Author: admin

เอนโด ผิดหวัง ลิเวอร์พูล พ่าย บอร์นมัธ แม้เพิ่งได้กลับมาลงสนาม

วาตารุ เอนโด กองกลางดีกรีทีมชาติญี่ปุ่น สุดผิดหวังที่ต้นสังกัดอย่าง ลิเวอร์พูล พลาดท่าพ่ายต่อ บอร์นมัธ ไปอย่างน่าเจ็บใจ หลังเสียประตูในช่วงท้ายเกม

ลิเวอร์พูล ต้องกลับมาเจอกับความพ่ายแพ้อีกครั้ง ในเกมพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ นัดล่าสุด ที่พวกเขาพ่ายต่อ บอร์นมัธไป 2-3 โดยเกมนี้บอร์นมัธนำมาก่อน 2-0 แต่หลังจากนั้น หงส์แดงตีเสมอ 2-2 อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้วในช่วงท้ายเกมกลายเป็นบอร์นมัธที่ได้ประตูชัยชนะไป 3-2

ทั้งนี้เกมดังกล่าว วาตารุ เอนโด กองกลางดีกรีทีมชาติญีปุ่่นได้รับโอกาสกลับมาลงสนามให้ลิเวอร์พูลอีกครั้ง หลังก่อนหน้านี้มีอการบาดเจ็บ โดยเกมนี้เขาถูกส่งลงสนามแทน โจ โกเมซ

อย่างไรก็ตามแม้จะได้ลงเล่น แต่สุดท้ายทีมของเขากลับพ่ายแพ้ไป ทำให้ทาง เอนโด ยังคงรู้สึกผิดหวัง และให้สัมภาษณ์ถึงเกมดังกล่าวว่า

“แน่นอนว่าในส่วนของผลการแข่งขันนั้น พวกเราผิดหวัง, ผมคิดว่าครึ่งหลังมันก็ดีนะ หลังจากโดนนำไปก่อน 0-2 จากนั้นเรากลับสูเกมได้ เราทำ 2 ประตู”

เอนโด ผิดหวัง ลิเวอร์พูล พ่าย บอร์นมัธ แม้เพิ่งได้กลับมาลงสนาม

“ผมคิดว่าในช่วง 10 นาทีสุดท้าย ทั้งสองทีมล้วนคู่ควรกับการทำประตู เพราะเราต่างมีโอกาสในการทำประตู แต่โชคไม่ดีเลยที่ในช่วงโมเมนต์สุดท้าย พวกเขาทำประตูได้”

“วิธีที่เรากลับมาสู่เกมนั้นมันยอดเยี่ยม และเราแสดงให้เห็นถึงตัวตนของพวกเรา ผมแค่รู้สึกผิดหวังกับผลการแข่งขัน”

“ผมคิดว่ามันเป็นแบบนั้นล่ะ พวกเขาเล่นในบ้าน ดังนั้น พวกเขาก็ต้องการจะทำประตูให้ได้ พวกเราก็แน่นอนว่าต้องการจะเอาชนะเกมเยือนนัดนี้ให้ได้ เราต้องการที่จะทำประตูให้ได้ในตอนท้าย”

ส่วนเรื่องการลงเล่นแทน โจ โกเมซ ที่ได้รับบาดเจ็บ และเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนธันวาคม ที่เอนโด ได้ลงเล่นให้หงส์แดง เจ้าตัวเผยว่า “ผมคิดว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมากสำหรับผม เพราะ โจ ได้รับบาดเจ็บ แล้วพวกเขาก็ทำประตูที่สองได้ เราจำเป็นต้องเล่นเกมรุกมากขึ้น”

“ผมคิดว่ามี 2-3 ครั้งที่ผมทำได้ดี จนเรายิงประตูที่สองได้ ฟอร์มาการเล่นของ ฟอร์มการเล่นของทีมนั้นโอเค แต่ผมแค่ต้องการจะชนะในเกมนี้”

ทั้งนี้จากความพ่ายแพ้ในเกมนี้ทำให้ ลิเวอร์พูล หยุดสถิติไม่แพ้ใครไว้ที่ 13 เกมรวมทุกรายการ อย่างไรก็ตามสถานการณ์ในพรีเมียร์ ลีก ของพวกเขาดูจะยังมีปัญหาต่อเนื่อง เพราะตอนนี้พวกเขาไม่ชนะในเกมลีกมา 5 นัดติดต่อกันแล้ว

Loading

ฟานไดก์ รับสุดผิดหวัง ลิเวอร์พูล พ่าย บอร์นมัธ

เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ปราการหลังกัปตันทีม ลิเวอร์พูล สุดผิดหวัง หลังจากที่ทีมหงส์แดง พ่ายแพ้ต่อ บอร์นมัธ ในเกมพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ นัดล่าสุด เมื่อวันที่ 24 มกราคม ไปด้วยสกอร์ 2-3

เกมดังกล่าว บอร์นมัธ เป็นฝ่ายขึ้นนำ ลิเวอร์พูล ไปก่อน 2-0 แต่หลังจากนั้นทีมหงส์แดงฮึดสู้ และไล่มาเป็น 2-2 แต่สุดท้ายกลายเป็นบอร์นมัธที่มาได้ประตูชัย เฉือนชนะไป 3-2

ความพ่ายแพ้ในเกมนี้ทำให้ลิเวอร์พูล ต้องหยุดสถิติไม่แพ้ใครติดต่อกันทุกรายการไว้ที่ 13 เกม อย่างไรก็ตามในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 5 นัดหลังสุด พวกเขาไม่ชนะใครเลย โดยก่อนหน้านี้เสมอมา 4 นัด และสุดท้ายมาพ่ายแพ้ในเกมนี้

ฟานไดก์ รับสุดผิดหวัง ลิเวอร์พูล พ่าย บอร์นมัธ

หลังจบการแข่งขัน เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ออกมาให้สัมภาษณ์ ว่า “มันน่าผิดหวังมาก มันเป็นนาทีสุดท้ายของเกม มันเป็นเรื่องยากมากที่จะยอมรับ, แต่ก็อย่างที่คุณบอก, เราทำงานกันหนักมาก โดยเฉพาะในครึ่งหลัง พยายามที่จะกลับสู่เกมให้ได้ แน่นอนว่ามันก็มีช่วงเวลาที่เราเปิดพื้นที่ว่างเช่นกัน เพราะเราพยายามที่จะบุกเพื่อชัยชนะ แต่การเสียประตูในช่วงท้ายเกมแบบนี้ มันเป็นอะไรที่น่าผิดหวังมาก”

“สำหรับประตูแรกที่เสีย ผมคิดว่ามันเป็นบอลที่ตัดสินใจยากในสถานการณ์นั้น มันมีเรื่องของผมที่แรงมาก ผมคิดว่าพวกคุณก็เห็นแล้ว โดยเฉพาะตอนที่เราเล่นบอลยาวในแดนของพวกเขา มันตัดสินได้ยากมาก ดังนั้น เราก็เลยเสียประตูนั้น แต่มันไม่ใช่ปัญหาอะไร เพราะผมคิดว่าเราคุมเกมไว้ได้ค่อนข้างดีในช่วงก่อนหน้านั้น และแน่นนอนว่า เมื่อเราเหลือ 10 คนด้วย คุณอาจจะเถียงกันว่าควรจะเตะบอลทิ้งไปไหม แต่การเสียสองประตูในช่วงเวลาสั้น ๆ นั้น มันไม่ใช่เรื่องดีเลย”

“แต่ผมคิดว่าประตูที่ผมทำได้ในช่วงก่อนครึ่งหมดครึ่งแรกมันำคัญมากในการเก็บโมเมนตัม และความรู้สึกก่อนจะลงมาเล่นในครึ่งหลัง ผมคิดว่าเราได้แสดงให้เห็นในครึ่งหลังแล้วว่าเราทำงานหนักมากเพื่อจะกลับสู่เกม และเราก็กลับมาได้ด้วยลูกฟรีคิกที่ยอดเยี่ยม ผมคิดว่าเรามีโอกาสที่ดีหลายครั้งเช่นกัน แต่สุดท้าแล้ว ลูกทุ่มมันก็เล่นงานเรา”

“ความพ่ายแพ้นั้นไม่เคยเป็นความรู้สึกที่ดี และโดยเฉพาะในฐานะนักเตะของลิเวอร์พูลด้วย ผมคิดว่าฤดูกาลนี้ เราพยายามจะหาความสม่ำเสมอ เรามีฟอร์มการเล่นที่ดีมากเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ และเราพยายามจะทำมันอีกครั้งในวันนี้เช่นกัน เกมนี้เป็นเกมที่เข้มข้นมาก ดังนั้น มันเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับ แต่ในวันพุธนี้ก็จะมีอีกเกมรออยู่ ตอนนี้เราต้องกลับบ้านและไปโฟกัสกับเกมต่อไปแล้ว”

Loading

โรเบิร์ตสัน ส่อแววปิดฉากเส้นทางกับ ลิเวอร์พูล หลังสเปอร์ตามจีบ

สำนักข่าวบีบีซี สื่อดังของฝั่งอังกฤษ ออกมารายงานสถานการณ์เกี่ยวกับอนาคตของ แอนดี โรเบิร์ตสัน แบ๊กซ้ายตัวเก๋ารองกัปตันทีมลิเวอร์พูล แชมป์เก่าของแห่งพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ว่า อาจถึงเวลาที่เขาจะปิดฉากช่วงเวลาในถิ่นแอนฟิลด์แล้ว

โดยรายงานระบุว่า ท็อตแนมฮ็อตสเปอร์ อีกหนึ่งสโมสรในพรีเมียร์ ลีก ได้เริ่มทำการเจรจาเพื่อจะเซ็นสัญญากับ แอนดี โรเบิร์ตสัน แบ๊กซ้ายวัย 31 ปี ของลิเวอ์พูล ที่กำลังจะหมดสัญญากับสโมสรดังแห่งเมอร์ซีไซด์ในช่วงฤดูร้อนนี้

แอนดี โรเบิร์ตสัน แบ๊กซ้ายดีกรีทีมชาติสก็อตแลนด์ ได้รับโอกาสออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในเกมพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ให้กับ ลิเวอร์พูล แค่ 4 นัด ในฤดูกาลนี้ นับตั้งแต่การย้ายเข้ามาของ มิลอส เคอร์เคซ แบ๊กซ้ายคนใหม่ที่ย้ายมาจากบอร์นมัธ เมื่อช่วงต้นฤดูกาล

ขณะที่ก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยว่า โรเบิร์ตสัน ซึ่งย้ายจากฮัลล์ ซิตี้ มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่ปี 2017 ด้วยค่าตัว 8 ล้านปอนด์ ได้มีการคุยเรื่องการขยายสัญญากับทีมหงส์แดงแล้ว แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังไม่เกิดขึ้น โดยเขาจะขอปรึกษากับครอบครัวเพื่อทำการตัดสินใจเรื่องอนาคตของตัวเอง

โรเบิร์ตสัน ส่อแววปิดฉากเส้นทางกับ ลิเวอร์พูล หลังสเปอร์ตามจีบ

อย่างไรก็ตามล่าสุดมีการเปิดเผยว่าทาง สเปอร์ ต้องการจะคว้าตัว แอนดี โรเบิร์ตสัน เข้าไปเสริมทัพ เนื่องจากมองว่าแบ๊กซ้ายรายนี้เป็นผู้เล่นมากประสบการณ์และจะเข้ามาถ่ายทอดสิ่งต่าง ๆ และเป็นผู้นำให้กับทัพไก่เดือยทองที่เปี่ยมไปด้วยนักเตะดาวรุ่งได้

โดยก่อนหน้านี้ โธมัส แฟรงก์ ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันของ สเปอร์ ได้เลือกใช้ เดสตินี อูโดกี แบ๊กซ้ายดีกรีทีมชาติอิตาลี เป็นผู้เล่นหลักในตำแหน่งดังกล่าวของทีมในฤดูกาลนี้

ขณะที่อีกหนึ่งตัวเลือกอย่าง เบน เดวีส์ แบ๊กซ้ายตัวเก๋าวัย 32 ปี ได้รรับบาดเจ็บข้อเท้าจากเกมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และทำให้เขาจะไม่สามารถลงเล่นได้อีกแล้วในช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้

ส่งผลให้ทาง สเปอร์ ต้องการที่จะคว้าตัว โรเบิร์ตสัน เข้ามาเสริมทัพให้ได้ เพราะเขาเป็นนักเตะที่มีความเป็นแชมป์ หลังประสบความสำเร็ตมากมายกับลิเวอร์พูล ด้วยการคว้าแชมป์ใหญ่ถึง 9 รายการ รวมถึ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ สองสมัย และ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก อีกหนึ่งสมัยด้วย

อย่างรไรก็ตามหาก ลิเวอร์พูล ตัดสินใจปล่อบ โรเบิร์ตสัน ออกจากทีมในตลาดซื้อขายรอบนี้ ก็จะทำให้พวกเขาไม่มีแบ๊กซ้ายที่เป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์เหลือแล้ว นอกจาก มิลอส เคอร์เคซ เพราะก่อนหน้านี้ทางทีมได้ปล่อย คอสตาส ซิมิกาส แบ๊กซ้ายทีมชาติกรีซให้ทาง โรมา สโมสรใน เซเรีย อา อิตาลี ยืมตัวไปใช้งานตั้งแต่เมื่อช่วงต้นฤดูกาล

Loading

โรเบิร์ตสัน ส่อแววปิดฉากเส้นทางกับ ลิเวอร์พูล หลังสเปอร์ตามจีบ

สำนักข่าวบีบีซี สื่อดังของฝั่งอังกฤษ ออกมารายงานสถานการณ์เกี่ยวกับอนาคตของ แอนดี โรเบิร์ตสัน แบ๊กซ้ายตัวเก๋ารองกัปตันทีมลิเวอร์พูล แชมป์เก่าของแห่งพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ว่า อาจถึงเวลาที่เขาจะปิดฉากช่วงเวลาในถิ่นแอนฟิลด์แล้ว

โดยรายงานระบุว่า ท็อตแนมฮ็อตสเปอร์ อีกหนึ่งสโมสรในพรีเมียร์ ลีก ได้เริ่มทำการเจรจาเพื่อจะเซ็นสัญญากับ แอนดี โรเบิร์ตสัน แบ๊กซ้ายวัย 31 ปี ของลิเวอ์พูล ที่กำลังจะหมดสัญญากับสโมสรดังแห่งเมอร์ซีไซด์ในช่วงฤดูร้อนนี้

แอนดี โรเบิร์ตสัน แบ๊กซ้ายดีกรีทีมชาติสก็อตแลนด์ ได้รับโอกาสออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในเกมพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ให้กับ ลิเวอร์พูล แค่ 4 นัด ในฤดูกาลนี้ นับตั้งแต่การย้ายเข้ามาของ มิลอส เคอร์เคซ แบ๊กซ้ายคนใหม่ที่ย้ายมาจากบอร์นมัธ เมื่อช่วงต้นฤดูกาล

ขณะที่ก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยว่า โรเบิร์ตสัน ซึ่งย้ายจากฮัลล์ ซิตี้ มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่ปี 2017 ด้วยค่าตัว 8 ล้านปอนด์ ได้มีการคุยเรื่องการขยายสัญญากับทีมหงส์แดงแล้ว แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังไม่เกิดขึ้น โดยเขาจะขอปรึกษากับครอบครัวเพื่อทำการตัดสินใจเรื่องอนาคตของตัวเอง

โรเบิร์ตสัน ส่อแววปิดฉากเส้นทางกับ ลิเวอร์พูล หลังสเปอร์ตามจีบ

อย่างไรก็ตามล่าสุดมีการเปิดเผยว่าทาง สเปอร์ ต้องการจะคว้าตัว แอนดี โรเบิร์ตสัน เข้าไปเสริมทัพ เนื่องจากมองว่าแบ๊กซ้ายรายนี้เป็นผู้เล่นมากประสบการณ์และจะเข้ามาถ่ายทอดสิ่งต่าง ๆ และเป็นผู้นำให้กับทัพไก่เดือยทองที่เปี่ยมไปด้วยนักเตะดาวรุ่งได้

โดยก่อนหน้านี้ โธมัส แฟรงก์ ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันของ สเปอร์ ได้เลือกใช้ เดสตินี อูโดกี แบ๊กซ้ายดีกรีทีมชาติอิตาลี เป็นผู้เล่นหลักในตำแหน่งดังกล่าวของทีมในฤดูกาลนี้

ขณะที่อีกหนึ่งตัวเลือกอย่าง เบน เดวีส์ แบ๊กซ้ายตัวเก๋าวัย 32 ปี ได้รรับบาดเจ็บข้อเท้าจากเกมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และทำให้เขาจะไม่สามารถลงเล่นได้อีกแล้วในช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้

ส่งผลให้ทาง สเปอร์ ต้องการที่จะคว้าตัว โรเบิร์ตสัน เข้ามาเสริมทัพให้ได้ เพราะเขาเป็นนักเตะที่มีความเป็นแชมป์ หลังประสบความสำเร็ตมากมายกับลิเวอร์พูล ด้วยการคว้าแชมป์ใหญ่ถึง 9 รายการ รวมถึ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ สองสมัย และ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก อีกหนึ่งสมัยด้วย

อย่างรไรก็ตามหาก ลิเวอร์พูล ตัดสินใจปล่อบ โรเบิร์ตสัน ออกจากทีมในตลาดซื้อขายรอบนี้ ก็จะทำให้พวกเขาไม่มีแบ๊กซ้ายที่เป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์เหลือแล้ว นอกจาก มิลอส เคอร์เคซ เพราะก่อนหน้านี้ทางทีมได้ปล่อย คอสตาส ซิมิกาส แบ๊กซ้ายทีมชาติกรีซให้ทาง โรมา สโมสรใน เซเรีย อา อิตาลี ยืมตัวไปใช้งานตั้งแต่เมื่อช่วงต้นฤดูกาล

Loading

โจ โกเมซ สุดแฮปปี้ ได้เล่นเคียงข้าง ฟาน ไดก์ ที่ลิเวอร์พูล

โจ โกเมซ กองหลังสารพัดประโยชน์ของ ลิเวอร์พูล แชมป์เก่าของพรีเมียร์ ลีก อักฤษ ออกมากระตุ้นเพื่อนร่วมทีมหงส์แดง ให้เดินหน้ารักษาสิ่งที่ทำได้ดีอยู่แล้วให้ต่อเนื่อง หลังจากที่พวกเขาเพิ่งคว้าชัยชนะสุดหรูในถ้วยยุโรป ด้วยการบุกไปถล่ม โอลิมปิก มาร์กเซย สโมสรในลีก เอิง ฝรั่งเศส เมื่อช่วงกลางสัปดาห์นี้

เกมดังกล่าว โจ โกเมซ ได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงในตำแหน่งปราการหลังตัวกลาง แทนที่ของ อิบราฮิมา โกนาเต ที่เพิ่งจะสูญเสียคุณพ่อไปในช่วงเวลาดังกล่าว

และล่าสุดทาง โจ โกเมซ ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านเว็บไซต์ทางการของสโมสรลิเวอร์พูล ว่า “ผมคิดว่าเราแค่ต้องพยายามปลุกความเชื่อจากมัน และนำสิ่งที่ดีจากเกมนี้ติดตัวไป และเดินหน้าทำสิ่งที่ดีต่อไป”

“แน่นอนว่าคลีนชีตเป็นโครงสร้างที่สำคัญ ผมคิดว่าเรามีเกมรับที่ค่อนข้างจะแข็งแกร่ง แต่แค่บาครั้งเราก็ไม่ได้จะทำได้ตลอดทั้งเกม และคว้าชัยชนะมาให้ได้”

ทั้งนี้จากชัยชนะดังกล่าว ทำให้ ลิเวอร์พูล ไม่แพ้ใครติดต่อกันมา 13 เกมรวมทุกรายการ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้พวกเขาไม่ชนะในลีกมา 4 เกมติดต่อกัน

โจ โกเมซ สุดแฮปปี้ ได้เล่นเคียงข้าง ฟาน ไดก์ ที่ลิเวอร์พูล

และทาง โจ โกเมซ ออกมาให้สัมภาษณ์ในประเด็นนี้ ว่า “แน่นอนว่าเรารู้ดีว่าตอนนี้อันดับของเราในลีกนั้นมันค่อนข้างจะยากลำบากในส่วนของการพยายามที่จะป้องกันแชมป์”

“ในแชมเปียนส์ ลีก เราพยายามที่จะมองไปที่การผ่านเข้ารอบในสัปดาห์นี้ และการสามารถติดท็อป 8 ได้นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับเรา และทำให้เรามีการโฟกัสในการที่จะทำมันให้ได้ และพยายามที่จะทำบางอย่างให้เกิดขึ้นในฤดูกาลนี้ อย่างที่มันควรจะเป็นกับสโมสรแห่งนี้”

“มันมีแต่เรื่องที่ดี และเราก็ต้องสนุกกับมันและเพลิดเพลินไปกับความท้าทาย”

นอกจากนี้เขายังพูดถึงความสุขในการได้เล่นกับ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ปรากาหลังกัปตันทีมหงส์แดง ว่า “แน่นอนว่ามันเป็นเส้นทางที่ยวไกล และมีทั้งช่วงขาขึ้นและขาลง แต่ผมมีความทรงจำที่ดีมากมายและประสบการณ์ในการได้เล่นเคียงข้างกับ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีเสมอ”

