เรื่องนี้มีบทลงโทษตามมา เพราะเห็นได้ชัดว่านี่เป็นกระบวนการที่ยังดำเนินอยู่”

“ดูเหมือนจะมีกฎใหม่ที่กำหนดกรอบเวลา 12 สัปดาห์สำหรับการรอฟังผลว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป [ในขั้นตอนการอุทธรณ์]”

เจอร์ราร์ด ย้ำไม่หวังได้แชมป์ย้อนหลังกับหงส์ หากแมนฯ ซิตี้ โดนลงโทษ

“แต่หลังจากนั้น เรื่องอาจจะถูกส่งต่อไปยัง CAS (ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา) ซึ่งเราก็ไม่รู้เลยว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน นั่นคือสิ่งที่น่าหงุดหงิดสำหรับผม และสำหรับทุกคนด้วย เราต้องรอนานแค่ไหนกว่าจะรู้ว่าพวกเขาบริสุทธิ์หรือมีความผิดกันแน่ แม้ว่าดูจากสถานการณ์แล้ว แนวโน้มที่พวกเขาจะถูกตัดสินว่ามีความผิดนั้นมีสูงมากก็ตาม”

“สำหรับผมแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับนักเตะของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพราะพวกเขาล้วนเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม พวกเขาได้สัมผัสกับช่วงเวลาแห่งความสำเร็จนั้นและสมควรได้รับมัน… ผมไม่ใช่คนที่จะมานั่งพูดว่าผมต้องการรับเหรียญแชมป์พรีเมียร์ลีก หรืออยากได้เหรียญที่พวกเขาครอบครองอยู่มาเป็นของตัวเอง”

“ผมคิดว่าผมทำใจยอมรับได้แล้วกับการที่ตัวเองไม่เคยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก หรือการที่ผมไปไม่ถึงจุดนั้น ผมยอมรับความจริงข้อนี้ได้แล้ว”

“ผมทำใจยอมรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผมในช่วงท้ายฤดูกาลนั้นได้แล้ว (จังหวะลื่นล้มในเกมที่แพ้เชลซี 0-2) และผมก็ได้ยินแฟนบอลซิตี้รวมถึงแฟนบอลที่เป็นคนดังหลายคนพูดว่า ‘คุณจะมาพรากช่วงเวลาเหล่านั้นไปจากเราไม่ได้หรอก’”

“แต่แล้วความทรงจำที่พวกเขาพรากไปจากคนอื่นๆ ล่ะ ไม่ใช่แค่จากตัวผมหรือทีมที่ผมเคยเล่นให้เท่านั้น แต่รวมถึงสิ่งที่หายไปตลอดช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งกินเวลาถึง 9 หรือ 10 ปีเลยทีเดียว?”

Loading

ฟาน ไดก์ รับ เป็นเรื่องยากในการเล่น 10 คน ดวลกับ แมนฯ ซิตี้

เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ปราการหลังกัปตันทีม ลิเวอร์พูล ออกมาเผยความรู้สึกหลังจากที่ทีมหงส์แดงภายใต้การทำทีมของ อันโดนี อิราโอลา พ่ายแพ้เป็นนักแรกของฤดูกาลแล้ว

ลิเวอร์พูล เพิ่งจะเปิดสนามแอนฟิลด์ พ่ายต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปด้วยสกอร์ขาดลอย 0-3 อย่างไรก็ตามในช่วงประมาณ 60 นาทีแรกของเกมนั้น ต้องยอมรับว่า ลิเวอร์พูล มีการต่อสู้กับ แมนฯ ซิตี้ ได้ดี แม้ว่าจะขาดตัวหลักไปหลายคนทั้ง โดมินิก โซโบสไล, อเล็กซานเดอร์ อิซัก และ โคดี กักโป ก็ตาม

