โฟลเรียน เวียร์ตซ์ เรียกได้ว่าเป็นนักเตะใหม่ของลิเวอร์พูล อีกหนึ่งคนที่เพิ่งย้ายเข้ามาสู่แอนฟิลด์ ในช่วงตลาดซื้อขายรอบฤดูร้อนนี้ และถูกจับตามองอย่างมาก เพราะเจ้าตัวย้ายมาด้วยราคาค่าตัวสูงถึง 116 ล้านปอนด์
โดยราคาดังกล่าว ตอนแรกได้กลายเป็นสถิติใหม่ของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ก่อนที่จะถูกทำลายสถิติ จากการย้ายมาของอีกหนึ่งนักเตะอย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัก ที่ย้ายจากนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายรอบนี้
ทั้งนี้ก่อนที่ โฟลเรียน เวียร์ตซ์ จะย้ายจาก เลเวอร์คูเซน มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เจ้าตัวเคยมีกระแสเชื่อมโยงกับอีกหนึ่งสโมสรดังในบุนเดสลีกา เยอรมนี อย่าง บาเยิร์น มิวนิก ที่ต้องการจะคว้าตัวเขาไปเสริมทัพด้วยเช่นกัน และมีข่าวพยายามแย่งชิงตัว เวียร์ตซ์ มาพร้อม ๆ กับ ลิเวอร์พูล
แต่สุดท้ายทาง โฟลเรียน เวียร์ตซ์ เลือกย้ายมาอยู่กับสโมสรดังจากเมอร์ซีไซด์ แทนที่จะเล่นในลีกเยอรมนีต่อไป หลังประสบความสำเร็จอย่างมากกับ เลเวอร์คูเซน
การย้ายมาในพรีเมียร์ ลีก ของ โฟลเรียน เวียร์ตซ์ เกิดคำถามมากมายว่าเขาจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับเกมในอังกฤษได้หรือไม่ และการย้ายทีมครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของเข้าทีมชาติเยอรมนีรายนี้หรือเปล่า
และล่าสุดมิชาเอล บัลลัก ตำนานกองกลางทีมชาติเยอรมนี เห็นด้วยที่ โฟลเรียน เวียร์ตซ์ เพลย์เมกเกอร์รุ่นน้อง ย้ายไปเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล แทนที่จะอยู่ต่อในบุนเดสลีกา เยอรมนี
โดย มิชาเอล บัลลัก ออกมาแสดงความเห็นว่า “ให้กรณีของเวียร์ตซ์เป็นตัวอย่าง มันเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับเขาและการพัฒนาของเขาไหม ที่จะเล่นในบุนเดสลีกา ไปอีก 2-3 ปี”
“แน่นอนว่าเขาจะได้แชมป์ที่นั่น แต่บุนเดสลีกายังเป็นความท้าทายในระดับที่สูงสุดที่ของเขาไหม? ไม่เลย เพราะบุนเดสลีกาโดนพรีเมียร์ ลีก แซงไปหลายปีแล้ว นั่นคือความจริง นั่นคือเหตุผลที่โดยทั่วไปแล้ว มันไม่ได้ดึงดูดนักเตะระดับท็อปแล้ว”
ทั้งนี้แม้ว่า โฟลเรียน เวียร์ตซ์ จะยังยิงประตูแรกในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ไม่ได้ แต่เขาก็เริ่มจะปรับตัวให้เข้ากับเกมการเล่นของลิเวอร์พูล และความเร็วของพรีเมียร์ ลีก ได้ดีขึ้น เรื่อย ๆ
และนอกจากนี้สโมสรลิเวอร์พูล ยังคงสามารถเก็บผลการแข่งขันได้ตามที่พวกเขาต้องการ ด้วยการคว้าชัยชนะ 3 เกมรวด ทำให้ตอนนี้พวกเขายังคงรั้งจ่าฝูงของพรีเมียร์ ลีก ด้วยการเก็บไปแล้ว 9 คะแนน ในการเริ่มต้นเส้นทางการป้องกันแชมป์พรีเมียร์ ลีก ของพวกเขา
![]()