“มันเป็นความสุขสำหรับผม แน่นอนว่าผมสามารถพูดในมุมของตัวเองได้ว่า เขาเป็นกองหลังที่ยอดเยี่ยมที่สุดในสายตาของผม”

“เขาน่าจะเป็นเพื่อนในฟุตบอลที่ผมสนิทที่สุด ผมคิดว่าเราเรารู้จักกันและกันอย่างดี และคุณไม่ได้สูญเสียถึงการรับรู้ถึงแนวโน้มของเขา และวิธีการที่เขาชอบเล่น คุณแค่พยายามที่จะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และขอบคุณที่มันออกมาเยี่ยม”

Loading

อาร์เนอ แฮปปี้ ลิเวอร์พูล บุกถล่ม มาร์กเซย ศึกแชมเปียนส์ ลีก

อาร์เนอ ชล็อต เทรนเนอร์ของ ลิเวอร์พูล แชมป์เก่าของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ พอใจกับผลงานของลูกทีม หลังบุกไปถล่ม โอลิมปิก มาร์เซย สโมสรดังแห่ง ลีก เอิง ฝรั่งเศส ในการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบ ลีกเฟส เมื่อวันที่ 21 มกราคม

จากชัยชนะในแมตช์นี้ ทำให้ทาง ลิเวอร์พูล ไม่แพ้ใครติดต่อกันมา 13 นัดรวมทุกรายการ และทาง อาร์เนอ ชล็อต ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับผลการแข่งขันและฟอร์มการเล่นของเหล่าแข้งหงส์แดงในวันนี้ ว่า

“คุณก็รู้ดีว่ามันเป็นเรื่องที่ยากเสมอสำหรับการเล่นกับมาร์กเซย เพราะว่าพวกเขามีกลุ่มแฟนบอลที่ยอดเยี่ยมและพวกเขามีนักเตะที่เปี่ยมด้วยคุณภาพมากมาย และสิ่งที่ทำให้มันยากไปกว่านั้น คือ พวกเขามีผู้จัดการทีมที่เกงด้วย ซึ่งเขามักจะทำให้ทีมของเขาเล่นได้ดีเสมอ”

อาร์เนอ แฮปปี้ ลิเวอร์พูล บุกถล่ม มาร์กเซย ศึกแชมเปียนส์ ลีก

“เราได้เตรียมตัวมาสำหรับเรื่องนั้น ผมคิดว่าในช่วงครึ่งแรก คุณสามารถเห็นได้ว่าเราตัดบอลได้ 3-4 จัหงวะจากพวกเขา ในสถานการณ์ที่ได้ลุ้น แต่เราไม่สามารถจะมองหานักเตะที่ว่างอยู่ได้ เราอยู่ในสถานการณ์ 4 คน เจอกับ 3 คน อยู่บ้าง และมีครั้งหนึ่งที่เราเจอนักเตะที่ว่าง มันก็กลายเป็นลูกล้ำหน้า”

“ในเรื่องของบอล ผมคิดว่าเราเป็นฝ่ายคุมเกมไว้ได้ แม้ว่าบางทีอาจจะไม่ใช้คำนั้นดีกว่า เพราะมันมักจะถูกนำไปแปลแบบผิด ๆ ในช่วงหลัง แต่เราสามารถหานักเตะที่เล่นอยู่ระหว่างไลน์ เราสามารถทำให้แนวรุกของเราไปอยู่ในตำแหน่งที่ได้ลุ้น มันใช้เวลาอยู่พักใหญ่ก่อนที่เราจะทำประตูที่สองได้ เพราะผมคิดว่าเรามีโอกาสที่จะทำประตูที่สองไปแล้วในช่วงก่อนหน้านั้น”

“สิ่งที่แตกต่างไป สำหรับครั้งแรกของฤดูกาลนี้ เมื่อเทียบจากเกมอื่น คือ มันมีจังหวะสำคัญที่เรามีโอกาสจะทำประตู 2-0 แต่มันไปชนเสา แต่หลังจากนั้น 10 วินาที พวกเขาก็มีโอกาสสำคัญ ซึ่งปกติแล้วในฤดูกาลนี้ มันมักจะเป็นประตู และเราก็บ่นถึงมันอยู่ แต่ครั้งนี้บอลไม่เข้าประตู และเราสามารถนำห่าง 2-0 และ 3-0 ได้สำเร็จ, ฟอร์มการเล่นนั้นยังเหมือนเดิม แต่มุมมองที่ผู้คนพูดถึงเรานั้นมันแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงเลยล่ะ”

ส่วนเรื่องการที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แนวรุกทีมชาติอียิปต์กลับมาลงเล่นให้ทีมเป็นนัดแรกในเกมนี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวต้องไปเตะศึกแอฟคอนให้กับทีมชาติ อาร์เนอ เผยว่า “มันช่วยได้ เขาอยู่กับเรามานานมาก ดังนั้นเขารู้จักเพื่อนร่วมทีมอย่างดี และเขารู้ว่าเราต้องการเล่นแบบไหน มันบอกได้ถึงว่าเขามีความเป็นมืออาชีพมากแค่ไหน หลังจากที่เขาไม่ได้อยู่กับเรามา 1 เดือน และไปเล่นให้กับทีมที่แตกต่างออกไป เขามีความฟิตที่ดีมากในการจะเล่น 90 นาทีในวันนี้ เขาเกือบจะทำประตูได้ด้วย มันเป็นบอลที่ดีจากโคดี และปกติแล้วมันจะเป็นประตูสำหรับซาลาห์, วันนี้มันไม่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่ได้เสียหายอะไร เพราะเราทำประตูได้แล้ว 3 ลูก ผมคิดว่าโดยรวมแล้ว เราได้เห็นฟอร์มการเล่นส่วนตัวที่ดี”