แต่หลังจากที่ ไรอัน กราเฟนเบิร์ช ที่ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงโดนใบเหลืองที่สอง เป็นใบแดงไล่ออกจากสนามในเกมดังกล่าวนั้น ก็ทำให้ช่วงราว 30 นาทีสุดท้ายของเกมนั้น ลิเวอร์พูล ไม่สามารถรับมือกับความยอดเยี่ยมของทีมเรือใบสีฟ้าได้ และนำมาสู่การพ่ายแพ้เป็นนัดแรกของฤดูกาล ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะรวด 6 นัด ในพรีเมียร์ ลีก

และล่าสุด เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ปราการหลังกัปตันทีม ลิเวอร์พูล ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสกายสปอร์ต เกี่ยวกับเกมนัดนี้ ว่า

“ผมคิดว่าครึ่งแรกเราทำได้ดี เราแสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นอย่างมาก”

ฟาน ไดก์ รับ เป็นเรื่องยากในการเล่น 10 คน ดวลกับ แมนฯ ซิตี้

“เราน่าจะทำได้ดีกว่านั้นในหลาย ๆ โอกาส ตอนที่เราสามารถจัดการกับพวกเขาได้ ผมไม่ได้คิดว่ามันเป็นโอกาสที่ชัดเจนเท่าไรถ้าพูดกันตามตรง แต่ผมคิดว่าเราได้แสดงให้เห็นว่าเราต้องการจะคว้าชัยชนะให้ได้”

“เรามีเรื่องความเข้มข้น ซึ่งนั่นเป็นขั้นต่ำในสิ่งที่เราต้องมี”

ส่วนประเด็นการโดนใบแดงของ กราเฟนเบิร์ช ทาง ฟาน ไดก์ เผยว่า “มันค่อนข้างโชคร้าย แต่มันคือความจริงที่ว่าเขาโดนใบเหลืองที่สอง”

“ผมคิดว่ามันน่าสนใจที่มันมีหลายจังหวะที่นักเตะเรียกร้องใบเหลืองที่แตกต่างกัน และเราก็ 1 ใบเหลืองในครึ่งแรก โดยมีกรณีของ โรนัลด์ อาราอูโฮ ที่โดนใบเหลืองตั้งแต่ช่วงนาทีแรก ในขณะที่จังหวะอื่นๆ กลับไม่มีการลงโทษด้วยใบเหลือง”

“หลังจากนั้นความจริงก็คือ เราต้องเล่นด้วยการมีแค่ 10 คน และจากนั้นเราก็เสียประตูเร็วมากหลังจากเหตุการณ์นั้น และหลังจากนั้นมันก็กลายเป็นเกมที่ยากมากในการเจอกับพวกเขา”

ต้องมาติดตามกันว่าหลังจากนี้ ลิเวอร์พูล จะเป็นเรียกความมั่นใจกลับมาได้หรือไม่ หลังจากที่พวกเขาเพิ่งจะพ่ายนัดแรกของฤดูกาล แถมเป็นการแพ้คาถิ่นแอนฟิลด์อีกด้วย

Loading

อิราโอลา ภูมิใจแข้ง ลิเวอร์พูล แม้เพิ่งพ่ายนัดแรก

ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีมของ อันโดนี อิราโอลา กุนซือชาวสเปน พ่ายแพ้เป็นนัดแรกของฤดูกาลนี้แล้ว หลังจากที่พวกเขาเปิดสนามแอนฟิลด์ พ่ายต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปแบบขาดลอย 0-3 ในเกมพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 11 ต.ค.

โดยในเกมดังกล่าวเรียกได้ว่า ลิเวอร์พูล นั้นสู้กับทีมเรือใบสีฟ้าอย่างสูสี ก่อนจะเกิดจุดเปลี่ยนของเกม เมื่อ ไรอัน กราเฟนเบิร์ช โดนไล่ออกจากสนามไป ในนาทีที่ 62 และหลังจากนั้นก็เป็น แมนฯ ซิตี้ ที่คุมเกมได้ และยิงไป 3 ประตู

โดยเกมดังกล่าวถือเป็นการพ่ายแพ้นัดแรกของ ลิเวอร์พูล ในยุคของ อิราโอลา โดยทางกุนซือหงส์แดงรายได้เผยหลังจบเกมว่า

