Author: admin

โรเบิร์ตสัน เล่าความในใจ หลังเตรียมโบกมือลา ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล ยืนยันว่า แอนดี โรเบิร์ตสัน แบ๊กซ้ายทีมชาติสกอตแลนด์จะอำลาสโมสรหลังจบฤดูกาลนี้ และเป็นการปิดฉากช่วงเวลา 9 ปีกับ “หงส์แดง”

โดย โรเบิร์ตสัน ย้ายจาก ฮัลล์ ซิตี้ มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2017 ด้วยค่าตัว 8 ล้านปอนด์ และเขาก็ช่วยทีมประสบความสำเร็จมากมายทั้งคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย, ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 1 สมัย, เอฟ เอ คัพ 1 สมัย, คาราบาว คัพ 2 สมัย รวมทั้ง ฟีฟ่า คลับ เวิลด์, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และคอมมิวนิตี้ชิลด์ อย่างละ 1 สมัยด้วย

อย่างไรก็ตามสัญญาของดาวเตะวัย 32 ปีจะหมดลงหลังจบฤดูกาลนี้ทว่ายังไม่มีการบรรลุข้อตกลงขยายออกไป

ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 เม.ย. ลิเวอร์พูล ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์สโมสรว่า โรเบิร์ตสัน จะย้ายออกจากทีมหลังจบฤดูกาลนี้

โรเบิร์ตสัน เล่าความในใจ หลังเตรียมโบกมือลา ลิเวอร์พูล

ขณะที่ โรเบิร์ตสัน ร่ายยาวถึงความรู้สึกว่า “ผมคิดว่า การเปิดเผยเรื่องนี้ออกมาตรงๆ ดีกว่า เพราะตอนนี้ผมสามารถโฟกัสกับทีมได้อย่างเต็มที่ตั้งแต่นี้ไปจนถึงสิ้นฤดูกาล ผมคิดว่า มันสำคัญที่ผมต้องทำแบบนั้น และผมก็ทำแบบนั้นมาโดยตลอด แต่เวลาที่จะกล่าวคำอำลาอย่างสุดซึ้ง และบอกแฟนๆ และผู้คนที่เกี่ยวข้องกับสโมสรแห่งนี้ว่าพวกเขามีความหมายกับผมมากแค่ไหนนั้น จะมาถึงใกล้ๆ ช่วงท้ายฤดูกาล ผมคิดว่าผมยังไม่พร้อมสำหรับเรื่องนั้น ผมแค่พยายามที่จะเปิดเผยเรื่องนี้ออกมา เพื่อที่ผมจะได้เปิดใจ และซื่อสัตย์กับทุกคน”

“การจากสโมสรอย่าง ลิเวอร์พูล ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มันเป็นส่วนสำคัญอย่างมากในชีวิตของผม และครอบครัวของผมตลอด 9 ปีที่ผ่านมา แต่สำหรับผมแล้ว นักเตะคนอื่นๆ ก็ย้ายทีมไป สิ่งที่ยังคงเหมือนเดิมคือสโมสร และแฟนๆ ผมมีช่วงเวลา 9 ปีที่ยอดเยี่ยมที่นี่ ผมคิดว่า ทุกคนรู้กันดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปีที่ผ่านมา ผมมีโอกาสที่จะย้ายทีม แต่ผมไม่ได้ทำ เพราะการจากสโมสรแห่งนี้มันยากลำบากมาก และผมจะไม่แลกมันกับอะไรทั้งนั้น”

“แต่ผมรู้ว่าฟุตบอลต้องดำเนินต่อไป ผมรู้ว่าทีมต่างๆ ก็เปลี่ยนแปลงไป และผมคิดว่าตอนนี้ถึงเวลาที่ผมต้องก้าวต่อไปและไปในที่ที่เส้นทางอาชีพของผมจะพาไป ผมจะหวนนึกถึงความทรงจำที่ยอดเยี่ยมที่สโมสรฟุตบอลแห่งนี้เสมอ ผมทุ่มเททั้งหัวใจ และจิตวิญญาณให้กับสโมสรมา 9 ปีแล้ว และผมก็ไม่มีอะไรต้องเสียใจมากนัก ผมเติบโตขึ้นทั้งในฐานะผู้ชาย และในฐานะบุคคล สโมสรแห่งนี้จะมีความหมายกับผมเสมอ แฟนๆ ก็จะมีความหมายกับผมเสมอ มันเป็นการเดินทางที่ยอดเยี่ยมจริงๆ”

ทั้งนี้ โรเบิร์ตสัน ลงสนามให้กับ ลิเวอร์พูล ไปทั้งหมด 373 นัดทุกรายการแต่ในฤดูกาลนี้เขาเป็นตัวเลือกสำรองหลังจากที่ มิลอส เคอร์เคซ แบ๊กซ้ายคนใหม่ย้ายเข้ามาอยู่กับ “หงส์แดง”

Loading

คาร์ราเกอร์ จวก โกนาเต บ่อเกมรับของ ลิเวอร์พูล

จากปัญหาเรื่องการเสียประตูจำนวนมากของ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้ ทำให้หลายฝ่ายออกมาวิจารณ์ถึงมาตรฐานในเกมรับของทัพหงส์แดงที่ตกต่ำลงกว่าเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

และล่าสุดทาง เจมี คาร์ราเกอร์ ตำนานกองหลังของ ลิเวอร์พูล ออกมาแสดงความเห็นว่าปัญหาของแนวรับหงส์แดงในฤดูกาลนี้ คือ อิบราฮิมา โกนาเต ไม่ใช่ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์

ลิเวอร์พูล ดูจะมีปัญหาเรื่องการเสียประตูที่ค่อนข้างเยอะมากในฤดูกาลนี้ และล่าสุดพวกเขาก็เพิ่งจะแพ้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง จากลีก เอิง ฝรั่งเศส 0-2 ในเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก

โดยหลังจบการแข่งขันทาง คาร์ราเกอร์ ออกมาแสดงความเห็นว่า อิบราฮิมา โกนาเต ไม่สามารถรักษามาตรฐานเกมรับได้ และทำให้เกิดปัญหาต่อไปถึง เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ คู่หูของเขาด้วย

“กองหลังต่างพากันขึ้นไปตรงตำแหน่งของกองกลาง และไม่มีใครทำการประกบตัว และเฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ที่อายุ 34 ปี จำเป็นต้องวิ่งเข้าไปแย่งบอลจากตรงนั้น, เขาไม่สามารถทันมันได้ ผู้คนวิจารณ์ฟานไดก์เรื่องฟอร์มของเขาในฤดูกาลนี้ แต่ผมคิดว่ามันรุนแรงเกินไป เขาลงเล่นทุกเกม และคู่หูของเขากลับเล่นแย่มาทั้งฤดูกาล แล้วก็เล่นแย่อีกครั้งในคืนนี้ โกนาเตมีความผิดพลาดทุกเกม ดังนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเล่นคู่กับเขา”

คาร์ราเกอร์ จวก โกนาเต บ่อเกมรับของ ลิเวอร์พูล

ทางด้าน ตัวของ เฟอร์จิล ฟานไดก์ ปราการหลังกัปตันทีม ออกมาพูดถึงการที่ลิเวอร์พูล แพ้ไปแล้วถึง 16 เกมรวมทุกรายการแล้วในตอนนี้

โดยทางฟาน ไดก์ ออกมายอมรับว่า ลิเวอร์พูล เจอฤดูดาลที่ยากลำบาก และเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ “การแพ้ 16 นัดในฤดูกาลนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ แต่นั่นคือความจริง ความจริงที่ยิ่งใหญ่ และนั่นเป็นเหตุผลที่มันน่าผิดหวัง และรับมือได้ยากมาก”

“เราแพ้มากเกินไป ฟอร์มการเล่นไม่ดีเลย และเรากำลังดิ้นรนเพื่อหาความสม่ำเสมอ มันไม่ง่ายเลย มันไม่ง่ายเลย แต่ความจริงก็คืออย่างนั้น และคุณต้องยอมรับมัน รับมือมัน และปรับปรุงมัน”

“นั่นเป็นเหตุผลที่ช่วงเวลานี้เจ็บปวดมากสำหรับผม และมันควรจะเจ็บปวดสำหรับทุกคนในห้องแต่งตัวด้วย ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีจุดจบ รวมถึงเวลาของผมในจุดหนึ่งด้วย”

จากสถานการณ์ตอนนี้ทำให้ลิเวอร์พูลแทบจะหมดลุ้นแชมป์ทุกถ้วยในฤดูกาลนี้แล้ว เว้นแต่ว่าพวกเขาจะกลับมาได้ในเลกสองของถ้วยยุโรป กับ เปแอสเช

Loading

อาร์เนอ ยังไม่มองไกล หวังลิเวอร์พูลผ่านทีละด่านในแชมเปียนส์ ลีก

ท่ามกลางสถานการณ์ของลิเวอร์พูล ทีมแชมป์เก่าในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ที่ผลงานในฤดูกาลนี้ของพวกเขาตกต่ำลงจากเมื่อซีซันที่แล้ว ทำให้ตอนนี้พวกเขาแทบจะไม่เหลือลุ้นแชมป์รายการไหนแล้ว

ทาง อาร์เนอ ชล็อต เทรนเนอร์ของลิเวอร์พูล ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเส้นทางในการลุ้นแชมป์ที่ยังเหลืออยู่ของสโมสรแล้วเช่นกัน

โดยลิเวอร์พูล เหลือลุ้นแชมป์เพียงรายการเดียวในซีซั่นนี้นั่นก็คือ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ซึ่งพวกเขาผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายทว่าต้องการมาเจอศึกหนักอย่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แชมป์เก่าจากฝรั่งเศส และเป็นทีมที่เขี่ยพวกเขาตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายเมื่อซีซั่นก่อนด้วย

ซึ่งล่าสุดทาง อาร์เนอ ตอบคำถามของผู้สื่อข่าวว่า ลิเวอร์พูล มีเป้าหมายในการซิวแชมป์รายการนี้หรือไม่ว่า “ผมไม่คิดไกลขนาดนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเจอกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง พวกเขาเป็นแชมป์ยุโรป สมควรได้รับอย่างเต็มที่ พวกเขารักษาทีมไว้ได้ดี และโดยปกติแล้ว ยิ่งคุณรักษาทีมไว้ได้นานเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งเก่งขึ้นเท่านั้น ถ้าเป็นไปได้นะ เพราะพวกเขาเล่นได้อย่างน่าประทับใจมากในฤดูกาลที่แล้ว”

อาร์เนอ ยังไม่มองไกล หวังลิเวอร์พูลผ่านทีละด่านในแชมเปียนส์ ลีก

“ผมดูเกมของพวกเขาหลายเกม และพวกเขาอาจจะน่าประทับใจยิ่งกว่าเดิม มีการหมุนเวียนผู้เล่นมากขึ้น พวกเขายังคงเป็นทีมที่ดีมาก แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ สามารถตัดสินได้มาก”

“ใครยิงจุดโทษได้ดีที่สุดคือสิ่งที่ตัดสินผลในฤดูกาลที่แล้ว แม้ว่าผมอยากจะเชื่อว่า ไม่มีโชคในดวลจุดโทษ แต่ ดอนนารุมมา ก็ทำได้อย่างเหลือเชื่อในการดวลจุดโทษครั้งนั้น”

“ผมไม่ได้มองไปไกลขนาดนั้น เกมใหญ่พรุ่งนี้ แล้วก็อีกเกมใหญ่กับ ฟูแลม ที่สนามของเราในวันเสาร์ จากนั้นก็เกมต่อไปกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ก่อนที่จะมีเกมใหญ่ไปเยือน เอฟเวอร์ตัน”

นอกจากนั้นเฮดโค้ชวัย 47 ปียังกล่าวถึงกรณีที่ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ กองหลังกัปตันทีมซึ่งให้สัมภาษณ์หลังเกมพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-4 ว่า “หงส์แดง” ยอมแพ้ในแมตช์นี้ “บางครั้งในเกม คุณอยากทำสิ่งต่างๆ ในแบบที่คุณต้องการ แต่ทำไม่ได้ด้วยเหตุผลหลายประการ แต่หนึ่งในนั้นคือการเสียประตูทั้งๆ ที่คิดว่าตัวเองกำลังทำได้ดี ในฟุตบอล การเสียประตูทั้งก่อน และหลังพักครึ่งนั้นส่งผลเสียอย่างมาก”

ขณะเดียวกันพวกเขาก็ยังมีข่าวดีให้ได้ผ่อนคลายบ้าง เมื่ออังกฤษ การันตีคว้าโควต้าพิเศษที่จะทำให้สามารถส่งสโมสรเข้าร่วมศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก อย่างน้อย 5 ทีมในฤดูกาลหน้า หลังจากที่ “ปืนใหญ่”อาร์เซนอล เก็บชัยชนะได้ในแมตช์ล่าสุด และทำให้ตอนนี้ลิเวอร์พูลที่อยู่อันดับ 5 ของตาราง จะได้ไปเล่นใน แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า หากยังสามารถรักษาตำแหน่งนี้เอาไว้ได้

Loading

เจอร์ราร์ด หวัง ลิเวอร์พูล คว้า โอลิเซ แทนที่ ซาลาห์

จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวยิงดีกรีทีมชาติอียิปต์ ออกมาประกาศแล้วว่าเขาจะยุติเส้นทางกับสโมสรลิเวอร์พูล ต้นสังกัดในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ หลังจบการแข่งขันฤดูกาลนี้ โดยเป็นการตกลงแยกทางกันของทั้งสองฝ่าย เพราะเดิมซาลาห์จะยังมีสัญญากับลิเวอร์พูลเหลืออีก 1 ปี หลังจากจบฤดูกาลนี้

หลังจากการประกาศออกไปของ ซาลาห์ ทำให้มีหลายฝ่ายพากันออกมาคาดเดาว่า นักเตะคนไหนจะได้ถูกคว้าตัวมาเพื่อแทนที่การย้ายออกไปของ โม ซาลาห์ และจะมาเติมเต็มแนวรุกในยุคใหม่ของทัพหงส์แดง

ซึ่งล่าสุดทางฝั่งของ สตีเวน เจอร์ราร์ด ตำนานกองกลางของ ลิเวอร์พูล ที่เคยเป็นกัปตันทีมของทัพหงส์แดงอยู่หลายปี ในสมัยที่เป็นนักเตะ ก็ออกมาแสดงความเห็นในประเด็นนี้เช่นกัน

โดยสตีเวน เจอร์ราร์ด ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนักเตะที่เขาอยากให้เข้ามาทดแทนการย้ายออกไปของ ซาลาห์ โดยมองว่า ไมเคิล โอลิเซ ของบาเยิร์น มิวนิก เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

เจอร์ราร์ด หวัง ลิเวอร์พูล คว้า โอลิเซ แทนที่ ซาลาห์

“ผมคิดว่าความกังวล คือ การที่คุณจะพยายามหาคนมาแทนซาลาห์ ในแบบที่เหมือนกันเลยเป๊ะ ๆ, ผมคิดว่ามันมีแค่ไม่กี่คนที่จะไปคว้าตัวมาได้, ไมเคิล โอลิเซก็อาจจะเป็นหนึ่งในนั้น, แต่ผมคิดว่าเขาคงไม่พร้อมสำหรับการย้ายทีม แต่จากประสบการณ์ของผม ในการอยู่กับนักเตะของลิเวอร์พูล และตั้งแต่ที่ผมได้ย้ายออกมานั้น ทีมงานการเสริมทัพของลิเวอร์พูลจะมีหลายตัวเลือกที่แตกต่าง และนั่นไม่จำเป็นว่าเขาจะหาคนที่เหมือนกันเป๊ะ ๆ”

ขณะที่เรื่องอนาคตของกุนซืออย่าง อาร์เนอ ชล็อต ที่เริ่มมีกระแสความกดดันกลับมาอีกครั้ง หลังจากที่เขาพาทีมพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขาดลอย 0-4 ในเกมเอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ ที่สนามเอติฮัด เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

และล่าสุดโรแม็ง โมลินา” ผู้สื่อข่าวคนดังระบุว่า ลิเวอร์พูล ได้เล็ง อลอนโซ เป็นตัวเลือกอันดับแรกในการเข้ามาแทนที่ อาร์เนอ สำหรับตำแหน่งผู้จัดการทีม เนื่องจากตำแหน่งของกุนซือชาวดัตช์ที่ แอนฟิลด์ กำลังถูกจับตามองมากขึ้น

ผู้บริหารของสโมสรพรีเมียร์ลีกเชื่อมั่นในความสามารถในการบริหารทีมของอดีตกุนซือ เรอัล มาดริด มานานแล้ว และอดีตมิดฟิลด์ทีมชาติสเปนรายนี้เคยเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่จะเข้ามาแทนที่ เจอร์เกน คล็อปป์ ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจแต่งตั้ง อาร์เนอ เป็นเฮดโค้ช

ทั้งนี้ โมลินา เข้าใจว่า อาร์เนอ ไม่น่าจะได้คุม ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลหน้า หลังอดีตกุนซือ เฟเยนูร์ด ตกอยู่ภายใต้ความกดดันมากขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และความกดดันนั้นก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจากการพ่ายแพ้ต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-4 ในเอฟเอ คัพ

Loading

อาร์เนอ เผยเหตุผลที่ไม่ส่ง อิซัก ลงสนามในเกมกับ แมนฯ ซิตี้

อาร์เนอ ชล็อต เทรนเนอร์ของ ลิเวอร์พูล ออกมาอธิบายเหตุที่ อเล็กซานเดอร์ อิซัก ดาวยิงดีกรีทีมชาติสวีเดน ไม่ได้มีส่วนร่วมในเกมเอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ ที่ทีมหงส์แดง พ่ายแพ้กลับมาจากการไปเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบขาดลอย 0-4 และต้องตกรอบไป เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า อเล็กซานเดอร์ อิซัก กองหน้าที่ย้ายมาจากนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้ ด้วยค่าตัวถึง 125 ล้านปอนด์ นั้น สามารถกลับมาลงซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้แล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ต้องพักยาวเพราะปัญหาอาการบาดเจ็บ

ซึ่งกระแสก่อนหน้านี้ ทาง อาร์เนอ ชล็อต และเหล่าเหยี่ยวข่าวต่างรายงานว่า อเล็กซานเดอร์ อิซัก มีโอกาสได้ลงเล่นในเกมกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่สุดท้ายดาวยิงรายนี้ไม่ถูกส่งลงสนาม และทาง อาร์เนอ ชล็อต ออกมาสัมภาษณ์ถึงเหตุผลในเรื่องนี้ ว่า

“ผมเองก็หวังไว้แบบนั้นเหมือนกันว่า อิซัก จะมีชื่อเป็นหนึ่งในตัวสำรองของเกมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่คุณมักจะทำสิ่งเหล่านี้เสมอในการทำงานร่วมกับเหล่าทีมแพทย์, ทีมงานด้านฟอร์มการเล่น และรวมถึงทางฝั่งของตัวผู้เล่นเองด้วยเองด้วย”

อาร์เนอ เผยเหตุผลที่ไม่ส่ง อิซัก ลงสนามในเกมกับ แมนฯ ซิตี้

“พวกเราได้ข้อสรุปกันว่ามันจะเป็นเรื่องที่ดีกว่าสำหรับเขา หากเขาจะได้มีเวลาในการซ้อมมากกว่านี้อีกหน่อย มากกว่าแค่การซ้อม 1-2 เซสชัน แล้วก็กระโดดลงไปเล่นในเกมจริงเลยแบบนี้ เพราะถ้าคุณให้เขาลงสนามในเกมแบบนี้มันมีโอกาสที่จะไปถึงช่วงต่อเวลาพิเศษได้ด้วย”

“ส่วนเรื่องสถานการณ์ในตอนนี้ ผมคาดหวัง เป็นอีกครั้งที่ผมคาดหวังว่าเขาจะพร้อมสำหรับการลงสนามในช่วงกลางสัปดาห์นี้ แต่สำหรับวันนีัมันยังเร็วเกินไปสำหรับเขา”

สำหรับลิเวอร์พูล หลังจากนี้พวกเขามีโปรแกรมลงสนามในรอบก่อนรองชนะเลิศ โดยพบกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมแชมป์เก่าของถ้วยใบนี้ จากลีก เอิง ฝรั่งเศส ในวันที่ 8 เมษายนนี้ ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

ขณะที่เรื่องสถานการณ์ของลิเวอร์พูลในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ตอนนี้ พวกเขาอยู่อันดับ 5 ของตารางคะแนน และพวกเขาจำเป็นต้องเร่งเก็บแต้มในช่วงท้ายของซีซันนี้ให้ได้ เพื่อที่จะคว้าโควต้าไปเล่นในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าให้ได้

งานนี้ต้องมาติดตามกันว่าเส้นทางในอีกสองถ้วยที่เหลือของ ลิเวอร์พูล นั้น พวกเขาจะทำได้ดีแค่ไหน ทั้งในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก และ พรีเมียร์ ลีก

Loading

ฟาน ไดก์ ยอมรับสุดผิดหวัง ลิเวอร์พูล แพ้ แมนฯ ซิตี้ แบบหมดรูป

เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ปราการหลังกัปตันทีมลิเวอร์พูล ออกมาพูดงความผิดหวังอย่างที่สุด หลังจากพวกเขาแพ้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบขาดลอย ในการแข่งขันฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ ที่สนามเอติฮัด สเตเดียม เมื่อวันที่ 4 เมษายน ที่ผ่านมา

เกมดังกล่าว ลิเวอร์พูล เรียกได้ว่า ไม่สามารถตอบโต้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เลย นับตั้งแต่เสียประตูแรก แถมยังถูก เออร์ลิง เบราต์ ฮาลันด์ กองหน้าดีกรีทีมชาตินอร์เวย์ ทำแฮตทริกใส่ ก่อนจะต้องตกรอบไปด้วยสกอร์ 0-4 พร้อมกับส่งให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ไปเตะต่อที่สนามเวมบ์ลีย์ ในรอบรองชนะเลิศ

ล่าสุด เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ปราการหลังกัปตันทีมลิเวอร์พูลออกมาเล่าความรู้สึกถึงเกมดังกล่าว ว่า “มันเป็นอะไรที่ยากลำบากมาก มันยากมากที่จะยอมรับ มันยากมากในการไปอยู่ตรงั้น มันเป็นวันที่หนักหน่วงมากจริง ๆ และผมรู้สึกเสียใจกับแฟน ๆ ทุกคนด้วย”

ฟาน ไดก์ ยอมรับสุดผิดหวัง ลิเวอร์พูล แพ้ แมนฯ ซิตี้ แบบหมดรูป

ส่วนประเด็นเรื่องการเสียจุดโทษในประตูแรกนั้น ฟานไดก์ เผยว่า “มันเร็วมาก บอลมาถึงนิโก โอไรลีย์ทางเท้าขวา และเห็นได้ชัดว่าผมวางเท้าของผมไว้ที่ด้านหลังของเขา และผมคิดว่าเขากระแทงมันให้กับ เจเรมี โดกู อย่างที่ผมบอกไป มันเร็วมาก มันเป็นการตัดสินใจในเสี้ยววินาที สุดท้ายผมก็บล็อกลูกยิงได้ แต่ก็กลายเป็นลูกจุดโทษไปแล้ว”

ส่วนเรื่องความรับผิดชอบเรื่องความรู้สึกของนักฟุตบอล ทางกัปตันทีมลิเวอร์พูล เผยว่า “พวกเราทุกคนต้องรับผิดชอบทุกอย่าง พวกเราคือคนที่ไม่สามารถทำผลงานได้ในสนาม เรารู้ดีว่าโลกนี้มันทำงานแบบหน เราจำเป็นต้องสามัคคีกันเอาไว้ แม้ว่ามันจะยากลำบากแค่ไหนก็ตาม มันเป็นความผิดหวังอย่างมากที่เราต้องตกรอบฟุตบอลถ้วยเอฟเอ คัพ เพราะตอนก่อนที่จะเสียลูกจุดโทษนั้น ผมไม่ได้คิดว่าเรามีปัญหาอะไรเลย”

ขณะที่เรื่องการที่ต้องงัดฟอร์มกลับมาให้ได้ หลังจากเกมนี้ เพราะพวกเขาต้องเจอกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ต่อ ในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ในช่วงกลางสัปดาห์ ทาง ฟาน ไดก์ กล่าวว่า

“มันสำคัญมากที่เราจำเป็นต้องพยายามกำจัดมันออกไปจากระบบของเราให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่สำหรับช่วงเวลานี้ ผมสามารถพูดได้แค่ในมุมของตัวเองว่า นี่เป็นความผิดหวังอย่างมาก มันเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับ โดยเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นในครึ่งหลัง, แต่ความจริง คือ เรายังมีความกระหายสัปดาห์เกมกลางสัปดาห์ และทีมที่แกร่งอย่างเปแอสเชยังรอเราอยู่ คุณสามารถบอกได้ว่าข้อดีอย่างเดียว คือ มันจะเป็นการเล่นแบบสองนัด แต่ระหว่างสองเกมนี้ เราก็ต้องมาเจอกับ ฟูแลม คั่นอยู่ด้วย ซึ่งมันเป็นเกมที่หนักมากด้วย”

Loading

อาร์เนอ สุดเซ็ง ลิเวอร์พูล แพ้ แมนฯ ซิตี้ จอดป้ายเอฟเอ คัพ

ลิเวอร์พูล ต้องหมดลุ้นแชมป์ไปอีกหนึ่งรายการแล้ว หลังจากที่พวกเขาพ่ายต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบหมดสภาพในการแข่งขันฟุตบอลเอฟเอ คัพ

โดยการแข่งขันฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ ที่สนามเอติฮัด สเตเดียม เมื่อวันที่ 4 เมษายน เป็นการพบกันระหว่างสองสโมสรจากพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านรับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล

คู่นี้ตอนเปิดฉากครึ่งแรกทั้งสองทีมสู้กันสูสี แต่สุดท้ายสถานการณ์ก็เปลี่ยนไปหลังจากแมนฯ ซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 และหลังจากนั้นเกมก็กลายเป็นของพวกเขาฝ่ายเดียว

และสุดท้ายทีมเรือใบสีฟ้า ก็เอาชนะไปได้แบบขาดลอย 4-0 พร้อมกับตีตั๋วผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ ขณะที่ลิเวอร์พูลต้องยุติเส้นทางของพวกเขาไว้เพียงเท่านี้

ซึ่งหลังจบการแข่งขันทาง อาร์เนอ ชล็อต เทรนเนอร์ของ ลิเวอร์พูล ออกมาให้สัมภาษณ์ โดยยอมรับผิดหวังสุด ๆ ที่ทีมหงส์แดงแพ้ แมนฯ ซิตี้ 0-4 และตกรอบเอฟเอ คัพ พร้อมย้ำว่าไม่อยากเห็นแฟน ๆ ออกจากสนามก่อนจบเกม

อาร์เนอ สุดเซ็ง ลิเวอร์พูล แพ้ แมนฯ ซิตี้ จอดป้ายเอฟเอ คัพ

“ผมไม่คิดว่าคุณจำเป็นต้องถามผมเรื่องผลการแข่งขัน เพราะมันก็บอกด้วยตัวเองอยู่แล้ว มันน่าผิดหวังมาก การแพ้ก็น่าผิดหวังอยู่แล้ว แต่การแพ้ 0-4 และในรอบรองชนะเลิศในการเจอกับทีมที่ลิเวอร์พูลเคยเล่นได้ดีตอนที่เจอกันมาแล้วหลายครั้ง และแพ้ด้วยสกอร์ 0-4 แน่นอนว่า มันน่าผิดหวังสุด ๆ, ช่วงเวลา 20 นาที ที่เราเสีย 4 ประตู มันไม่ได้อยู่ในมาตรฐานของเราเลย”

“เราไม่อยากให้แฟนบอลกลับก่อน เราจำเป็นต้องเล่นให้ดีกว่านี้ นั่นคือสิ่งแรกเลย และเราจำเป็นต้องแสดงมันออกมาในตอนนี้ สิ่งที่ดีคือแฟน ๆ คอยสนับสนุนเราเสมอ แม้กระทั่งวันนี้, พวกเขาส่งเสียงกันดังมากในช่วงครึ่งแรก เสียงดันกันตั้งแต่ก่อนเริ่มเกม ดังนั้นมันขึ้นอยู่กับเราแล้ว ที่ต้องมีปฏิกริยาตอบโต้ที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่แค่เพื่อพวกเขา แต่ก็เพื่อตัวของพวกเราเองด้วย”

จากสถานการณ์ตอนนี้ทำให้ลิเวอร์พูลหมดลุ้นไปแล้วสองถ้วยอย่างเป็นทางการ คือ เอฟเอ คัพ และ คาราบาว คัพ

ขณะที่อีกสองรายการที่พวกเขายังอยู่ในการแข่งขัน คือ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ที่พวกเขาเพิ่งผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยจะต้องไปเจอกับแชมป์เก่าของรายการอย่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง สโมสรฟุตบอลชื่อดังแห่ง ลีก เอิง ฝรั่งเศส

ขณะที่สถานการณ์ในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ พวกเขาจำเป็นต้องเร่งเก็บคะแนนในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลนี้ เพื่อคว้าตั๋วไปเล่นในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าให้ได้

Loading

อาร์เนอ สุดเซ็ง ลิเวอร์พูล แพ้ แมนฯ ซิตี้ จอดป้ายเอฟเอ คัพ

ลิเวอร์พูล ต้องหมดลุ้นแชมป์ไปอีกหนึ่งรายการแล้ว หลังจากที่พวกเขาพ่ายต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบหมดสภาพในการแข่งขันฟุตบอลเอฟเอ คัพ

โดยการแข่งขันฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ ที่สนามเอติฮัด สเตเดียม เมื่อวันที่ 4 เมษายน เป็นการพบกันระหว่างสองสโมสรจากพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านรับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล

คู่นี้ตอนเปิดฉากครึ่งแรกทั้งสองทีมสู้กันสูสี แต่สุดท้ายสถานการณ์ก็เปลี่ยนไปหลังจากแมนฯ ซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 และหลังจากนั้นเกมก็กลายเป็นของพวกเขาฝ่ายเดียว

และสุดท้ายทีมเรือใบสีฟ้า ก็เอาชนะไปได้แบบขาดลอย 4-0 พร้อมกับตีตั๋วผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ ขณะที่ลิเวอร์พูลต้องยุติเส้นทางของพวกเขาไว้เพียงเท่านี้

ซึ่งหลังจบการแข่งขันทาง อาร์เนอ ชล็อต เทรนเนอร์ของ ลิเวอร์พูล ออกมาให้สัมภาษณ์ โดยยอมรับผิดหวังสุด ๆ ที่ทีมหงส์แดงแพ้ แมนฯ ซิตี้ 0-4 และตกรอบเอฟเอ คัพ พร้อมย้ำว่าไม่อยากเห็นแฟน ๆ ออกจากสนามก่อนจบเกม

อาร์เนอ สุดเซ็ง ลิเวอร์พูล แพ้ แมนฯ ซิตี้ จอดป้ายเอฟเอ คัพ

“ผมไม่คิดว่าคุณจำเป็นต้องถามผมเรื่องผลการแข่งขัน เพราะมันก็บอกด้วยตัวเองอยู่แล้ว มันน่าผิดหวังมาก การแพ้ก็น่าผิดหวังอยู่แล้ว แต่การแพ้ 0-4 และในรอบรองชนะเลิศในการเจอกับทีมที่ลิเวอร์พูลเคยเล่นได้ดีตอนที่เจอกันมาแล้วหลายครั้ง และแพ้ด้วยสกอร์ 0-4 แน่นอนว่า มันน่าผิดหวังสุด ๆ, ช่วงเวลา 20 นาที ที่เราเสีย 4 ประตู มันไม่ได้อยู่ในมาตรฐานของเราเลย”

“เราไม่อยากให้แฟนบอลกลับก่อน เราจำเป็นต้องเล่นให้ดีกว่านี้ นั่นคือสิ่งแรกเลย และเราจำเป็นต้องแสดงมันออกมาในตอนนี้ สิ่งที่ดีคือแฟน ๆ คอยสนับสนุนเราเสมอ แม้กระทั่งวันนี้, พวกเขาส่งเสียงกันดังมากในช่วงครึ่งแรก เสียงดันกันตั้งแต่ก่อนเริ่มเกม ดังนั้นมันขึ้นอยู่กับเราแล้ว ที่ต้องมีปฏิกริยาตอบโต้ที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่แค่เพื่อพวกเขา แต่ก็เพื่อตัวของพวกเราเองด้วย”

จากสถานการณ์ตอนนี้ทำให้ลิเวอร์พูลหมดลุ้นไปแล้วสองถ้วยอย่างเป็นทางการ คือ เอฟเอ คัพ และ คาราบาว คัพ

ขณะที่อีกสองรายการที่พวกเขายังอยู่ในการแข่งขัน คือ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ที่พวกเขาเพิ่งผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยจะต้องไปเจอกับแชมป์เก่าของรายการอย่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง สโมสรฟุตบอลชื่อดังแห่ง ลีก เอิง ฝรั่งเศส

ขณะที่สถานการณ์ในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ พวกเขาจำเป็นต้องเร่งเก็บคะแนนในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลนี้ เพื่อคว้าตั๋วไปเล่นในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าให้ได้

Loading

เอนโด ยอมรับได้แรงใจจากแฟนบอล ลิเวอร์พูล ช่วยปลุกไฟจากอาการบาดเจ็บ

วาตารุ เอนโอ กองกลางดีกรีทีมชาติญี่ปุ่น ออกมาเปิดเผยถึงเหตุผลที่เขาเสียน้ำตาตอนที่ได้รับบาดเจ็บนั้นเป็นเพราะซาบซึ้งในการสนับสนุนของเหล่าแฟนบอลลิเวอร์พูล

วาตารุ เอนโด กองกลางเลือดซามูไร อยู่ระหว่างการฟื้นฟูร่างกายจากอาการบาดเจ็บ หลังก่อนหน้านี้เขาต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อแก้ปัญหาอาการบาดเจ็บที่เข้า ที่เขาได้รับระหว่างเกมที่ ลิเวอร์พูล บุกไปเฉือนชนะ ซันเดอร์แลนด์ 1-0 ในเกมที่สนามสตเดียม ออฟ ไลต์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

อาการบาดเจ็บดังกล่าวทำเอา เอนโด ลงไปกองกับพื้น และถึงกับร้องไห้เสียน้ำตา และล่าสุดทางกองกลางรายนี้ได้ออกมาเล่าถึงความรู้สึกและเหตุการณ์ในวันนั้น ว่า

“ผมยังจำจังลูกเปิดลูกนั้นที่เข้ามาในเขตโทษแล้วผมก็พยายามจะสกัดมันออกไปจากหน้าประตูได้อยู่เลย ผมคิดว่าผมทุ่มน้ำหนักตัวทั้งหมดของผมไปที่เท้าซ้าย แล้วหลังจากนั้นก็ได้รับบาดเจ็บ แน่นอนว่ามันเป็นอะไรที่เจ็บปวดมาก”

“ผมพยายามที่จะยืนขึ้น แต่มันก็เจ็บปวดมาก ผมแค่ต้องการจะช่วยทีม แม้ว่าผมจะได้รับบาดเจ็บอยู่ก็ตาม”

เอนโด ยอมรับได้แรงใจจากแฟนบอล ลิเวอร์พูล ช่วยปลุกไฟจากอาการบาดเจ็บ

“มันเป็นความเจ็บปวดที่รุนแรง แพทย์ถามผมว่า ผมสามารถยืนขึ้นแล้วเดินออกจากสนามด้วยตัวเองได้ไหม แต่ผมบอกไปว่าไม่ได้ และผมก็ร้องไห้ออกมานิดหน่อย แต่ผมไม่ได้ร้องไห้ออกมาเพราะความเจ็บปวดนะ มันเป็นเพราะว่าแฟน ๆ นั้นกำลังร้องเพลงของผมอยู่ และนั่นมีความหมายกับผมอย่างมาก”

“ผมคิดว่ามันรู้สึกเจ็บปวดน้อยลง เพราะเรื่องนั้น และผมซาบซึ้งมากเลย เพราะผมไม่ค่อยได้ลงสนามมากเท่าไรในฤดูกาลนี้ แต่ผมก็พยายามที่จะช่วยทีมอยู่เสมอ แม้ว่าผมจะได้เล่นแค่ 5 นาที หรือแค่ 10 นาทีก็ตาม มันไม่ได้สำคัญอะไร แต่ในช่วงเวลานั้น ผมสามารถรู้สึกได้ว่าแฟนบอลของเราพยายามที่จะให้การสนับสนุนผม และมันมีความหมายอย่างมากเลยล่ะ”

“นอกจากนี้ผมยังได้รับคอมเมนต์ในโซเชียลมีเดียเยอะมากหลังจากได้รับบาดเจ็บ ผมรู้สึกขอบคุณอย่างมาก พวกเขาห่วงใยผม มันช่วยผมได้อย่างมากในการที่จะทำให้ตัวเองยังคงมีแรงกระตุ้นต่อไป”

สำหรับ วาตารุ เอนโด ย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2023 และมีส่วนร่วมกับทีมหงส์แดงคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ มาครองได้สำเร็จเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

อย่างไรก็ตามผลงานของลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้ดูจะดร็อปลงบ้าง หลังจากที่ทีมมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในส่วนของนักเตะหลายคนที่ย้ายออกไป และนักเตะใหม่ที่ย้ายเข้ามา

และตอนนี้เป้าหมายของลิเวอร์พูลคงหนีไม่พ้นการเร่งเก็บแต้มในช่วงโค้งสุดท้ายเพื่อคว้าตั๋วไปเล่นในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าให้ได้

Loading

เจอร์ราร์ด เผยการเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล คือ ความฝัน

สตีเวน เจอร์ราร์ด ตำนานกองกลางกัปตันทีมของลิเวอร์พูล สโมสรดังแห่งพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ออกมายอมรับว่าการได้เป็นผู้จัดการทีมของทัพหงส์แดง ยังคงเป็นความฝันของเขา แม้ว่าจะรู้ตัวว่าความสามารถอาจจะไม่ถึง แต่หากเป็นไปได้ก็พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือสโมสรแห่งนี้

สตีเวน เจอร์ราร์ด ถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่แฟนบอลลิเวอร์พูลชื่นชอบมากที่สุด เพราะเขาเคยเป็นกัปตันทีมหงส์แดงในช่วงเวลาหนึ่ง และเคยพาทีมสร้างปาฏิหาริย์คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก มาครองได้สำเร็จ เมื่อปี 2005

และล่าสุดเขาได้มาให้สัมภาษณ์เปิดใจผ่านทางรายการพอดแคสต์เกี่ยวกับหลายประเด็น แต่หนึ่งในเรื่องที่ผู้คนสนใจมากที่สุด คือ คำถามที่ว่าเขาอยากเป็นผู้จัดการทีมของลิเวอร์พูลหรือไม่

โดย เจอร์ราร์ด ได้ให้สัมภาษณ์ในพอดแคสสติก ทู ฟุตบอล ว่า

“ผมมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับสโมสรมาโดยตลอด และอาจจะยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นนับตั้งแต่ที่ผมจากไป พวกเขายังเป็นสโมสรที่ยอดเยี่ยมเสมอมา”

“ไม่ว่าจะการช่วยเหลือแบบไหน หรือ ในส่วนไหนที่ผมสามารถช่วยเหลือสโมสรได้ ผมอยากจะลองพยายามและทำมันหากผมสามารถทำได้”

เจอร์ราร์ด เผยการเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล คือ ความฝัน

“แต่ผมคิดว่าสิ่งที่คุณอยากรู้ คือ ผมอยากเป็นผู้จัดทีมลิเวอร์พูลในสักวันหนึ่งของชีวิตไหม?”

“แน่นอน มันคือความฝัน แต่ผมคิดว่าตอนนี้ผมจะพร้อมสำหรับการทำงานนั้นในช่วงเวลาหนึ่งหรือเปล่า? มันอาจจะไม่นะ แต่มันจะมีความเป็นไปได้ไหมในอนาคตที่จะมีโอกาสได้ร่วมงานกับผู้จัดการทีมระดับสูงอย่างที่คุณพูดถึง”

“ขึ้นอยู่กับว่าเป็นใคร และการพูดคุยกันเป็นอย่างไร และเขาต้องการผมไหม เขาคิดว่าผมจะสามารถช่วยอะไรได้บ้าง?”

สำหรับผู้จัดการทีมของลิเวอร์พูลในปัจจุบัน คือ อาร์เนอ ชล็อต เทรนเนอร์ชาวดัตช์ ซึ่งคุมทีมในฤดูกาลนี้เป็นซีซันที่สอง โดยเมื่อฤดูกาลที่แล้วเขาสร้างผลงานสุดยอดเยี่ยม คือ การพาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ มาครองได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตามจากการเปลี่ยนแปลงหลายจุดในฤดูกาลนี้ ทำให้ตอนนี้ลิเวอร์พูลน่าจะหมดสิทธิ์ป้องกันแชมป์พรีเมียร์ ลีก ไปแล้ว และพวกเขาจำเป็นต้องเร่งเก็บแต้มในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลนี้ เพื่อคว้าตั๋วไปเล่นในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ให้ได้

ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ก่อนหน้านี้มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับอนาคตของ อาร์เนอ ชล็อต กับลิเวอร์พูล ว่าเขาจะถูกปลดหรือไม่ แม้ว่าจะมีข่าวออกมาอยู่บ่อยครั้งว่าทางทีมหงส์แดงยังคงสนับสนุนเขาต่อไปก็ตาม

Loading