Loading

โซโบ เผยซ้อมมาอย่างดี หลังซัดฟรีคิกใส่ มาร์กเซย

โดมินิก โซโบสไล กองกลางตัวเก่งของ ลิเวอร์พูล ออกมาเปิดเผยถึงเบื้องหลังลูกยิงฟรีคิกของเขา ในเกมที่หงส์แดง บุกถล่ม โอลิมปิก มาร์กเซย สโมสรดังจาก ลีก เอิง ฝรั่งเศส 3-0 ในเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบ ลีกเฟส เมื่อวันที่ 21 มกราคม

ลิเวอร์พูล เพิ่งจะช่วงที่ฟอร์มสะดุด หลังจากไม่ใช่ใครมา 4 เกมติดต่อกันในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ แม้ว่าเมื่อนับรวมทุกถ้วยแล้ว ก่อนเกมนี้ พวกเขาจะไร้พ่ายมา 12 เกมติดต่อกันก็ตาม

ก่อนที่สุดท้ายแล้ว พวกเขาจะกลับมาปลดล็อกชัยชนะได้สำเร็จอีกครั้ง แต่เป็นในถ้วยยุโรป ด้วยการเอาชนะ โอลิมปิก มาร์กเซย ไป 3-0

และล่าสุดทาง โดมินิก โซโบสไล ซึ่งคว้ารางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมดังกล่าว หลังจากซัดประตูจากลูกฟรีคิกให้ทีม ได้เผยถึงเบื้องหลังลูกยิงดังกล่าว ว่า “ใช่ ผมได้ทำการบ้านของผมมา ผมได้รับการบอกเล่ามาว่าหากไม่มีใครลงไปนอนขวาง บางทีผมก็สามารถมีโอกาสที่จะยิงรอดใต้กำแพงได้ และมันก็ไม่มีใครลงไปนอนจริงๆ ผมก็เลยลองดู และมันก็ได้ผล”

โซโบ เผยซ้อมมาอย่างดี หลังซัดฟรีคิกใส่ มาร์กเซย

“มันยอดเยี่ยมมาก ผมมีความสุขมาก มันเป็นเกมที่ยากลำบากมาก เรารู้ดีมาก่อนแล้ว โดยเฉพาะการเจอกับทีมนี้ และโค้ชโรแบร์โต เดอ แซร์บี”

“เรารู้ดีว่าพวกเขาทำอะรได้บ้าง และเขาทำอะไรได้้บาง เราเคยเห็นมันมาแล้วในพรีเมียร์ ลีก ในตอนที่เราเจอกับไบรตัน แต่เราก็รับรู้ และเราเตรียมตัวมาอย่างดี และเราก็คว้า 3 คะแนนได้”

และจากชัยชนะในเกมนี้ ทำให้ ลิเวอร์พูล ไม่แพ้ใครมา 13 เกมรวมทุกรายการ และทางโซโบสไล พูดถึงสถิตินี้ว่า “เราเก็บสิ่งดี ๆ เอาไว้, แน่นอนว่าเราไม่แพ้ใคร แต่มันก็มีในส่วนของเกมที่เราจำเป็นต้องเอาชนะให้ได้ เมื่อคุณเล่นให้กับลิเวอร์พูล”

“โดยเฉพาะการเล่นในบ้าน ที่แอนฟิลด์ ผมคิดว่าแฟนบอล และทุก ๆ คนคู่ควรที่จะได้ดูการเล่นฟุตบอลที่ดี แล้วก็คว้าชัยชนะให้ได้ และมันก็มีหลายครั้งที่เราไม่สามารถทำได้อย่างที่เราต้องการ”

“แต่เรากำลังแก้ไขมันอยู่ เรามุ่งมั่นกับมันมาก เรามีการพูดคุยกันเยอะมาก และหวังว่าในตอนนี้ ชัยชนะในเกมนี้มันจะช่วยเราได้สำหรับการเดินหน้าต่อไป”

Loading

เคอร์เคซ ย้ำชัด ไร้ปัญหาประสานงาน กักโป

มิลอส เคอร์เคซ แบ๊กซ้ายของทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล แชมป์เก่าของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ออกมาย้ำชัดว่าไม่ได้มีปัญหากับการเล่นประสานงานกับ โคดี กักโป ปีกซ้ายดีกรีทีมชาติเนเธอร์แลนด์ หลังจากช่วงที่ผ่านมาหลายฝ่ายมองว่าการเล่นของทั้งสองคนดูจะยังไม่ค่อยราบรื่น และมีหลายครั้งที่ เคอร์เคซ ต้องวิ่งเติมไปแบบฟรี ๆ เพราะ กักโป ไม่เล่นประสานด้วย แต่เลือกจะตัดเข้ากลางแล้วยิงเอง

มิลอส เคอร์เคซ เพิ่งย้ายจาก บอร์นมัธ ทีมร่วมพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในช่วงตลาดซื้อขายเมื่อช่วงฤดูร้อน ก่อนจะได้รับโอกาสลงสนามต่อเนื่อง แทนที่ของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ๊กซ้ายรองกัปตันทีมที่อยู่กับลิเวอร์พูลมาอย่างยาวนาน

และล่าสุดทางของ มิลอส เคอร์เคซ ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ โคดี กักโป ทางฝั่งซ้าย ผ่านเว็บไซต์ของสโมสร ว่า

เคอร์เคซ ย้ำชัด ไร้ปัญหาประสานงาน กักโป

“มันไม่มีมีปัญหาอะไรจริง ๆ ผมคิดว่าผมเล่นกับกักโปได้ดี ผมไม่ได้เรียกมันว่าปัญหา, หน้าที่ของผมคือการเอาบอลให้กับปีก, การสร้างพื้นที่, การวิ่ง, การเติม และทำทุกอย่างที่จะสามารถเปิดพื้นที่ให้เขาได้ไปต่อได้ และรวมถึงการสร้างพื้นที่ให้กับกองหน้าด้วย และหลังจากนั้น มันก็เป็นการตัดสินใจของเขาว่าเขาจะทำอะไรต่อไป เราไม่ได้มีปัญหาอะไร เราพูดคุยกันเสมอ เรามีการประสานงานกันอยู่บ่อย ๆ ระหว่างการซ้อม ดังนั้น มันไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยจริง ๆ”

ส่วนเรื่องการปรับตัวให้เข้ากับ ลิเวอร์พูล เจ้าตัวเผยว่า “ผมคิดว่านักเตะทุกคนล้วนต้องการเวลานิดหน่อยสำหรับการปรับตัว เพราะคุณย้ายมาอยู่กับหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ผมได้รับความช่วยเหลือจากทุกคน, จากบอส จากนักเตะ จากทีมงาน จากทุกคนเลย, ผมคิดว่าเมื่อเดือนที่แล้ว ผมพัฒนาขึ้นอย่างมากในหลายด้าน แต่ผมยังคงไม่ได้พอใจกับมันและแน่นอนผมต้องการจะทำให้ดีกว่านี้ และทุกคนต่างกำลังช่วยให้ผมทำมันอยู่”

โดยเขายังพูดถึงการได้รับคำแนะนำจากโรเบิร์ตสัน ว่า “เขาช่วยผมเยอะมาก เราได้พูดคุยกันบ้าง อย่างที่ผมเคยบอกไปว่า ร็อบโบเป็นตำนานของสโมสรแห่งนี้ เป็นนักเตะคนสำคัญ และทำผลงานมากมายให้กับสโมสร, คว้าแชมป์มาหลายรายการ สำหรับผมแล้ว มันเป็นเกียรติมากที่ได้อยู่เคียงข้างเขา ผมแค่กำลังเรียนรู้จากเขา ผมฟังเขาอยู่เสมอ ผมแค่ต้องการจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น”

Loading

เวียร์ตซ์ ยอมรับ ลิเวอร์พูล ต้องแก้เรื่องจบสกอร์ให้ดีกว่านี้

โฟลเรียน เวียร์ตซ์ เพลย์เมกเกอร์ดีกรีทีมชาติเยอรมนี ของ ลิเวอร์พูล สโมสรดังแห่ง พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ออกมายอมรับว่าทีมหงส์แดงจำเป็นต้องปรับปรุงการเล่นในจังหวะเกมรุกหน้าประตูคู่แข่งให้ดีกว่านี้ หลังจากที่พวกเขายังมีปัญหาเรื่องนี้ต่อเนื่อง

ลิเวอร์พูล เพิ่งจะเสมอกับ เบิร์นลีย์ 1-1 ในเกมพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ที่สนามแอนฟิลด์ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และทำให้พวกเขาไม่แพ้ใคร 12 เกมติดต่อกันรวมทุกรายการ แต่ขณะเดียวกันกลายเป็นว่าตอนนี้พวกเขาไม่ชนะในลีกมา 4 เกมติดต่อกันแล้ว

และล่าสุดทาง โฟลเรียน เวียร์ตซ์ ซึ่งเป็นคนยิงประตูเดียวในเกมดังกล่าวให้กับ ลิเวอร์พูล ออกมาเผยความรู้สึก ว่า

“ใช่ มันน่าหงุดหงิดมาก ผมคิดว่า อย่างที่คุณบอก เรามีโอกาสเยอะมาก มีโอกาสที่มากพอที่จะตัดสินเกมได้ตั้งแต่ต้น เราพลาดมันไปในวันนี้ ดังนั้น มันเป็นอะไรที่น่าผิดหวังมาก”

เวียร์ตซ์ ยอมรับ ลิเวอร์พูล ต้องแก้เรื่องจบสกอร์ให้ดีกว่านี้

“มันมีหลายครั้งที่เราควรจะทำได้ดีกว่านั้นนิดหน่อยในจังหวะตัดสิน แต่พวกเราเองก็ยิงได้จากจังหวะการทำประตูของ อูโก เอกีตีเก แต่มันกลับถูกจับล้ำหน้า ผมคิดว่า บางครั้งมันก็เป็นช่วงเวลาที่โชคร้ายนิดหน่อย แต่เราจำเป็นต้องเล่นหน้าประตูให้ดีกว่านั้น ผมคิดว่ามันไม่ค่อยมีโอกาสที่ชัดเจนมากเท่าไร แต่สุดท้ายแล้วเราก็ยิงได้ 1 ประตู แต่สุดท้ายมันก็ไม่เพียงพอสำหรับวันนี้”

“อย่างไรก็ตามผมไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร ผมรู้สึกได้ว่ามันเป็นเกมที่ดีมากตั้งแต่ช่วงครึ่งแรก เราเล่นได้ดีมาก ผมคิดว่าแม้แต่ตอนที่พวกเขายิงประตูตีเสมอเราได้ เราก็ยังเป็นทีมที่ทำได้ดีกว่า และมีโอกาสที่ดีกว่า มันแค่ไม่ได้ประตูเพิ่ม และนั่นแหละที่ทำให้มันน่าผิดหวัง”