“ผมคิดว่าอย่างแรกเลย คือ เราเล่นสองเกมที่แตกต่างกัน เกมแรกคือก่อนโดนใบแดง หลังอีกเกมคือหลังจากนั้น สำหรับ 60 นาทีแรก นักเตะของเราเล่นได้ดีมาก ๆ ส่วนหลังจากโดนใบแดงไปนั้นเป็นแมนฯ ซิตี้ ที่ทำได้ดีกว่าเรา”

นอกจากนี้เขายังพูดถึงการโดนใบแดงของ กราเฟนเบิร์ช ที่โดนสองใบเหลือง ว่า “ใบเหลืองแรกมันเป็นแค่การเตะไปโดนปลายเท้า มันไม่มีอะไรเลย มันเป็นแค่การฟาวล์ธรรมดา”

“ในช่วงเวลานั้นเรากำลังดันเกมมากขึ้น โมเมนตัมกำลังมาทางเราและบรรยากาศในสนามก็ดีมาก”

อิราโอลา ภูมิใจแข้ง ลิเวอร์พูล แม้เพิ่งพ่ายนัดแรก

“เราพลาดแค่นิดหน่อยในครึ่งแรก เราทำงานได้ดี ส่วนในครึ่งหลัง เรากำลังสร้างโอกาส”

“คุณได้เรียนรู้หลายอย่างในเกมแบบวันนี้ ผมภูมิใจกับนักเตะของผม พวกเขาทำงานหนักมาก และทำทุกอย่างในวันนี้ มันเป็นความพ่ายแพ้ และเราไม่ได้รับอะไรจากฟอร์มการเล่นของเรา แต่ผมชอบมันมาก”

ทางด้าน เออร์ลิง เบราต์ ฮาลันด์ กองหน้า แมนฯ ซิตี้ ที่ยิงประตูในเกมนี้ด้วย กล่าวว่า “ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแมนฯ ซิตี้ และแฟนบอลทุกคน นี่คือช่วงเวลาทีาสวยงามที่จะอยู่กับพวกเราไปอีกนาน”

“มันเป็นเกมที่ลำบาก มันเป็นเกมที่ยาก แต่เราแสดงให้เห็นถึงตัวตนที่ยอดเยี่ยมตั้งแต่แดนหลังจนถึงแดนหน้า ผมภูมิใจกับทุกคน”

“มันเป็นเรื่องที่ยากเสมอในการมาที่นี่ หากคุณดูจากสถิติที่ผ่านมามันยากมาก ในยุคของเป๊ป กวาร์ดิโอลา กับ เจอร์เกน คล็อปป์ มันเป็นเรื่องที่หนักของทั้งสองทีม และเป็นแบบนั้นมาเสมอ”

“สิ่งที่สำคัญ คือ ต้องมีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง รวมกันเป็นหนึ่ง และทำในสิ่งที่เราสามารถทำได้ และสิ่งที่เราทำได้คือการเล่นฟุตบอลที่ดี สู้ไปด้วยกัน นั่นคือสิ่งเดียวที่เราทำได้”

Loading

บาร์กโกลา เล่าเรื่องการปรับตัวสำหรับการเล่นให้ ลิเวอร์พูล

บรัดเลย์ บาร์กโกลา ตัวริมเส้นดีกรีทีมชาติฝรั่งเศส ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการร่วมงานกับ อันโดนี อิราโอลา เฮดโค้ชของ ลิเวอร์พูล หลังจากที่เขาเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในถิ่นแอนฟิลด์ ในช่วงท้ายของตลาดซื้อขายประจำฤดูร้อนนี้

โดย บรัดเลย์ บาร์กโกลา ถือเป็นนักเตะชื่อดังที่ลิเวอร์พูลตัดสินใจคว้าตัวมาจาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เพื่อเติมเต็มในตำแหน่งริมเส้นในฤดูกาลนี้ หลังจากที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกขวาตัวเก๋าทีมชาติอียิปต์ ตัดสินใจแยกทางกับลิเวอร์พูล และย้ายไปเล่นในตุรกีเรียบร้อยแล้ว

โดยช่วงที่ผ่านมาทาง บาร์กโกลา ได้โอกาสลงสนามให้กับ ลิเวอร์พูล ไปแล้ว 5 นัดรวมทุกรายการ หลังจากที่การย้ายทีมจากเปแอสเชเสร็จสิ้น

และล่าสุดทางปีกชาวฝรั่งเสสรายนี้ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงการร่วมงานกับสโมสรลิเวอร์พูล และโค้ชอย่าาง อันโดนี อิราโอลา ว่า

“ใช่ ผมรู้สึกสบายมาก ตั้งแต่ตอนเริ่มต้น ผมจำเป็นต้องปรับตัวนิดหน่อย และตอนนี้ผมรู้สึกว่าผมกำลังปรับตัวได้มากขึ้นและมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น ผมมีความสุขกับการเริ่มต้น และผมหวังว่าผมจะทำผลงานในสนามได้ดีขึ้นกว่านี้ด้วย”

บาร์กโกลา เล่าเรื่องการปรับตัวสำหรับการเล่นให้ ลิเวอร์พูล

ส่วนเรื่องมุมมองต่อพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เจ้าตัวเผยว่า “ผมคิดว่ามันมีความเข้มข้นมาก ซึ่งมันเป็นอะไรที่แตกต่างจาก ลีก เอิง มาก”

“แต่ก็ใช่ คุณจำเป็นต้องทำงานหนักเพื่อที่จะพร้อมสำหรับการวิ่งที่เยอะมาก และนั่นคือสิ่งที่ผมพยายามทำอยู่ในการซ้อมเพื่อที่จะเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทุกเกม”

ส่วนเรื่องการกลับมาที่สโมสรอีกครั้ง หลังจากช่วงเบรกทีมชาติรอบนี้ เจ้าตัว กล่าวว่า “มันผ่านไปได้ด้วยดี ผมกลับมาตั้งแต่วันพฤหัสแล้ว เรามีวันหยุด 2-3 วัน ดังนั้น มันรู้สึกดีนะ แต่เราทุกคนต่างก็มีความสุขที่ได้กลับมาและได้ซ้อมด้วยกันอีกครั้งเพื่อที่จะพร้อมสำหรับเกมต่อไป”

ขณะที่ประเด็นเรื่องการทำงานกับ อันโดนี อิราโอลา เฮดโค้ชของลิเวอร์พูล เจ้าตัวกล่าวว่า “ผมคิดว่าเขาเป็นโค้ชที่ดีมาก เขามีแนวคิดที่ดีมาก เขาใส่ความเข้มข้นเข้ามาเยอะมากไม่ว่าจะเป็นในการซ้อมหรือในแมตช์แข่งขัน ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องดีสำหรับการทำงานแบบนั้น เพื่อที่เราจะสามารถคว้าชัยชนะในทุกนัดของพวกเราได้”

“เขาบอกให้ผมทำในสิ่งที่ผมสามารถทำได้ การเล่นแบบที่คุ้นเคย ซึ่งผมสามารถเล่นได้ทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา มันเป็นเรื่องจริงที่ผมอาจจะชอบเล่นฝั่งซ้ายมากกว่า แต่มันก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรสำหรับผมที่จะไปเล่นทางฝั่งขวา ดังนั้น ไม่มีปัญหาอะไรเรื่องนั้น และผมพยายามจะพร้อมในการเล่นทั้งฝั่งซ้ายและขวา”

Loading

ลิเวอร์พูล เผยข่าวร้าย อิซัก – กักโป ไม่ฟิตพอลงเล่นนัดสำคัญ

อันโดนี อิราโอลา เฮดโค้ชของ ลิเวอร์พูล ทีมดังแห่งพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ออกมาเผยความพร้อมล่าสุดของทีม หลังจากที่เหล่านักเตะกลับมาจากช่วงเบรกทีมชาติฟีฟ่าเดย์ แต่สถานการณ์ค่อนข้างจะเป็นข่าวร้าย เพราะสองนักเตะในแนวรุกอย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัก และ โคดี กักโป น่าจะไม่สามารถลงเล่นในเกมนัดต่อไปได้

ลิเวอร์พูล กำลังจะต้องเจอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในแมตช์แรกของการกลับมาจากเบรกทีมชาติ แต่พวกเขาต้องเจอกับปัญหาเมื่อ อเล็กซานเดอร์ อิซัก กองหน้าทีมชาติสวีเดน กับ โคดี กักโป ปีกทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ต่างบาดเจ็บกลับมา และจะไม่พร้อมลงเล่นกับทีมเรือใบสีฟ้า

“อเล็กซานเดอร์ อิซัก และ โคดี กักโป จะไม่ได้เล่นในเกมนี้ พวกเขายังไม่พร้อม”

“โชคร้ายสำหรับพวกเรา ทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บในช่วงเบรกทีมชาติ ในฐานะผู้จัดการทีมของสโมสร คุณจำเป็นต้องรอจนกว่าเกมต่าง ๆ จะจบ และจากนั้นเมื่อแพทย์ไม่ได้โทรมาคุณ แล้วจากนั้นคุณก็ได้รับข่าวร้าย”

“แต่สำหรับเรื่องนี้ เราโชคร้ายทั้งกับ อเล็กซ์ และ โคดี เขาทั้งสองคนบาดเจ็บ และพวกเขาจะไม่ได้มีส่วนร่วมกับเราในวันอาทิตย์นี้”

ลิเวอร์พูล เผยข่าวร้าย อิซัก - กักโป ไม่ฟิตพอลงเล่นนัดสำคัญ

“โคดีมีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า เขาเคยมีอาการบาดเจ็บแบบนี้มาก่อนแล้วในเส้นทางอาชีพของเขา และมันส่งผลกับเขาที่ต้องรับมือกับความเจ็บปวด เมื่อคุณข้อเท้าพลิก มันเป็นการเข้าปะทะที่แยกมาก ผมคิดว่าเป็นแบบนั้น”

“เขากำลังฟื้นฟูร่างกายของตัวเอง แต่เขายังไม่พร้อมสำหรับเกมวันอาทิตย์ ส่วน อเล็กซ์ เขาเจ็บต้นขา เป็นอาการบาดเจ็บเล็ก ๆ แต่มันเป็นเรื่องของอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ เช่นเดียวกับกักโป ต้องรอว่าเขาจะพร้อมตอนไหน”

“พวกเขาทั้งสองคนไม่ได้ดูเหมือนว่าจะเป็นอาการบาดเจ็บระยะยาว เราจะทำการวิเคราะห์สถานการณ์กันไปแบบวันต่อวัน แต่พวกเขาจะยังไม่พร้อมสำหรับวันอาทิตย์นี้”

อย่างไรก็ตามทาง ลิเวอร์พูล ยังมีข่าวดีบ้างเช่นกันในส่วนของกองหลังดาวรุ่งอย่าง เฌเรมี ฌักเกต์ ที่ก่อนหน้านี้เขาเป็นอีกคนที่มีอาการบาดเจ็บจากช่วงพักเบรกทีมชาติรอบนี้ ซึ่งเจ้าตัวเพิ่งจะโชว์ฟอร์มสุดแจ่มกับทีมชาติฝรั่งเศสมาก่อนด้วย

“ใข่ เขาฟิต เขาพร้อมจะลงสนาม ผมคิดว่าเขาไม่ได้เล่นเกมนัดสุดท้ายกับทีมชาติฝรั่งเศส เพราะเป็นการปกป้องร่างกายของเขา แต่เขาจะโอเค เราจะยังต้องมีการซ้อมอีกหน่อย แต่เขาโอเค”

Loading

อเราโฮ เผยได้ความมั่นใจจากแฟน ๆ ทำให้โชว์ฟอร์มแจ่มกับ ลิเวอร์พูล ได้

โรนัลด์ อเราโฮ กองหลังดีกรีทีมชาติอุรุกวัย ถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่สร้างเซอร์ไพรส์อย่างมากเกี่ยวกับผลงานของเขาในฤดูกาลนี้ หลังจากย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ แม้ว่าในช่วงก่อนที่จะย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล นั้น เขาจะถูกตั้งคำถามอย่างมากว่าจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับลีกเมืองผู้ดีได้ไหม หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีกระแสโจมตีว่าเขาฟอร์มตก ตอนอยู่กับ บาร์เซโลนา

โรนัลด์ อเราโฮ กองหลังดีกรีทีมชาติอุรุกวัย ออกมาเปิดเผยว่าอะไร คือ สิ่งที่ทำให้เขามีความสุขระหว่างค้าแข้งกับ ลิเวอร์พูล อยู่ในเวลานี้

โรนัลด์ อเราโฮ เพิ่งย้ายจาก บาร์เซโลนา มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้ ด้วยสัญญายืมตัวเป็นเวลา 1 ซีซัน

ซึ่งหลังจากนั้นต้องบอกว่าเจ้าตัวทำผลงานได้น่าประทับใจ และลงเล่นในยุคของ อันโดนี อิราลาโอ ไปแล้ว 7 เกม ในฤดูกาลนี้ ซึ่งเป็นการลงเล่นตัวจริงถึง 5 นัด และยังไม่แพ้ใครแม้แต่นัดเดียว

ล่าสุดเจ้าตัวให้สัมภาษณ์ ว่า “จากช่วงเวลาแรกที่ผมมาถึงที่นี่ พวกเขาทำให้ผมรู้สึกสบายใจอย่างมาก”

อเราโฮ เผยได้ความมั่นใจจากแฟน ๆ ทำให้โชว์ฟอร์มแจ่มกับ ลิเวอร์พูล ได้

“เพื่อนร่วมทีม, ทีมงานโค้ช และแน่นอนเหล่าแฟนบอล พวกเขาทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับได้อยู่ที่บ้านตั้งแต่ตอนเริ่มต้น มันใช่วยได้มาก มันทำให้คุณมีความมั่นใจในการทำผลงานในสนามและทุ่มเทด้วยทุกอย่างที่คุณมี”

“ผมมีความสุขมากกับช่วงเวลานี้ ผมแค่ต้องเดินหน้าทำงานหนักอย่างที่ผมทำอยู่และผมหวังว่ามันจะเป็นฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมสำหรับพวกเรา”

“ผมไม่ได้รู้สึกว่าผมมีอะไรที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง เพราะ ผมไม่ได้ทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อตอบคำถามของผู้คน หรือ พยายามพิสูจน์อะไร”

“ผมรู้ว่าคุณค่าของผมคืออะไร ผมรู้ว่าผมมีอะไร และผมรู้ว่าผมสามารถทำอะไรได้บ้างในฐานะผู้เล่น และผมมีความมั่นใจมากในเรื่องนั้น ผมก็แค่มีความสุขกับการเล่นฟุตบอล”

“ตอนนี้ผมมีความต่อเนื่องในการลงเล่นอย่างที่ต้องการแล้ว และผมก็รู้ดีว่าตัวเองทำอะไรได้บ้างในฐานะผู้เล่นเมื่อมีความต่อเนื่องและความมั่นใจเช่นนั้น”

“นั่นคือสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ ผมมีความสุขกับการเล่น ทำในสิ่งที่ผมรักที่สุด และนั่นคือจุดที่ทำให้เห็นผลลัพธ์จากความทุ่มเท ผมเป็นคนที่ทำงานหนักมาก และผลลัพธ์เหล่านั้นก็สะท้อนออกมาให้เห็นในเนื้องานของคุณ”

Loading

อเราโฮ เผยได้ความมั่นใจจากแฟน ๆ ทำให้โชว์ฟอร์มแจ่มกับ ลิเวอร์พูล ได้

โรนัลด์ อเราโฮ กองหลังดีกรีทีมชาติอุรุกวัย ถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่สร้างเซอร์ไพรส์อย่างมากเกี่ยวกับผลงานของเขาในฤดูกาลนี้ หลังจากย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ แม้ว่าในช่วงก่อนที่จะย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล นั้น เขาจะถูกตั้งคำถามอย่างมากว่าจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับลีกเมืองผู้ดีได้ไหม หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีกระแสโจมตีว่าเขาฟอร์มตก ตอนอยู่กับ บาร์เซโลนา

โรนัลด์ อเราโฮ กองหลังดีกรีทีมชาติอุรุกวัย ออกมาเปิดเผยว่าอะไร คือ สิ่งที่ทำให้เขามีความสุขระหว่างค้าแข้งกับ ลิเวอร์พูล อยู่ในเวลานี้

โรนัลด์ อเราโฮ เพิ่งย้ายจาก บาร์เซโลนา มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้ ด้วยสัญญายืมตัวเป็นเวลา 1 ซีซัน

ซึ่งหลังจากนั้นต้องบอกว่าเจ้าตัวทำผลงานได้น่าประทับใจ และลงเล่นในยุคของ อันโดนี อิราลาโอ ไปแล้ว 7 เกม ในฤดูกาลนี้ ซึ่งเป็นการลงเล่นตัวจริงถึง 5 นัด และยังไม่แพ้ใครแม้แต่นัดเดียว

ล่าสุดเจ้าตัวให้สัมภาษณ์ ว่า “จากช่วงเวลาแรกที่ผมมาถึงที่นี่ พวกเขาทำให้ผมรู้สึกสบายใจอย่างมาก”

อเราโฮ เผยได้ความมั่นใจจากแฟน ๆ ทำให้โชว์ฟอร์มแจ่มกับ ลิเวอร์พูล ได้

“เพื่อนร่วมทีม, ทีมงานโค้ช และแน่นอนเหล่าแฟนบอล พวกเขาทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับได้อยู่ที่บ้านตั้งแต่ตอนเริ่มต้น มันใช่วยได้มาก มันทำให้คุณมีความมั่นใจในการทำผลงานในสนามและทุ่มเทด้วยทุกอย่างที่คุณมี”

“ผมมีความสุขมากกับช่วงเวลานี้ ผมแค่ต้องเดินหน้าทำงานหนักอย่างที่ผมทำอยู่และผมหวังว่ามันจะเป็นฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมสำหรับพวกเรา”

“ผมไม่ได้รู้สึกว่าผมมีอะไรที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง เพราะ ผมไม่ได้ทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อตอบคำถามของผู้คน หรือ พยายามพิสูจน์อะไร”

“ผมรู้ว่าคุณค่าของผมคืออะไร ผมรู้ว่าผมมีอะไร และผมรู้ว่าผมสามารถทำอะไรได้บ้างในฐานะผู้เล่น และผมมีความมั่นใจมากในเรื่องนั้น ผมก็แค่มีความสุขกับการเล่นฟุตบอล”

“ตอนนี้ผมมีความต่อเนื่องในการลงเล่นอย่างที่ต้องการแล้ว และผมก็รู้ดีว่าตัวเองทำอะไรได้บ้างในฐานะผู้เล่นเมื่อมีความต่อเนื่องและความมั่นใจเช่นนั้น”

“นั่นคือสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ ผมมีความสุขกับการเล่น ทำในสิ่งที่ผมรักที่สุด และนั่นคือจุดที่ทำให้เห็นผลลัพธ์จากความทุ่มเท ผมเป็นคนที่ทำงานหนักมาก และผลลัพธ์เหล่านั้นก็สะท้อนออกมาให้เห็นในเนื้องานของคุณ”

Loading

คาร์ราเกอร์ ตำนานแข้งลิเวอร์พูล ชี้ แมนฯ ซิตี้ ควรโดนลงโทษระยะยาว

เจมี คาร์ราเกอร์ ตำนานกองหลังของ ลิเวอร์พูล ออกมาแสดงความเห็นว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ควรโดนลงโทษแบบต่อเนื่องหลายปี มากกว่าตัดแต้มเยอะ ๆ แค่ฤดูกาลเดียว

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมดังระดับหัวแถวของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ กำลังเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากหลังมีการตรวจสอบพบว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ทำการตกแต่งตัวเลขรายได้ให้สูงเกินจริงเป็นมูลค่ากว่า 830 ล้านปอนด์ (1.08 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ตลอดระยะเวลา 9 ฤดูกาล ตั้งแต่ปี 2009-10 ถึง 2017-18

และจากประเด็นดังกล่าวก็ทำให้ตอนนี้หลายฝ่ายออกมาพูดถึงบทลงโทษที่ทีมเรือใบสีฟ้าจะได้รับ หากพวกเขาไม่ผ่านอุทธรณ์ในกรณีดังกล่าว

ล่าสุด เจมี คาร์ราเกอร์ ตำนานกองหลังของ ลิเวอร์พูล ออกมาพูดถึงประเด็นนี้เช่นกันว่า “หากผู้คนพูดถึงการตัดแต้ม 80 หรือ 100 แต้ม แต่มันเป็นแค่ฤดูกาลเดียว จากนั้นพวกเขาก็ตกชั้น และหลังจากนั้นก็กลับมาใหม่ได้”

“และผมคิดว่าอาจจะมีนักเตะไม่กี่คนย้ายออกไป แต่ผมคิดว่าบางคนอาจจะบอกว่าพวกเขาจะทนได้กับเรื่องแบบนั้นสักปีหนึ่ง”

คาร์ราเกอร์ ตำนานแข้งลิเวอร์พูล ชี้ แมนฯ ซิตี้ ควรโดนลงโทษระยะยาว

“แต่ผมคิดว่า เพราะเรื่องนี้มันไปไกลมาก ผมจึงคิดว่าการลงโทษควรเป็นการลงโทษแบบหลายปี, 3 ถึง 5 ปี และจากนั้นนักเตะก็จะก้าวต่อไปได้”

สำหรับเรื่องความผิดของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั้น หากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงและไม่สามารถอุทธรณ์ผ่านได้ ก็ถือว่าเป็นการสร้างความเสียหายครั้งใหญ่ให้กับหลายสโมสรที่อาจจะก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์แทนทีมเรือใบสีฟ้าในรอบหลายปีที่ผ่านมาได้

เช่นเดียวกับ ลิเวอร์พูล ที่เคยมีฤดูกาลที่พวกเขาคว้ารองแชมป์แบบแต้มสูงลิ่ว และตามหลัง แมนฯ ซิตี้ ที่คว้าแชมป์ในฤดูกาลนั้นไปแบบหวุดหวิดแค่คะแนนเดียวเท่านั้น

แต่สุดท้ายแล้วแมนฯ ซิตี้ จะถูกตัดสินใจอย่างไร และพวกเขาจะโดนบทลงโทษแบบไหนบางคงต้องมาติดตามกันต่อไป เพราะก็มีบางฝ่ายมองว่าการกระทำแบบนี้อาจจะต้องมีถึงขั้นริบถ้วยแชมป์ที่แมนฯ ซิตี้ เคยคว้าในอดีตไปด้วย

ส่วนสถานการณ์ปัจจุบันของ ลิเวอร์พูล ตอนนี้พวกเขากำลังเดินหน้าไปพร้อมกับกุนซือใหม่อย่าง อันโดนี อิราลาโอ เฮดโค้ชชาวสเปน ซึ่งตอนนี้ต้องบอกว่ามีผลงานที่ไม่ธรรมดา หลังพาทีมลิเวอร์พูลลงเล่นไปแล้วทั้งในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ, ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก และ คาราบาว คัพ ซึ่งการลงเล่นทั้ง 3 รายการนั้น พวกเขายังไม่แพ้ใครแม้แต่รายการเดียว

Loading