เจาะลึก 5 ประเด็น หลังเกม “ลิเวอร์พูล” บุกชนะ “นอริช” 3-0

เจาะลึก 5 ประเด็น หลังเกม "ลิเวอร์พูล" บุกชนะ "นอริช" 3-0

เจาะลึก 5 ประเด็น หลังเกม “ลิเวอร์พูล” บุกชนะ “นอริช” 3-0

“ลิเวอร์พูล” เริ่มต้นฤดูกาลด้วย 3 ประตู 3 แต้ม และประเด็นเชิงบวกมากมาย หลังจากบุกไปเอาชนะ “นอริช” เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

a

นอริช 0-3 ลิเวอร์พูล

สนามแคร์โรวโร้ด
เกมพรีเมียร์ลีก
14 สิงหาคม 2564 เวลา 23.30 น.




ประตู :

0-1 โชต้า 26′
0-2 ฟีร์มีโน่ 65′
0-3 ซาร์ล่าห์ 74′

a

แนวรุกกลับมาท็อปฟอร์มอีกครั้ง

เจาะลึก 5 ประเด็น หลังเกม "ลิเวอร์พูล" บุกชนะ "นอริช" 3-0

4 กองหน้า 3 ประตู…

“โม ซาล่าห์” ทำแอสซิสต์ได้มากกว่าประตูในฤดูกาลนี้

และเขาเกือบจะทำแอสซิสต์ได้อีก 1 เมื่อเขาพยายามที่จะส่งให้ “ซาดิโอ มาเน่” ในช่วงท้ายเกม เพื่อให้กองหน้าทั้ง 4 คนมีชื่อเป็นผู้ทำประตูในเกมเปิดฤดูกาล




ความรู้สึกที่แท้จริงในตอนนี้ก็คือ เรามีกองหน้าตัวจริงถึง 4 คนในทีม ไม่ใช่แค่ 3

“โชต้า” ออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยม ในขณะที่ “ฟีร์มีโน่” ก็เล่นไม่พลาดเลยแม้แต่จังหวะเดียว

นั่นคือการแข่งขันกันในทีมที่แฟนๆ “ลิเวอร์พูล” ต้องการ

a

การกลับมาของ “ฟาน ไดจ์ค”

เจาะลึก 5 ประเด็น หลังเกม "ลิเวอร์พูล" บุกชนะ "นอริช" 3-0

“เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค” ลุยเต็มที่ตลอด 90 นาทีเต็ม และเล่นแทบไม่พลาดเลย นอกจากนั้นในช่วงท้ายเกมเขายังดูแข็งแกร่งกว่าในช่วงเริ่มต้นเสียอีก

แน่นอนว่ามีความผิดพลาดอยู่บ้าง เช่นจังหวะที่ควบคุมบอลได้ไม่ค่อยดี และการปล่อยให้ผู้เล่นของนอริชหลุดเข้ามาลุ้นทำประตูในครึ่งแรก ซึ่งในช่วงพีคๆ เขาพลาดลูกลักษณะนี้ยากมาก

อย่างไรก็ตาม มีสิ่งที่น่าชื่นชมมากมายในเกมนี้ของเขาเช่นกัน โดยเฉพาะการประสานงานกับ “โจเอล มาติป” ในภาพรวม

เป็นไปได้ว่าอาจเป็นความตั้งใจของ “ลิเวอร์พูล” ที่ต้องการจัดสรรเวลาให้เขาลงเล่นในเกมที่ไม่ยากนัก เพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายและเรียกความมั่นใจให้กลับคืนมา ซึ่งหากดูฟอร์มการเล่นโดยรวมของเขาในเกม ต้องนับว่า “เวอร์จิล” กลับมาแล้ว!!!

a

ใครคว้าโอกาสได้ดี?

มีผู้เล่นหน้าใหม่ๆ หลายคนทีเดียวในชุด 11 ตัวแรก เมื่อเทียบกับผู้เล่นตัวจริงที่คาดการณ์ได้ไม่ยากในฤดูกาลก่อน

“นาบี้ เกอิต้า” เล่นได้ดีมาก แม้จะไม่ถึงกับน่าตื่นเต้น แต่สามารถเติมเต็มบทบาทของ “ไวจ์นัลดุม” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเขาสามารถเก็บบอลได้มากกว่าที่เคยทำได้ในปีก่อน

ส่วน “อ็อกซ์เลด” มีส่วนร่วมกับเกมไม่น้อย แต่ยังเล่นได้ไม่ดีนัก จึงไม่เรื่องประหลาดใจที่เห็นเขาถูกเปลี่ยนตัวออกหลังจากผ่านไป 1 ชั่วโมง

“คอสตาส ซิมิคาส” นั้นโดดเด่นกว่าใครเพื่อน เล่นได้อย่างเฉียบคมและทรงพลังจากตำแหน่งแบ็คซ้าย เกมรับเหนียวแน่น และผ่านบอลได้ดี แม้จะแสดงความ “ไม่นิ่ง” ในช่วงท้ายเกมอยู่บ้างก็ตาม

a

การเปลี่ยนตัวของ “คล็อปป์”

บ่อยครั้งในฤดูกาลที่แล้วที่ดูเหมือน “เจอร์เก้น คล็อปป์” จะลังเลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงระหว่างเกม ดังนั้นเขาจึงควรจะได้รับการชื่นชม สำหรับการตัดสินใจที่รวดเร็วในเกมนี้

“นอริช” เริ่มยึดเกมในแดนกลางได้ โดยเฉพาะหลังจากที่ “เจมส์ มิลเนอร์” โดนใบเหลืองและ “ลิเวอร์พูล” พาบอลขึ้นไม่ถึงแนวรุกเท่าที่ควร

การส่ง “ฟาบินโญ่” และ “ฟีร์มีโน่” ในนาทีที่ 60 ได้เปลี่ยนโมเมนตั้มของเกมโดยทันที และสามารถสร้างผลลัพธ์อันเป็นตัวตัดสินเกมได้ภายในไม่กี่นาที

และการจัด “ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์” ลงมาสัมผัสเกมในช่วงท้าย แม้จะมีส่วนร่วมกับเกมไม่มาก แต่ก็ทำให้ได้เห็นความมุ่งมั่นและความน่าตื่นตาตื่นใจที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

a

“เบิร์นลี่ย์” และเกมต่อๆ ไป

เป้าหมายอันดับแรกของการเริ่มต้นฤดูกาลของ “ลิเวอร์พูล” นั้นค่อนข้างตรงไปตรงมา นั่นก็คือ การไม่เสียแม้แต่แต้มเดียวก่อนพบกับ “เชลซี”

แม้ว่า “เบิร์นลี่ย์” จะพ่ายแพ้ในเกมเปิดฤดูกาลให้กับ “ไบรท์ตัน” แต่การเล่นกับพวกเขายังคงไม่ใช่งานง่ายๆ อย่างแน่นอน

แต่การเผชิญหน้าครั้งนี้ ไม่ได้แตกต่างไปจากเดิมมากนัก เพราะเราเป็นทีมที่สามารถครองบอลได้อย่างยอดเยี่ยม เพียงแต่บรรดาแนวรุกต้องเอาตัวรอดให้ได้ และต้องรับมือกับการตัดเกมหนักๆ ซึ่งอาจจะมีในบางครั้งให้ได้อีกด้วย

ท้ายที่สุดแล้ว อย่าลืมว่า “เบิร์นลี่ย์” คือทีมที่หยุดสถิติไร้พ่ายอันยาวนานในแอนฟิลด์ของ “ลิเวอร์พูล” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของฟอร์มอันย่ำแย่ในฤดูกาลที่แล้ว
คงต้องบอกว่า เราเป็นหนี้พวกเขาอยู่!!!




คุณอาจสนใจ :

ข้อมูลนักเตะลิเวอร์พูล
ตำนานสนามแอนฟิลด์
ประวัติสโมสรลิเวอร์พูล
ทำเนียบแชมป์
ตำนานนักเตะลิเวอร์พูล

a

Our References :

liverpoolfc.com

liverpoolecho.co.uk

thisisanfield.com

a

 2,523 total views,  1 views today

5 1 vote
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด