“เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์” แรงผลักดันเฉกเช่น “เจอร์ราร์ด”

"เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์" แรงผลักดันเฉกเช่น "เจอร์ราร์ด"

“เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์” แรงผลักดันเฉกเช่น “เจอร์ราร์ด”

หากจะกล่าวว่าฤดูกาล 2020/21 ของ “เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ” เป็นฤดูกาลที่แย่ เขาก็สามารถกอบกู้มันได้สำเร็จ ด้วยผลงานอันโดดเด่นในช่วงโค้งสุดท้าย จนกระทั่งกลับไปติดทีมชาติอังกฤษชุดลุยศึกยูโร 2020

ลองนึกภาพของเด็กอายุ 21 ปี ที่เคยคว้าแชมป์ทั้งพรีเมียร์ลีกและแชมเปี้ยนส์ลีก กับสโมสรในวัยเด็กของเขา มันช่างเหมือนเทพนิยายเสียจริงๆ

นั่นคือจุดที่ “อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ” อยู่ ในซัมเมอร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเวลาที่เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพของเขา ยังไม่ได้สัมผัสประสบการณ์ที่แท้จริงเสียด้วยซ้ำ




อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 10 เดือน หลังจาก “ลิเวอร์พูล” คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ได้ทดสอบความแข็งแกร่งทางจิตใจของเจ้าหนูรายนี้อย่างแท้จริง

“อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ” ผ่านมันมาอย่างสวยงาม โดยแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ทำไมเขาจึงเป็นทายาทโดยธรรมชาติของฮีโร่ในวัยเด็กของเขา “สตีเว่น เจอร์ราร์ด”

a

ฤดูกาล 2020/21 ของ “เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ “

"เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์" แรงผลักดันเฉกเช่น "เจอร์ราร์ด"

ตัวจริง : 43 เกม (รวมทุกรายการ)
ลงเล่นเป็นตัวสำรอง :
2 เกม
เป็นตัวสำรองโดยไม่ได้ลงเล่น :
2 เกม
ประตู :
2
แอสซิสต์ :
9

คะแนนความสามารถเฉลี่ยทั้งฤดูกาล : 7.83

a

ความฟิต ฟอร์มการเล่น ทีมชาติอังกฤษ

"เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์" แรงผลักดันเฉกเช่น "เจอร์ราร์ด"

เช่นเดียวกับผู้เล่น “ลิเวอร์พูล” ส่วนใหญ่ “เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ” เริ่มต้นฤดูกาล 2020/21 ได้ไม่เลว

“ลิเวอร์พูล” เปิดฤดูกาลด้วยชัยชนะ 3 นัดรวด โดยแบ็คขวารายนี้ทำแอสซิสต์ได้ในชัยชนะเหนือ “อาร์เซน่อล” 3-1 ที่แอนฟิลด์ และสิ่งต่างๆ ดูเหมือนไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

แต่ในความเป็นจริง “เทรนท์ ” เล่นได้ค่อนข้างห่างไกลจากฟอร์มที่ดีที่สุดของเขา




หากเทียบกับผู้เล่นทั่วๆ ไป ก็ต้องนับว่าเขายังเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม แต่กว่าเขาจะทำแอสซิสต์ครั้งถัดมา ก็ต้องรอจนถึง 1 สัปดาห์ก่อนคริสต์มาส

ฟอร์มการเล่นของ “อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ” ตลอดช่วงฤดูหนาว ช่างห่างไกลจากแบ็คขวาชั้นยอดที่เราเคยเห็นในปีก่อนๆ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หลายๆ คนยกให้การเล่นของเขาเป็นต้นแบบเลยทีเดียว

เราพอจะกล่าวได้ว่า นั่นเกิดจากการได้รับบาดเจ็บในช่วงปรีซีซั่น ซึ่งมีผลกระทบต่อการเตรียมตัวสำหรับฤดูกาลใหม่ และนอกจากนั้น เขายังติดเชื้อโควิด-19 อีกด้วย

การบุกไปเยือน “เซาแธมป์ตัน” จบลงด้วยผลลัพธ์อันน่าผิดหวัง และในเวลาที่ “ลิเวอร์พูล” เริ่ม “ตกจากหน้าผา” จะมีสักกี่คนที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนอย่าง “อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ “

พลังงานที่เคยมีอย่างเหลือเฟือเริ่มหดหาย ทำแอสซิสต์ไม่ได้เหมือนก่อน และในเกมรับ เขากลายเป็นเป้าการโจมตีของคู่แข่งเสียด้วยซ้ำ

“เทรนท์ ” ต้องเจ็บช้ำยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อ “แกเร็ธ เซาธ์เกท” ตัดชื่อเขาออกจากทีมชาติอังกฤษในเดือนมีนาคม โดยให้เหตุผลว่า ผลงานของนักเตะรายนี้ “ไม่ได้มาตรฐาน”

อย่างไรก็ตาม เขาเป็น “ผู้ชนะโดยกำเนิด” ซึ่งในขณะที่บางคนอาจจะจมดิ่งจากความพ่ายแพ้ในสถานการณ์เช่นนี้ “เทรนท์ ” ได้แสดงให้เห็นว่า เขาเป็นนักฟุตบอลที่พิเศษกว่าคนทั่วๆ ไป

a

การสนองตอบอันยอดเยี่ยม

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า นี่เป็นฤดูกาลอันน่าผิดหวังของ “ลิเวอร์พูล” ซึ่งพวกเขาไม่สามารถป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม การไม่แพ้ใครเลยใน 10 เกมสุดท้าย นับเป็นผลงานที่น่าเหลือเชื่อ