“ผมคิดว่าผมรู้สึกดีในสนาม รวมถึงการเชื่อมต่อกันระหว่างเพื่อนร่วมทีมและตอนนี้มันเป็นอะไรที่ดีมาก เราเข้าใจกันและมากขึ้นในสนามและผมรู้สึกถึงสิ่งนี้ มันทำให้ผมมีความมั่นใจมากขึ้น และมันทำให้สนุกขึ้นที่จะลงเล่น”

“มันรู้สึกเหมือนกับความพ่ายแพ้ เมื่อคุณมีโอกาสยิงหลายครั้งมาก และมีหลายครั้งที่ตรงกรอบด้วย ผมคิดว่าเราจำเป็นต้องยิงประตูให้ได้มากกว่านี้ แต่บางวันมันก็เป็นแบบนี้ คุณพยายามทุกอย่างแล้ว แต่สุดท้ายมันก็ไม่ได้ประตูขึ้น เรากลับได้มาแค่ 1 คะแนน แต่เราสามารถบอกได้แค่ว่าในเกมต่อไป พวกเราก็จะพยายามทำให้ดีกว่านี้”

Loading

ฟานไดก์ สุดหัวเสีย ลิเวอร์พูล แผ่วครึ่งหลังอีกครั้ง จนเสมอทีมรองบ๊วย

เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ปราการหลังกัปตันทีม ลิเวอร์พูล ออกมาเผยถึงความผิดหวังในเกมพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ นัดล่าสุด หลังทีมแชมป์เก่าทำได้แค่เปิดสนามแอนฟิลด์เสมอกับ เบิร์นลีย์ ทีมน้องใหม่ที่ปัจจุบันอยู่อันดับ 19 ของตารางคะแนนไปด้วยสกอร์ 1-1

เกมดังกล่าว ลิเวอร์พูล ได้ประตูขึ้นนำก่อนจาก โฟลเรียน เวียร์ตซ์ เพลย์เมกเกอร์ดีกรีทีมชาติเยอรมนี ที่กำลังทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง แต่สุดท้ายพวกเขาก็มาถูกเบิร์นลีย์ไล่ตีเสมอในครึ่งหลัง

และจากผลเสมอในเกมนี้ ทำให้ลิเวอร์พูล ไม่แพ้ใคร 12 เกมติดต่อกันรวมทุกรายการ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าพอใจ เพราะพวกเขาสะดุดเสมออย่างต่อเนื่องในลีก และทำให้ตอนนี้เพิ่งจะมีแค่ 36 คะแนน จากการลงสนาม 22 นัด รั้งอันดับ 4 ของตารางคะแนน

ซึ่งหลังจบการแข่งขันเกมนี้ทาง เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความผิดหวังที่เกิดขึ้นว่า “คุณลงสนามเพื่อที่จะคว้าชัยชนะ และโดยเฉพาะการเล่นในบ้าน, โดยเฉพาะในการเจอกับเบิร์นลีย์ ซึ่งพวกเรามีโอกาสลุ้นประตูเยอะมาก”

ฟานไดก์ สุดหัวเสีย ลิเวอร์พูล แผ่วครึ่งหลังอีกครั้ง จนเสมอทีมรองบ๊วย

“ดังนั้น ผมรู้สึกผิดหวังอย่างมากในตอนนี้ แต่ความจริงก็เป็นแบบนั้น ผมไม่สามารถ เราไม่สามารถที่จะอยู่กับความผิดหวังตลอดไป เราจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ และคู่ต่อสู้เกมต่อไปก็รอเราอยู่ในอีก 3 วันข้างหน้าแล้ว”

“ผมมีความรับผิดชอบต่อแฟน ๆ ของพวกเรา, ความรับผิดชอบต่อแฟนบอลทั่วโลกที่คอยสนับสนุนพวกเรา คอยอยู่ตรงนั้นเพื่อพวกเรา และต้องกลับมาอยู่ในช่วงที่สมบูรณ์แบบที่สุดของตัวเอง ดังนั้น ผมจำเป็นต้องฟื้นฟูร่างกาย และผมจำเป็นต้องมีจิตใจที่พร้อมด้วย”

“และผมจะทำสิ่งนั้น นั่นคือสิ่งที่ผมทำมาตลอดเส้นทางอาชีพของผม แต่แน่นอนว่าโดยเฉพาะเส้นทางของผมกับลิเวอร์พูล ตอนนี้มันอยู่ที่เกมต่อไปแล้ว และผมพยายามจะทำให้มันดีขึ้นอีกครั้ง”

“แต่มันไม่ใช่เรื่องส่วนตัวอะไร มันเป็นเรื่องของทีม มันเป็นเรื่องของการทำให้แน่ใจว่าพวกเราจะพร้อมสำหรับการแข่งขันนัดต่อไป”

“ผมหัวเสียมากที่เราเริ่มจะเล่นได้หละหลวมหลังจากผ่านไป 60 นาที ผมคิดว่ามันไม่ใช่ครั้งแรกด้วย ดังนั้นเราต้องแก้ไขเรื่องนั้น มันเป็นเรื่องที่เราเคยพูดถึงมาแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเราจำเป็นที่จะต้องแก้ไขมันอีกครั้ง เพราะในวันพุธที่จะถึงนี้ มันจะมีเกมที่ยากลำบากมาก ๆ รออยู่”

Loading