ในการเก็บ 26 แต้มอันสุดล้ำค่าดังกล่าว “อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ” เล่นได้อย่างโดดเด่น เคียงคู่กับ “ธิอาโก้ อัลคันทารา” และ “โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์ “

ดูเหมือนว่า การกลับไปติดทีมชาติอังกฤษจะเป็นแรงผลักดันอันสำคัญของเขา โดยในท้ายที่สุด “ลิเวอร์พูล” จบฤดูกาลพร้อมกับการตีตั๋วไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกได้สำเร็จ ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมของ “เทรนท์ ” ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยเทคนิคชั้นยอด และจิตใจอันแข็งแกร่ง

“อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ” ทำแอสซิสต์ได้อีก 4 ครั้ง ใน 10 เกมสุดท้าย รวมถึงประตูชัยในช่วงทดเวลาพิเศษในเกมที่พบกับ “แอสตัน วิลล่า” เฉกเช่น “สตีเว่น เจอร์ราร์ด”

นี่ไม่ใช่ผู้เล่นชั้นยอดในแง่คุณภาพเท่านั้น…

เขาช่วยขับเคลื่อน “ลิเวอร์พูล” เกมแล้วเกมเล่า และแสดงให้เห็นถึงภาวะความเป็นผู้นำ ซึ่งบ่งบอกว่า เขาอาจจะสามารถขึ้นมาแทนที่ “จอร์แดน เฮนเดอร์สัน” ในฐานะกัปตันทีมได้ในอนาคต

ในสถานการณ์คับขัน “อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ” ไม่แสดงอาการใดๆ ที่แปลว่ายอมแพ้ ตัวอย่างเช่น ลูกเตะมุมในช่วงเกือบวินาทีสุดท้ายของเกมที่บุกไปเยือน “เวสต์บรอมวิช” ซึ่ง “อลิสซอน” โขกเข้าไปอย่างสุดอัศจรรย์

หลังจากได้รับชัยชนะเหนือ “คริสตัล พาเลซ” ในเกมสุดท้ายของฤดูกาล ปัญหาต่างๆ ที่ “อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ” ต้องฝ่าฟันตลอดมาก็ได้ถูกลืมไปจนหมดสิ้น

ในวัย 22 ปี เขาสมควรได้รับการให้อภัยในความตกต่ำ เช่นเดียวกับที่ “สตีเว่น เจอร์ราร์ด” ต้องเผชิญในปี 2002 และวิธีที่เขาต่อสู้จนกลับมาได้ เป็นเครื่องเตือนใจว่า เหตุใดเขาจึงได้รับความเคารพเป็นอย่างสูง

นั่นดูเหมือนจะช่วยเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาจาก “แกเร็ธ เซาธ์เกท” ซึ่งได้เลือก “อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ” เข้าติดทีมชาติไปด้วย แม้จะต้องแข่งขันอย่างหนักกับ “ไคล์ วอล์คเกอร์, คีแรน ทริปเปียร์ และรีซ เจมส์ ” ก็ตามที

นั่นเป็นการตัดสินที่เหมาะสม หากดูจากฟอร์มการเล่นของเขา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เขาจะกลับมาระเบิดฟอร์มอันสุดยอดอีกครั้ง หลังจากฟุตบอลยูโร

ฤดูกาล 2020/21 ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า เขาทำได้ดีกว่าครั้งไหนๆ เมื่อเขาสามารถต่อสู้จนกลับมาได้

a

บทบาทในอนาคต

มีผู้เล่นเพียงไม่กี่คนที่นับว่าขาดไม่ได้ในทีมของ “เจอร์เก้น คล็อปป์” และ “อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ” ก็เป็นหนึ่งในนั้น

ในแง่อายุ คุณภาพการเล่น และประโยชน์ที่มีต่อทีม เขาเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่ทรงคุณค่าที่สุดคนหนึ่งในโลกอย่างไม่ต้องสงสัย

หากเขายังคงความสุดยอดเอาไว้ได้เช่นนี้ ก็คงไม่มีสิ่งใดมากีดขวางเส้นทางอันสดใสของเขา ซึ่งแม้แต่ “สตีเว่น เจอร์ราร์ด” เองก็คงจะต้องชื่นชม

หาก “ลิเวอร์พูล” ต้องการกลับมาคว้าแชมป์พรีเมียรลีกอีกครั้งในฤดูกาล 2021/22 และเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์ยุโรปสมัยที่ 7 ให้มากที่สุด “อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ” จำเป็นจะต้องเค้นฟอร์มเก่งออกมาให้ได้อย่างสม่ำเสมอ

“เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ” เป็นแบ็คขวาที่ดีที่สุดในโลก แม้ว่า “แกเร็ธ เซาธ์เกท” จะยังไม่แน่ใจ แต่ “เจอร์เก้น คล็อปป์” ไม่เคยสงสัยในเรื่องนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว




คุณอาจสนใจ :

ข้อมูลนักเตะลิเวอร์พูล
ตำนานสนามแอนฟิลด์
ประวัติสโมสรลิเวอร์พูล
ทำเนียบแชมป์
ตำนานนักเตะลิเวอร์พูล

a

Our References :

liverpoolfc.com

liverpoolecho.co.uk

thisisanfield.com

a

 1,836 total views,  1 views today

5 1 vote
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด